Travel intrend
ทราเวลอินเทรนด์ ครบทุกเรื่องราว ข่าวท่องเที่ยว และไลฟ์สไตล์
21/09/2026
แฟน ๆ G-DRAGON มีเฮ!!!
แมคโดนัลด์ ประเทศไทย ผู้นำแบรนด์ QSR ระดับโลก จับมือ G-DRAGON เปิดตัวแคมเปญ ‘Asia Chicken’ เดินเกม ‘ICON x ICON’ ผสานพลัง Global Brand กับ K-Culture
แมคโดนัลด์ ประเทศไทย เดินหน้าตอกย้ำความเป็นผู้นำแบรนด์ QSR ระดับโลกและในฐานะหนึ่งในตลาดสำคัญของภูมิภาคเอเชีย ประกาศเข้าร่วมแคมเปญระดับภูมิภาค ‘Asia Chicken’ เดินเกมกลยุทธ์ ‘ICON x ICON’ ผสานพลัง Global Brand กับ K-Culture สู่สายตาคนไทย เสิร์ฟ ‘K-Spicy Series’ ซอสเผ็ดสไตล์เกาหลี พร้อมจับมือ G-DRAGON แฟชั่นไอคอนระดับโลก ส่งคอลเลกชั่นสินค้าพรีเมี่ยมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ‘PEACEMINUSONE’ เชื่อมต่อประสบการณ์กับคนทุก GEN
คุณพัชนีวรรณ ตันประวัติ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด บริษัท แมคไทย จำกัด กล่าวว่า “แคมเปญ ‘Asia Chicken’ สะท้อนถึงกลยุทธ์สำคัญระดับภูมิภาค ‘ICON x ICON’ ซึ่งผสานความเป็นไอคอนของ แบรนด์ระดับโลกอย่างแมคโดนัลด์ และ G-DRAGON ไอคอนระดับโลกที่มีอิทธิพลต่อวงการดนตรี แฟชั่น และ ไลฟ์สไตล์ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่เชื่อมโยงกับผู้บริโภคในหลากหลายเจนเนอเรชั่นผ่านพลัง K-Culture หนึ่งในเทรนด์ระดับโลกเพื่อปลุกกระแสและการมีส่วนร่วมผู้คนในวงกว้าง ตอกย้ำประสบการณ์แบบ Feel Good Moments ที่สามารถพบได้ที่ร้านแมคโดนัลด์เท่านั้น”
แคมเปญ ‘Asia Chicken’ เป็นแคมเปญที่รวมพลัง 13 ประเทศทั่วเอเชียเท่านั้น โดยประเทศไทยเป็นหนึ่งประเทศที่ได้นำกระแสความเอ็กซ์คลูซีฟนี้มาเสิร์ฟถึงชาวไทยด้วยรสชาติความอร่อยใหม่ของ ‘K-Spicy Series’ กับซอสสูตรพิเศษ ‘สไปซี่โคชูจัง’ ซอสพริกเกาหลีรสเผ็ด หวาน กลมกล่อม ที่ผ่านการสร้างสรรค์มาได้อย่างลงตัวและถูกใจสาวก K-Culture พร้อมต่อยอดประสบการณ์จาก K-Food ไปสู่ K-Lifestyle ผ่าน Photo Card G-DRAGON 3 ดีไซน์ให้ได้สะสม และคอลเลกชั่นสินค้าพรีเมียมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ‘PEACEMINUSONE’ ซึ่งจัดทำขึ้นเป็นพิเศษสำหรับแคมเปญนี้และมีเฉพาะที่แมคโดนัลด์เท่านั้น
สัมผัสความอร่อยใหม่ ‘K-Spicy Series’ กับซอสสูตรพิเศษ ‘สไปซี่โคชูจัง’ ใน 3 ชุดไฮไลท์ พร้อมแพ็กเกจจิ้งลิมิเต็ด เอดิชัน และพิเศษ! รับ Photo Card G-DRAGON 1 ใบ/ชุด มีให้สะสมถึง 3 แบบ ดังนี้
• ชุดไก่ทอดแมค K-Spicy : กรอบ ความอร่อย ชุ่มฉ่ำ คลุกผงเชค K-Spicy เผ็ดหวานกลมกล่อม ถึงรสเกาหลีแท้ กับไก่ทอดแมค 2 ชิ้น, เฟรนช์ฟรายส์ ขนาดกลาง 1 กล่อง และใหม่! เครื่องดื่ม McFizz บลูกาแลคซี่ 16 ออนซ์ 1 แก้ว เริ่มต้นเพียงชุดละ 119 บาท
• ชุดแมคนักเก็ต K-Spicy : แมคนักเก็ต 6 ชิ้น พร้อมซอสดิป K-Spicy , เฟรนช์ฟรายส์ ขนาดกลาง 1 กล่อง และใหม่! เครื่องดื่ม McFizz บลูกาแลคซี่ 16 ออนซ์ 1 แก้ว เริ่มต้นเพียงชุดละ 119 บาท
• ชุดเบอร์เกอร์ไก่ K-Spicy : เบอร์เกอร์ไก่ราดซอส K-Spicy เต็มคำ 1 ชิ้น, เฟรนช์ฟรายส์ ขนาดกลาง 1 กล่อง และใหม่! เครื่องดื่ม McFizz บลูกาแลคซี่ 16 ออนซ์ 1 แก้ว เริ่มต้นเพียงชุดละ 149 บาท
