Open Mind

Open Mind

แชร์

เหนื่อย ท้อ ? เล่ามาได้ เพจนี้ ที่ open mind ที่นี่มีเพื่อน

เรียนรุู้ที่จะเข้าใจผู้อื่น สร้างพลังใจให้ตัวเอง และเติบโตขึ้นในทุก ๆ วัน

27/09/2026

พ่อ แม่ สนับสนุนลูก

27/09/2026

✨ ไม่มีความรู้ไม่ได้น่ากลัวเท่า “ไม่รู้ แต่มั่นใจ และไม่คิดจะเรียนรู้” ✨

ไม่มีใครรู้ทุกเรื่องค่ะ การไม่รู้จึงไม่ใช่ปัญหา เพราะสิ่งที่ไม่รู้ เราสามารถ ถาม ค้นข้อมูล ฟังคนที่มีประสบการณ์ และเรียนรู้เพิ่มเติมได้

ปัญหาเริ่มขึ้นเมื่อ ไม่รู้ + ไม่หาข้อมูล + ไม่ฟังคำแนะนำ แต่มีความมั่นใจสูง แล้วลงมือเปลี่ยนวิธี เปลี่ยนขั้นตอน หรือตัดสินใจในเรื่องที่ตัวเองยังไม่เข้าใจมากพอ

งานที่เดิมอาจทำได้ง่าย ๆ จึงถูกทำให้ซับซ้อน เพิ่มขั้นตอนที่ไม่จำเป็น ใช้เวลามากขึ้น หรือพาไปผิดทาง จนสุดท้ายคนอื่นต้องกลับมาตามแก้สิ่งที่ไม่ควรเป็นปัญหาตั้งแต่แรก

ที่สำคัญ คนแบบนี้มักรู้สึกว่าตัวเองกำลัง “พัฒนางาน” เพราะได้คิดวิธีใหม่ ได้เปลี่ยนของเดิม หรือได้ทำอะไรแตกต่าง ทั้งที่การพัฒนาจริงควรเริ่มจากการเข้าใจว่า ของเดิมทำอย่างไร ทำไมจึงทำแบบนั้น ปัญหาจริงอยู่ตรงไหน และสิ่งที่เปลี่ยนทำให้ดีขึ้นอย่างไร

ความมั่นใจเป็นเรื่องดีค่ะ แต่ควรเติบโตไปพร้อมกับความรู้ ยิ่งรู้น้อย ยิ่งควรเปิดรับข้อมูล ไม่ใช่ยิ่งรู้น้อยยิ่งมั่นใจว่าไม่จำเป็นต้องฟังใคร

ไม่รู้แล้วถาม — เรียนรู้ได้
ไม่รู้แล้วค้น — พัฒนาได้
แต่ไม่รู้ ไม่ค้น ไม่ฟัง แล้วมั่นใจว่าตัวเองถูก
บางครั้งไม่ได้กำลังพัฒนางานค่ะ…กำลังสร้างงานเพิ่มให้คนอื่น

#คนทำงาน #พัฒนาตัวเอง #พัฒนางาน #การเรียนรู้ #วัฒนธรรมองค์กร

26/09/2026

การส่งสาร ไม่ยากเลย ..

26/09/2026

✨ การเป็นผู้ใหญ่ ไม่ใช่การเอาชนะทุกเรื่อง ✨

ยิ่งโตขึ้น เราจะยิ่งรู้ว่า ไม่ใช่ทุกเรื่องต้องพูด ไม่ใช่ทุกปัญหาต้องแบก และไม่ใช่ทุกคนต้องเสียเวลาอธิบายให้เข้าใจ

บางเรื่อง ควรพูด เพื่อให้เกิดความเข้าใจ
บางเรื่อง ควรวาง เพราะเกินกว่าหน้าที่ของเรา
บางเรื่อง ควรปล่อย เพราะยิ่งใส่ใจก็ยิ่งเสียพลัง
และบางเรื่อง ควรโฟกัส เพราะมีคุณค่ากับชีวิตจริง ๆ

การเป็นผู้ใหญ่จึงไม่ใช่การเก่งขึ้นในการต่อสู้กับทุกเรื่อง
แต่คือ เก่งขึ้นในการเลือก ว่าเรื่องไหนคู่ควรกับเวลาและพลังของเรา