ห้ามพลาด! สำหรับคอลเลกชั่นสินค้าพรีเมี่ยมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ‘PEACEMINUSONE’ กับ 3 ไอเทม Must-Have ได้แก่ Pin Set ดีไซน์สุดคูล, หมวกสุดวินเทจ และ กระเป๋า Tote Bag ราคาเริ่มต้นเพียง 390 บาท พร้อมเปิดให้พรีออเดอร์เฉพาะที่ www.mcdonalds.co.th เท่านั้น เริ่มตั้งแต่วันที่ 25 กันยายนนี้ เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป หรือ จนกว่าสินค้าจะหมด
“ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคที่ขับเคลื่อนด้วย Passion และ Lifestyle กลยุทธ์เชิงรุกของแบรนด์แมคโดนัลด์ในวันนี้ จึงไม่ใช่เพียงการขายสินค้า แต่คือการยกระดับ ‘Customer Experience’ ให้เป็นแกนกลางสำคัญในการสร้าง Brand Love ผ่านการเชื่อมโยงแบรนด์เข้ากับเทรนด์และความสนใจของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง เพื่อเปลี่ยนผ่านแบรนด์สู่การเป็นส่วนหนึ่งในวิถีชีวิต พร้อมส่งมอบประสบการณ์ ‘Feel Good’ ที่เข้าถึงง่ายและยั่งยืนสำหรับลูกค้าทุกคน” คุณพัชนีวรรณ กล่าวเพิ่มเติม
สัมผัสสุดยอดประสบการณ์ K-Culture กับ แมคโดนัลด์ ได้แล้วตั้งแต่วันที่ 21 กันยายน 2569 - 24 พฤศจิกายน 2569 ที่ร้านแมคโดนัลด์ทุกสาขาที่ร่วมรายการ, แมคไดร์ฟทรู และแมคดิลิเวอรี โทร.1711,เว็บไซต์ www.mcdonalds.co.th ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ McDonald's
#แมคโดนัลด์ #ทราเวลอินเทรนด์
*ราคาอาจแตกต่างกันในแต่ละสาขา
*เริ่มจำหน่ายตั้งแต่เวลา 10.30 น. – 05.00 น.
*ไม่สามารถเลือกชิ้นไก่ได้
10/09/2026
โอ้โห...ดีจริง แค่ขี่ยามาฮ่า รับแมคฟรี 1 ชุดกันไปเลยยยยย!!!
นางสาวพัชนีวรรณ ตันประวัติ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด บริษัท แมคไทย จำกัด พร้อมด้วย นายพงศธร เอื้อมงคลชัย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ร่วมเปิดตัวแคมเปญพิเศษ ‘แค่ขี่ยามาฮ่า ก็อร่อยคุ้มยกเซต’ เอาใจคนรักการขับขี่รถจักรยานยนต์ยามาฮ่า พร้อมเติมเต็มทุกการเดินทางด้วยมื้ออร่อยจากแมคโดนัลด์
ครั้งแรกของประเทศไทย สำหรับลูกค้าผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ยามาฮ่า ที่มาใช้บริการแมคไดรฟ์ทรูและแจ้งรับสิทธิ์ พร้อมถ่ายภาพยืนยันตัวตนที่จุดสั่งซื้อ รับฟรี! ชุด ‘แมคสุดคุ้ม’ มูลค่าเริ่มต้น 99 บาท - 289 บาท พร้อมของพรีเมียมสุดพิเศษ (จำกัด 1 สิทธิ์ต่อ 1 คัน ตลอดแคมเปญ) โดยสามารถเลือกชุดเบอร์เกอร์ได้ถึง 4 เมนู ได้แก่ ซามูไรเบอร์เกอร์หมู แมคฟิช ชีสเบอร์เกอร์ และแมคไก่ ทุกชุดเสิร์ฟเบอร์เกอร์ 1 ชิ้น เฟรนช์ฟรายส์กลาง 1 กล่อง และโค้ก 16 ออนซ์ 1 แก้ว
จากนั้นร่วมสนุกด้วยการถ่ายภาพคู่กับชุด ‘แมคสุดคุ้ม’ และรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า โพสต์ลงโซเชียลมีเดียพร้อมข้อความ “เป็นลูกค้ายามาฮ่าดีจังได้กินแมคโดนัลด์ฟรี” และติดแฮชแท็ก #แค่ขี่ยามาฮ่าก็อร่อยคุ้มยกเซต #ยามาฮ่า #แมคโดนัลด์ โดยสามารถรับสิทธิ์ความอร่อยได้ตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน – 14 พฤศจิกายน 2569 ที่แมคไดรฟ์ทรูทุกสาขาที่ร่วมรายการ
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมผ่านช่องทางของแมคโดนัลด์ ได้ที่ McDonald's หรือ ยามาฮ่า ประเทศไทย ได้ที่ Yamaha Society Thailand
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงโดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า
#แมคโดนัลด์ #แค่ขี่ยามาฮ่าก็อร่อยคุ้มยกเซต #ยามาฮ่า #ยามาฮ่าXแมคโดนัลด์ #ทราเวลอินเทรนด์
07/09/2026
งานใหญ่ของภูเก็ต เริ่มแล้ววันนี้!!!