🩶 โตขึ้นแล้ว…ไม่ต้องชนะทุกเรื่องก็ได้
แค่รู้ว่าเรื่องไหน “ไม่จำเป็นต้องเล่นด้วย” ก็โตขึ้นมากแล้ว

#วางใจ #พัฒนาตัวเอง #ชีวิตการทำงาน

26/09/2026

🌻

ถ้าต้องเลือกเพียง 3 อย่างที่ผมอยาก “เอาออก” จากองค์กรไทย เพื่อให้องค์กรมีโอกาสเติบโตขึ้น ผมจะเลือกสิ่งที่ไม่ได้แค่ทำให้คนสบายขึ้น แต่เอาสิ่งที่ทำลายคุณภาพการทำงานออกไป

🧹 1. เอา “ความกลัว” ออก

กลัวหัวหน้า
กลัวพูดผิด
กลัวถาม
กลัวถูกตำหนิ
กลัวถูกมองว่าไม่เก่ง
กลัวทำแล้วไม่ถูกใจคนมีอำนาจ

เมื่อคนกลัว สิ่งที่หายไปก่อนมักไม่ใช่แรงงาน แต่คือ “ความคิด”

คนจะเริ่มเลือกทำสิ่งที่ปลอดภัยที่สุด
พูดเท่าที่จำเป็น
ไม่เสนอสิ่งใหม่
ไม่บอกปัญหา
และไม่กล้าท้าทายสิ่งที่ผิด

องค์กรจึงอาจดูสงบ
แต่ไม่ได้แปลว่าองค์กรกำลังดีขึ้น

องค์กรที่ดีควรทำให้คนสามารถพูดความจริงเกี่ยวกับงานได้ โดยไม่ต้องเอาชีวิตการทำงานของตัวเองไปเสี่ยง

---

🧹 2. เอา “งานที่ไม่ได้สร้างคุณค่า” ออก

งานรายงานที่ไม่มีใครใช้
การประชุมที่ไม่มีการตัดสินใจ
การตามงานซ้ำ ๆ
การส่งต่องานที่ไม่ครบจนต้องถามกลับ
งานจุกจิกที่เกิดจากระบบไม่ดี
การทำงานเพื่อให้ “คนเห็นว่าทำงาน”

สิ่งเหล่านี้กินทั้งเวลาและสมาธิ

ที่สำคัญคือมันสามารถทำให้คนค่อย ๆ เปลี่ยนพฤติกรรม

จาก

“อะไรสร้างคุณค่าให้องค์กร?”

กลายเป็น

“อะไรที่ทำแล้วคนเห็นว่าเราทำงาน?”

ทั้งที่ประสิทธิภาพสูงไม่ได้เกิดจากการทำงานมากที่สุด แต่เกิดจากการมีพลังงาน สมาธิ อิสระ และสิ่งรบกวนน้อยลง

---

🧹 3. เอา “วัฒนธรรมที่ให้รางวัลกับพฤติกรรมผิด ๆ” ออก

เพราะคนไม่ได้เรียนรู้วัฒนธรรมจากคำพูดบนผนัง

คนเรียนรู้จากสิ่งที่องค์กร “ให้รางวัล”

ถ้าคนที่พูดเสียงดังได้เปรียบ
คนที่โยนความผิดให้คนอื่นรอด
คนที่อยู่ดึกถูกมองว่าขยัน
คนที่ไม่ถามอะไรถูกมองว่าเก่ง
คนที่สร้างปัญหาแต่มีอำนาจไม่ถูกแตะต้อง

คนอื่นจะค่อย ๆ เรียนรู้ว่า

“ถ้าอยากอยู่รอด ต้องทำแบบนี้”

ในทางกลับกัน องค์กรสามารถให้คุณค่ากับการช่วยเพื่อน การปรับปรุงระบบ การกล้าเสนอความเห็น และการเรียนรู้จากความผิดพลาดได้ เพราะสิ่งที่องค์กรให้รางวัลจะค่อย ๆ กลายเป็นวัฒนธรรม

---

🌱 ดังนั้น 3 อย่างที่ผมอยากเอาออกคือ

1️⃣ ความกลัว
2️⃣ งานที่ไม่ได้สร้างคุณค่า
3️⃣ รางวัลที่ทำให้พฤติกรรมผิด ๆ กลายเป็นเรื่องปกติ

แล้วสิ่งที่ควรใส่กลับเข้าไปคือ

“ความไว้วางใจ + งานที่มีความหมาย + ระบบที่ให้รางวัลกับสิ่งที่องค์กรต้องการจริง ๆ”

เพราะสุดท้ายแล้ว องค์กรไม่ได้โตจากการทำให้คน “ทำมากขึ้น”

แต่อาจโตจากการเอาสิ่งที่ขวางไม่ให้คน “ทำสิ่งสำคัญได้ดี” ออกไปทีละอย่าง

25/09/2026

✨ ติดนิสัย “ทำงานย้อนหลัง” ระวังจะดับความก้าวหน้าของตัวเอง ✨

ดองงานไว้ก่อน รอใกล้กำหนดค่อยทำ พอไฟลนก้นก็รีบเคลียร์งานเก่าให้พ้นตัว ปัญหาคือ งานเก่าก็ไม่ได้คุณภาพ และงานใหม่ที่เข้ามาก็เริ่มเสียคุณภาพตามไปด้วย

เพราะงานไม่ได้หยุดรอเราค่ะ ขณะที่เรากำลังเร่งแก้ของเมื่อวาน งานของวันนี้ก็ยังเข้ามา และงานของพรุ่งนี้ก็กำลังต่อคิว จากงานหนึ่งที่ล่าช้า จึงกลายเป็นวงจรค้างสะสมไม่รู้จบ

ยิ่งรีบ ก็ยิ่งมีโอกาสผิด
ยิ่งผิด ก็ยิ่งต้องย้อนกลับมาแก้
ยิ่งแก้ งานใหม่ก็ยิ่งช้า
สุดท้ายดูเหมือน “งานเยอะตลอดเวลา” ทั้งที่ส่วนหนึ่งเกิดจากวิธีบริหารงานของตัวเอง

ที่น่ากังวลกว่าคืองานแบบไฟลนก้นทำให้เราแทบไม่มีเวลาพัฒนา เพราะพลังทั้งหมดถูกใช้ไปกับการ “เอาตัวรอดจากงานเก่า” แทนที่จะมีเวลาคิด วิเคราะห์ ปรับปรุง หรือสร้างงานใหม่ให้ดีกว่าเดิม

ความก้าวหน้าจึงไม่ได้หยุดเพราะเราไม่มีความสามารถเสมอไป แต่อาจหยุดเพราะ เรายังติดอยู่กับงานเมื่อวาน จนไม่มีพื้นที่ให้ตัวเองเติบโตไปถึงงานของวันพรุ่งนี้

อย่าทำงานแบบวิ่งไล่ตามอดีตตลอดชีวิต
เคลียร์งานให้ทัน จัดลำดับให้เป็น และเหลือเวลาไว้สำหรับ “พัฒนา” ไม่ใช่แค่ “ตามแก้”

#คนทำงาน #บริหารเวลา #บริหารงาน #พัฒนาตัวเอง #ความรับผิดชอบ #ประสิทธิภาพการทำงาน

25/09/2026

✨ มีอยู่จริงนะ คนที่ “เกลียดทุกอย่างในองค์กร” แต่ก็ยังอยู่…และสร้างความปั่นป่วนไปเรื่อย ๆ ✨

เกลียดนโยบายบริษัท
เกลียดผู้บริหาร
เกลียดเพื่อนร่วมงาน
เกลียดลูกน้อง
อะไรเปลี่ยนก็ไม่พอใจ อะไรใหม่ก็พร้อมค้าน ใครทำไม่ถูกใจก็พร้อมวิจารณ์

แต่ที่น่าสงสัยคือ ในเมื่อทุกอย่างในองค์กรแย่ไปหมด แล้วทำไมยังอยู่?