#ทราเวลอินเทรนด์ #ท่องเที่ยวไทย
PHIST 2026 ผลักดันแนวทาง “Whole Village” ผนึกกำลังทุกภาคส่วนเพื่ออนาคตการท่องเที่ยวไทยอย่างยั่งยืน
อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยจำเป็นต้องตระหนักว่า ความยั่งยืนเป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญต่อความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจในระยะยาว ไม่ใช่เพียงแนวคิดริเริ่มด้านสิ่งแวดล้อมเท่านั้น โดย Phuket Hotels for Islands Sustaining Tourism (PHIST) ได้เน้นย้ำประเด็นดังกล่าวภายในงาน PHIST 2026 ซึ่งจัดขึ้น ณ โรงแรมอังสนา ลากูน่า ภูเก็ต
PHIST กำลังก้าวเข้าสู่ปีที่ 9 ได้พัฒนาจากงานด้านความยั่งยืนที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี สู่การเป็นเวทีสำคัญที่ขับเคลื่อนความร่วมมือและการลงมือปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดยในปีนี้มีผู้เข้าร่วมงานมากกว่า 1,000 คน พร้อมด้วยกิจกรรมเสวนา กิจกรรมเวิร์กช็อป และมาสเตอร์คลาสรวม 26 เซสชัน และมีวิทยากร 93 คน ผู้จัดแสดง 43 ราย และองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร 13 แห่ง วิทยากรภายในงานประกอบด้วย KP Ho ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการบริหาร Banyan Group, ดร. ปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และ Phil Smith ผู้จัดการทั่วไปของ Parkroyal Collection Marina Bay Singapore ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Pan Pacific Hotels Group
การเติบโตของ PHIST เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ประเทศไทยกำลังเผชิญกับแรงกดดันด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ภาพลักษณ์ของจุดหมายปลายทาง และคุณภาพชีวิตของชุมชนมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
Bill Barnett ผู้ก่อตั้ง PHIST และกรรมการผู้จัดการ C9 Hotelworks กล่าวว่า “การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนไม่ใช่ซอฟต์พาวเวอร์ของประเทศไทย แต่คือข้อพิสูจน์ที่เป็นรูปธรรม การบริการของไทยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่ความใส่ใจ ทั้งต่อผู้เข้าพัก ชุมชน และแผ่นดิน ไม่ใช่เพียงการสร้างภาพเพื่อถ่ายรูป สิ่งที่พิสูจน์ได้จริงคือสถานที่กำจัดขยะที่ได้มาตรฐาน อากาศที่สะอาดพอให้ลูกหลานของเราได้หายใจ และแนวชายฝั่งที่ยังคงอยู่ต่อไปในอีกสิบปีข้างหน้า”
Bjorn Courage ประธานสมาคมโรงแรมภูเก็ต (Phuket Hotels Association: PHA) ซึ่งเป็นผู้จัดงานหลักของ PHIST กล่าวว่า “อุตสาหกรรมโรงแรมไม่สามารถแก้ไขความท้าทายของจุดหมายปลายทางได้ด้วยการดำเนินงานแยกกันทีละโรงแรม อนาคตของภูเก็ตขึ้นอยู่กับความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งโรงแรม ภาครัฐ ภาคธุรกิจ และชุมชน ภายใต้วิสัยทัศน์ร่วมกันและเป้าหมายที่สามารถวัดผลได้ ความยั่งยืนต้องกลายเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางการบริหารและพัฒนาจุดหมายปลายทาง ไม่ใช่เป็นเพียงโครงการที่แยกออกจากการดำเนินธุรกิจหลัก”
สามประเด็นสำคัญที่กำลังส่งผลต่อภาคการท่องเที่ยว