แน่นอนค่ะ คนเรามีสิทธิ์ไม่เห็นด้วยกับนโยบาย ไม่ชอบผู้บริหาร หรือมีปัญหากับเพื่อนร่วมงาน และการลาออกก็ไม่ใช่คำตอบง่าย ๆ สำหรับทุกคน เพราะแต่ละคนมีเหตุผลและข้อจำกัดในชีวิตต่างกัน

แต่สิ่งที่ควรแยกให้ออกคือ “การวิพากษ์เพื่อให้องค์กรดีขึ้น” กับ “การอยู่เพื่อสร้างแรงต้านให้ทุกเรื่อง” ไม่เหมือนกัน

คนที่อยากให้องค์กรดีขึ้น จะชี้ปัญหา พร้อมข้อมูล เสนอทางเลือก และยังทำหน้าที่ของตัวเองให้ดี ส่วนคนที่เอาความไม่พอใจเป็นศูนย์กลาง มักปั่นกระแส หาพวก บั่นทอนคนทำงาน ต่อต้านแทบทุกเรื่อง แต่ไม่ได้ช่วยสร้างทางออกที่ดีกว่า

และถ้าพฤติกรรมแบบหลังเกิดขึ้นซ้ำ ๆ แต่ไม่มีระบบจัดการ ปัญหาก็ไม่ได้อยู่แค่ที่คนคนนั้นแล้วค่ะ มันสะท้อนวัฒนธรรมองค์กรที่ยอมให้พฤติกรรมทำลายการทำงานดำรงอยู่ได้ โดยที่คนอื่นต้องรับผลกระทบแทน

ไม่จำเป็นต้องรักองค์กรทุกเรื่อง
ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยกับผู้บริหารทุกครั้ง
แต่ถ้าเลือกจะอยู่ร่วมกัน อย่างน้อยควรช่วยกันทำให้องค์กรเดินหน้า
ไม่ใช่อยู่ไปวัน ๆ เพื่อพิสูจน์ว่า “ทุกอย่างแย่” แล้วคอยลากคนอื่นให้เกลียดไปด้วยกัน

#วัฒนธรรมองค์กร #คนทำงาน #พัฒนาองค์กร #การสื่อสาร

25/09/2026

นั่นสินะ

25/09/2026

✨ บางคำถามไม่ได้พางานไปต่อ แต่พาทีม “วนอยู่ที่เดิม” ✨

การถามเพื่อให้เข้าใจเป็นเรื่องดี
แต่ถ้าทุกคำตอบ กลายเป็นคำถามใหม่ไม่รู้จบ
จนไม่มีใครสรุปว่า “แล้วต้องทำอะไรต่อ?”
คำถามนั้นก็เริ่มไม่ช่วยให้งานเดินหน้า

ลองสังเกตดูค่ะ 👇

1️⃣ ถามซ้ำ ทั้งที่ได้รับคำตอบแล้ว
แต่ไม่จด ไม่จำ และไม่ศึกษาต่อด้วยตัวเอง

2️⃣ ทุกคำตอบ กลายเป็นประเด็นใหม่
อธิบายเรื่องหนึ่งจบ ก็โยงไปถามอีกเรื่อง จนหลุดจากปัญหาที่ต้องแก้

3️⃣ สนใจว่า “ใครทำ ใครสั่ง ใครผิด”
มากกว่า “แล้วเราจะแก้ตรงนี้อย่างไร?”

4️⃣ จับรายละเอียดที่ไม่ได้ช่วยให้งานดีขึ้น
คำถามเยอะขึ้น แต่ทางออกไม่ได้ชัดขึ้นตาม

5️⃣ ถามจนไม่มีใครตัดสินใจ
สุดท้ายคนเสียเวลา บรรยากาศเริ่มตึง และงานยังอยู่ที่เดิม

แน่นอนว่าเราไม่ควรตัดสินเจตนาของใครจากคำถามเพียงครั้งเดียว

แต่ถ้าพฤติกรรมนี้เกิดซ้ำ ๆ
สิ่งที่ควรดูไม่ใช่แค่ว่า “ถามอะไร”

แต่ต้องดูด้วยว่า
ถามแล้วเกิดอะไรขึ้นกับงาน

🩶 คนที่ถามเพื่อทำงาน
จะใช้คำตอบพางานไปข้างหน้า

แต่ถ้าถามแล้วถามอีก
จนทุกคำตอบกลายเป็นประเด็นใหม่…

สุดท้ายอาจได้คำถามเต็มโต๊ะ
แต่งานไม่ขยับไปไหนเลย

#คนทำงาน #การสื่อสาร #วัฒนธรรมองค์กร #วุฒิภาวะ #บรรยากาศการทำงาน

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง มหาวิทยาลัย ใน Chanthaburi?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ประเภท

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่

Chanthaburi

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Open Mindผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

สมัคร

เราจะแจ้งให้คุณทราบในกรณีที่มีการอับเดทข้อมูลใน Chanthaburi.