ความผันผวนของสภาพภูมิอากาศ: ประเทศไทยกำลังเผชิญกับทั้งน้ำท่วม ภัยแล้ง และอากาศร้อนจัดที่เกิดขึ้นภายในวัฏจักรสภาพภูมิอากาศเดียวกันมากขึ้น โดยข้อมูลจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ณ เดือนธันวาคม 2568 ระบุว่า เหตุการณ์น้ำท่วมใน 5 จังหวัดภาคใต้ส่งผลกระทบต่อประชาชน 236,375 คน หรือ 84,450 ครัวเรือน ขณะเดียวกัน ปริมาณน้ำสำรองที่สามารถใช้การได้ทั่วประเทศคาดว่าจะลดลงจาก 17,245 ล้านลูกบาศก์เมตร เหลือ 12,105 ล้านลูกบาศก์เมตรภายในเดือนพฤศจิกายน 2569 เนื่องจากภาวะภัยแล้งที่ได้รับอิทธิพลจากเอลนีโญมีแนวโน้มทวีความรุนแรงขึ้นจนถึงช่วงกลางปี 2570 นอกจากนี้ สภาพอากาศร้อนยังกลายเป็นอีกหนึ่งความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นต่อทั้งภาคการท่องเที่ยวและแรงงาน โดยกรมควบคุมโรครายงานว่า ในปี 2567 มีผู้เสียชีวิตจากสภาพอากาศร้อนจำนวน 63 ราย
ต้นทุนจากมลพิษทางอากาศ: มลพิษทางอากาศกำลังกลายเป็นปัญหาทางเศรษฐกิจควบคู่ไปกับวิกฤตด้านสุขภาพ โดยในเดือนมกราคม 2568 กรุงเทพมหานครต้องปิดโรงเรียน 437 แห่งภายในวันเดียว เนื่องจากระดับฝุ่น PM2.5 อยู่ในระดับที่เป็นอันตราย ขณะที่องค์การยูนิเซฟ (UNICEF) ประเมินว่า เด็กทั่วประเทศกว่า 13.6 ล้านคนเผชิญกับฝุ่น PM2.5 ในระดับสูง ส่วนศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า ปัญหาหมอกควันอาจสร้างความเสียหายให้แก่กรุงเทพฯ ราว 3,000–6,000 ล้านบาทต่อเดือน จากผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยว ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ และการสูญเสียผลิตภาพในการทำงาน
มาตรฐานการจัดการขยะ: จากข้อมูลของกรมควบคุมมลพิษ พบว่าสถานที่กำจัดขยะในประเทศไทยเพียง 111 แห่ง จากทั้งหมด 2,074 แห่ง หรือประมาณ 5% เท่านั้น ที่มีการดำเนินงานอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการและมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ ประเทศไทยยังมีขยะพลาสติกเกิดขึ้นประมาณ 27.8 ล้านตันต่อปี โดยราว 2 ล้านตันไหลลงสู่ทะเล สำหรับจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวที่มีชายหาด หมู่เกาะ และกิจกรรมทางทะเลเป็นจุดดึงดูดสำคัญ การจัดการขยะจึงไม่ใช่เพียงประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม แต่ถือเป็นส่วนสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยว
จากแนวคิด “สีเขียว” สู่การลงมือร่วมกัน
ปัจจุบัน PHIST กำลังผลักดันแนวทาง “Whole Village” ที่มุ่งสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ โรงแรม ภาคธุรกิจ ชุมชน องค์กรพัฒนาเอกชน (NGOs) ภาคการศึกษา และนักท่องเที่ยว เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการดำเนินงานในระดับจุดหมายปลายทางอย่างเป็นรูปธรรมและสามารถวัดผลได้
PHIST เรียกร้องให้มีการดำเนินงานในประเด็นสำคัญ ได้แก่:
การรับมือและปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ให้เป็นส่วนหนึ่งของการวางแผนด้านการท่องเที่ยวและโครงสร้างพื้นฐาน
อากาศสะอาด ให้เป็นวาระสำคัญด้านสาธารณสุข ประสิทธิภาพในการทำงาน และการท่องเที่ยว
การจัดการขยะ ให้ได้รับการยกระดับเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยว
การวัดผลด้านความยั่งยืน ผ่านตัวชี้วัดด้านพลังงาน น้ำ คาร์บอน ขยะ พลาสติก ความหลากหลายทางชีวภาพ และชุมชน
การร่วมมือกันของทุกภาคส่วน เพื่อทดแทนการดำเนินโครงการด้านความยั่งยืนแบบแยกส่วนหรือเฉพาะราย
PHIST มุ่งพัฒนาสู่การเป็นแพลตฟอร์มที่ขับเคลื่อนการเรียนรู้ การสร้างเครือข่าย และการลงมือปฏิบัติอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี เพื่อร่วมสร้างภูเก็ตให้มีความพร้อมในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงและเติบโตได้อย่างยั่งยืน พร้อมแบ่งปันแนวทางและองค์ความรู้ไปยังจุดหมายปลายทางบนเกาะและพื้นที่ชายฝั่งอื่น ๆ
สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับงาน สามารถดูได้ที่: https://www.eventbrite.com/e/phuket-hotels-for-islands-sustaining-tourism-phist-2026-tickets-1986787341421
07/09/2026
😍เปิดตัวครั้งแรก! ‘พายไมโล’ อร่อยเข้มเต็มรสไมโล
พร้อมการกลับมาของ ‘แมคเฟลอร์รี คิทแคท&ไมโล’ ที่แมคโดนัลด์
เตรียมพบกับความอร่อยครั้งใหม่! แมคโดนัลด์ เปิดตัว ‘พายไมโล’ (made with MILO) เมนูใหม่เอาใจคนรักไมโล อร่อยกับพายกรอบร้อนๆ ที่อัดแน่นด้วยความเข้มข้นของรสไมโล ให้สัมผัสกรอบนอก พร้อมความอร่อยเข้มข้นในทุกคำ เสิร์ฟในแพ็กเกจจิ้งดีไซน์สุดพิเศษ ในราคาเพียงชิ้นละ 35 บาท
พร้อมชวนทุกคนกลับมาเติมความฟินอีกครั้งกับ ‘แมคเฟลอร์รี คิทแคท&ไมโล’ (made with KITKAT & MILO) เมนูโปรดที่หลายคนรอคอย กับการรวมพลังของสองความอร่อยที่ลงตัวทั้งความกรุบกรอบจาก คิทแคท ครัมเบิล และความเข้มข้นหอมละมุนของ ผงไมโลแบบจัดเต็ม คลุกเคล้ากับไอศกรีมเนื้อเนียนในทุกคำ ให้ความอร่อยแบบดับเบิล! ในราคาเริ่มต้นถ้วยละ 49 บาท
สายของหวาน ต้องห้ามพลาด! จะเลือกฟินกับ ‘พายไมโล’ หรือ ‘แมคเฟลอร์รี คิทแคท&ไมโล’ ก็อร่อยได้แบบจัดเต็ม ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 ตุลาคม 2569 ที่ร้านแมคโดนัลด์ทุกสาขาที่ร่วมรายการ, แมคไดร์ฟทรู และแมคดิลิเวอรี โทร.1711, เว็บไซต์ www.mcdonalds.co.th ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook.com/McThai
*เริ่มขายตั้งแต่ 10.30 น. - 05.00 น.
*ราคาอาจจะแตกต่างกันในแต่ละสาขา
#แมคโดนัลด์ #แมคเฟลอร์รีคิทแคทไมโล #พายไมโล #ทราเวลอินเทรนด์
28/08/2026
🌈 แมคโดนัลด์ยกทัพก๊วนจิ๋ว Chiikawa มาเสิร์ฟความคิ้วท์! เตรียมใจละลาย ไปกับทุกชุด #แฮปปี้มีล มีให้สะสมถึง 8 แบบ เริ่มต้นชุดละ 109.- รีบตามเก็บให้ครบก่อนหมดนะ!
✨ ห้ามพลาด! เมนูทานเล่น ‘Sweet Corn Cup’ เมล็ดข้าวโพดหวานสดจากไร่ 100% เคี้ยวเพลินได้ประโยชน์ ให้พลังงานเพียง 40 แคลอรี เท่านั้น
✨ พิเศษ! เลือกเมนู แมคฟิช ในชุด #แฮปปี้มีล ได้แล้ว
📍 ตั้งแต่ 28 ส.ค. 69 - 24 ก.ค. 69 (จำนวนจำกัด)
📍แมคโดนัลด์ทุกสาขา บริการแมคไดร์ฟทรู และแมคเดลิเวอรี่
💻 สั่งออนไลน์ http://bit.ly/3JNJ0ch
📱โทร. 1711
* จำกัดจำนวนการซื้อ 2 ชุด / ท่าน
* ตรวจสอบแบบของเล่นที่จำหน่ายในแต่ละสัปดาห์ ณ จุดขาย
* ขอสงวนสิทธิ์จำหน่ายของเล่นเฉพาะในชุดแฮปปี้มีลเท่านั้น
* ราคาอาจแตกต่างกันตามแต่ละสาขา
#แมคโดนัลด์ #แฮปปี้มีล
#ทราเวลอินเทรนด์
20/08/2026
✈️อโกด้าเผยเทรนด์ทำงานแบบยืดหยุ่น หนุนคนไทยให้ความสนใจเที่ยวต่างประเทศนานขึ้น
#ทราเวลอินเทรนด์ #อโกด้า
นักเดินทางชาวไทยมีแนวโน้มสนใจเที่ยวต่างประเทศนานขึ้น โดยจากข้อมูลการค้นหาที่พักบนอโกด้า แพลตฟอร์มดิจิทัลด้านการท่องเที่ยว พบว่า สำหรับการเข้าพักตั้งแต่ 30 คืนขึ้นไป ดานัง บาหลี โตเกียว กัวลาลัมเปอร์ โฮจิมินห์ซิตี้ และโซล ติดอันดับจุดหมายปลายทางต่างประเทศที่นักท่องเที่ยวไทยค้นหามากที่สุด
ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงพฤติกรรมการเดินทางที่เปลี่ยนไปตามรูปแบบการทำงานที่ยืดหยุ่นมากขึ้น ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้คนสามารถเลือกเวลาและสถานที่ทำงานได้อย่างอิสระ การเดินทางจึงไม่ได้หมายถึงการหยุดพักจากงานอีกต่อไป แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ที่สามารถผสานการทำงานและการท่องเที่ยวเข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว จนนำไปสู่การเติบโตของเทรนด์ท่องเที่ยวที่ยาวนานขึ้น รวมถึงการเดินทางแบบ “Bleisure” ที่ผสานการทำงานเข้ากับการพักผ่อน สำหรับจุดหมายปลายทางเหล่านี้ ความคุ้มค่าด้านค่าใช้จ่าย โครงสร้างพื้นฐานที่มีคุณภาพ และไลฟ์สไตล์ที่ตอบโจทย์ ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเลือกใช้เวลาพักนานขึ้นถึงหนึ่งเดือน
สำหรับนักเดินทางชาวไทยที่สนใจใช้เวลาในต่างประเทศนานขึ้น ความคุ้มค่าด้านค่าใช้จ่าย โครงสร้างพื้นฐานที่มีคุณภาพ และไลฟ์สไตล์ที่ตอบโจทย์ ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญไม่แพ้แหล่งท่องเที่ยวและสถานที่ยอดนิยม จากข้อมูลการค้นหาที่พักบนอโกด้าสำหรับการเข้าพักตั้งแต่ 30 คืนขึ้นไป พบว่า ดานัง ได้รับความสนใจมากที่สุด ด้วยค่าครองชีพที่ไม่สูง สิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัย อีกทั้งยังสามารถเข้าถึงทั้งชายหาดและไลฟ์สไตล์ในเมืองได้อย่างสะดวก ส่วนบาหลียังคงเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับเหล่าดิจิทัลโนแมด (Digital Nomad) หรือนักเดินทางที่สามารถทำงานจากที่ไหนก็ได้ระหว่างการเดินทาง ด้วยสภาพแวดล้อมและสิ่งอำนวยความสะดวกที่พร้อมรองรับการทำงาน ควบคู่ไปกับไลฟ์สไตล์ที่ให้ความสำคัญกับสุขภาวะ (Wellness) ขณะที่ โตเกียว ยังคงดึงดูดความสนใจจากนักท่องเที่ยว ด้วยโครงสร้างพื้นฐานระดับโลกและระบบคมนาคมที่เชื่อมต่ออย่างไร้รอยต่อ กัวลาลัมเปอร์ ก็เป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางที่ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น ด้วยความคุ้มค่าด้านค่าใช้จ่ายและสิ่งอำนายความสะดวกที่ครบครัน ขณะที่ โฮจิมินห์ซิตี้และโซล ต่างได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวไทยเช่นกัน สะท้อนถึงความนิยมที่เพิ่มขึ้นของจุดหมายปลายทางที่ตอบโจทย์ทั้งด้านความคุ้มค่า วัฒนธรรม และคุณภาพชีวิต
เทรนด์ดังกล่าวยังเห็นได้ชัดจากการค้นหาที่พักระยะยาวในประเทศไทย โดยข้อมูลการค้นหาที่พักตั้งแต่ 30 คืนขึ้นไป พบว่า จุดหมายปลายทางริมทะเลและเกาะต่าง ๆ ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้น ๆ สะท้อนให้เห็นว่านักท่องเที่ยวให้ความสนใจกับจุดหมายปลายทางที่รายล้อมด้วยธรรมชาติและเอื้อต่อการสร้างสมดุลระหว่างการทำงานและการใช้ชีวิตส่วนตัว ในบรรดาจุดหมายปลายทางยอดนิยม พัทยาครองอันดับหนึ่ง ด้วยเสน่ห์ของการใช้ชีวิตริมทะเลที่มาพร้อมความสะดวกสบายแบบเมือง อีกทั้งยังเดินทางจากกรุงเทพฯ ได้อย่างสะดวก จึงเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์การเข้าพักระยะยาว ภูเก็ตและเกาะสมุยได้รับความนิยมในอันดับต่อมา ด้วยการเดินทางระหว่างประเทศที่สะดวกสบาย การเป็นจุดหมายปลายทางที่มีชาวต่างชาติอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก พร้อมที่พักให้เลือกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นโรงแรมหรือที่พักแบบวิลล่า ปิดท้ายด้วย หัวหินและชะอำ ยังคงได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวที่มองหาการใช้ชีวิตริมทะเลในบรรยากาศที่ผ่อนคลาย พร้อมความสะดวกในการเดินทางจากกรุงเทพฯ
แหล่งท่องเที่ยวทางทะเลในภาคใต้ของไทยยังคงเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับการเข้าพักระยะยาว โดยกระบี่ เกาะพะงัน เกาะเต่า และเกาะลันตา ต่างติดอันดับสถานที่ที่ได้รับการค้นหามากที่สุด สะท้อนให้เห็นถึงความนิยมที่เพิ่มขึ้นของสถานที่ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านไลฟ์สไตล์และการทำงานจากทุกที่ เกาะพะงันไม่เพียงเป็นที่รู้จักจากปาร์ตี้ฟูลมูนเท่านั้น แต่ยังได้รับความนิยมด้านสุขภาวะและในกลุ่มดิจิทัลโนแมดมากขึ้น ส่วนเกาะเต่าขยับอันดับการค้นหาสูงขึ้นจากปีก่อน เนื่องจากเป็นแหล่งดำน้ำที่มีชื่อเสียงและมีบรรยากาศสบาย ๆ ที่เป็นเอกลักษณ์
นอกจากแหล่งท่องเที่ยวในภาคใต้แล้ว เกาะช้าง ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ ด้วยธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์และวิถีชีวิตที่เรียบง่าย ไม่เร่งรีบ จึงเหมาะสำหรับผู้ที่มองหาทางเลือกที่เงียบสงบกว่าเกาะท่องเที่ยวยอดนิยมอื่น ๆ ส่วนเขาหลักและระยอง ก็ติด 15 อันดับสถานที่ที่ได้รับการค้นหามากที่สุดเช่นกัน สะท้อนเทรนด์การเข้าพักระยะยาวที่นักท่องเที่ยวหันมาเลือกเมืองชายทะเลที่ตอบโจทย์ทั้งด้านคุณภาพชีวิตและความยืดหยุ่นในการผสานการทำงานเข้ากับการพักผ่อนได้อย่างลงตัว
นางสาวอรรคพร รอดคง ผู้อำนวยการประจำประเทศไทยและอินโดจีนของอโกด้า กล่าวว่า “ข้อมูลของเราสะท้อนให้เห็นว่า นักเดินทางชาวไทยหันมาสนใจการเข้าพักนานขึ้นในจุดหมายปลายทางต่างประเทศที่ตอบโจทย์ทั้งด้านไลฟ์สไตล์ ความคุ้มค่าด้านค่าใช้จ่าย และโครงสร้างพื้นฐาน ขณะเดียวกัน นักเดินทางชาวต่างชาติที่มองหาการเข้าพักระยะยาวในไทยก็ยังคงให้ความสนใจกับเกาะและแหล่งท่องเที่ยวริมทะเล อโกด้ามุ่งมั่นที่จะช่วยให้นักเดินทางค้นหาที่พักที่ตอบโจทย์รูปแบบการเดินทางที่เปลี่ยนไปได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการทำงานทางไกล การพักผ่อนที่นานขึ้น หรือการผสานทั้งการทำงานและการพักผ่อนเข้าด้วยกัน”
สำหรับผู้ที่อยากสัมผัสการเดินทางครั้งใหม่ในรูปแบบ “Bleisure” ที่ผสานการทำงานเข้ากับการพักผ่อน อโกด้ามีตัวเลือกที่พักสำหรับวันหยุดมากกว่า 6 ล้านแห่งทั่วโลก พร้อมกิจกรรมและประสบการณ์กว่า 300,000 รายการ รวมถึงเส้นทางบินมากกว่า 130,000 เส้นทาง นอกจากนี้ ในแคมเปญ August Mega Sale ของอโกด้า นักเดินทางยังสามารถรับส่วนลดที่พักสูงสุด 60% ในช่วงแคมเปญหลักระหว่างวันที่ 17-31 สิงหาคม พร้อมรับส่วนลดพิเศษสูงสุด 70% ในแคมเปญ Flash Sale วันที่ 19 สิงหาคมนี้ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางไปพักผ่อนพร้อมทำงานทางไกลเป็นเวลาหนึ่งเดือน หรือการเพิ่มวันพักเพื่อดื่มด่ำกับจุดหมายปลายทางนั้นได้อย่างเต็มที่ ก็สามารถค้นหาทุกสิ่งที่ต้องการสำหรับวางแผนการเดินทางครั้งต่อไปได้ที่ www.agoda.com หรือแอปพลิเคชัน Agoda
19/08/2026
มูลนิธิโรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮาส์ ประเทศไทย ฉลอง 25 ปี
จับมือพันธมิตร ชวนคนไทยวิ่งการกุศล ระดมทุนเพื่อครอบครัวผู้ป่วยเด็ก
ในโอกาสครบรอบ 25 ปี มูลนิธิโรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮาส์ ประเทศไทย ร่วมกับโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ขอเชิญชวนคนไทยร่วมงาน วิ่งการกุศล Ronald McDonald House Mini Marathon Run For Kids วิ่งเพื่อน้อง 2026 ในวันที่ 8 พฤศจิกายน 2569 ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อระดมทุนสนับสนุนการดำเนินงานของมูลนิธิในการช่วยเหลือผู้ป่วยเด็กและครอบครัว ผ่านโครงการต่างๆ ได้แก่ บ้านพักพิงโรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮาส์ หรือ "บ้านแมค" ทั้ง 4 แห่งที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อมอบที่พักพร้อมมื้ออาหารฟรีให้ครอบครัวผู้ป่วยเด็ก หน่วยรถทันตกรรมเคลื่อนที่โรนัลด์ แมคโดนัลด์ ให้บริการด้านทันตสุขภาพ ทั้งด้านการรักษาและป้องกันให้กับเด็กในพื้นที่ห่างไกล และโครงการห้องสันทนาการเด็ก ในโรงพยาบาลรัฐกว่า 40 แห่ง ทั่วประเทศเพื่อคลายความกังวลให้ผู้ป่วยเด็กระหว่างรอพบแพทย์
ผู้สนใจสามารถสมัครร่วมกิจกรรมแบ่งตามประเภทการวิ่ง ดังนี้
รูปแบบการวิ่งที่งาน (Actual Run)
1. ประเภทเดิน-วิ่งเพื่อสุขภาพ ระยะ 3 กม. สมัครบริจาค 600 บาท
2. ประเภทมินิมาราธอน ระยะ 10 กม. สมัครบริจาค 700 บาท
3. ประเภท VIP สามารถเลือกวิ่งระยะใดก็ได้ สมัครบริจาค 2,500 บาท
รูปแบบการวิ่งสะสมระยะ (Virtual Run)
1. ประเภทวิ่งสะสมระยะ 10 กม. สมัครบริจาค 600 บาท
2. ประเภทการบริจาคสมทบทุนเพื่อรับเสื้อวิ่ง โดยไม่ร่วมการวิ่ง สมัครบริจาค 450 บาท
โดยผู้สมัครทุกประเภทจะได้รับเสื้อยืด BIB เบอร์วิ่ง และเหรียญที่ระลึก พร้อมอาหารและเครื่องดื่มภายในงาน รวมถึงสิทธิพิเศษจาก WE FITNESS SOCIETY
เปิดรับสมัครแล้วตั้งแต่วันนี้ โดยรูปแบบการวิ่งที่งาน (Actual Run) เปิดรับสมัครถึงวันที่ 30 ตุลาคม 2569 และ รูปแบบการวิ่งสะสมระยะ (Virtual Run) เปิดรับสมัครถึงวันที่ 10 พฤศจิกายน 2569 ที่ Race.thai.run/rmhcrfk2026 หรือ ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ FB • IG • TikTok • LINE หรือ www.rmhc.or.th
#ทราเวลอินเทรนด์
19/08/2026
ห้างเซ็นทรัล เปิดแคมเปญเพื่อคนรักบ้านแห่งปี “CENTRAL HOME INSPIRER”ชวนอัปเดตดวง 12 ราศี กับ “อาจารย์ช้าง ทศพร ศรีตุลา” พร้อมแนะนำไอเท็มจากแบรนด์สินค้าบ้านชั้นนำที่เหมาะกับแต่ละราศี เพื่อเติมเต็มทุกการใช้ชีวิต และสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกมุมของบ้าน
ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ในเครือเซ็นทรัล รีเทล จุดหมายแห่งไลฟ์สไตล์ที่คัดสรรเพื่อทุกช่วงเวลาของชีวิต (The Curated Lifestyle Destination) ตอกย้ำการเป็นเดสติเนชันด้านสินค้าบ้าน เครื่องครัว และเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านจากแบรนด์ชั้นนำ เปิดแคมเปญเพื่อคนรักบ้านแห่งปี “CENTRAL HOME INSPIRER” (เซ็นทรัล โฮม อินสไปร์เรอร์) ชวนทุกคนมาค้นหาแรงบันดาลใจใหม่ ๆ ในการแต่งบ้านและการใช้ชีวิต ผ่านการคัดสรรสินค้าที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ พร้อมกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟและโปรโมชันสุดคุ้ม ระหว่างวันที่ 13 สิงหาคม – 22 กันยายน 2569 ที่แผนกบ้าน ห้างเซ็นทรัลทุกสาขา รวมทั้งช่องทางการช้อปปิ้งสุดสะดวกของห้างฯ
ไฮไลต์พิเศษของปีนี้ คือกิจกรรม Facebook Live ร่วมกับ อาจารย์ช้าง ทศพร ศรีตุลา นักโหราศาสตร์ชื่อดัง ที่จะมาอัปเดตดวงทั้ง 12 ราศี พร้อมแบ่งปันมุมมองการเลือกไอเท็มภายในบ้านให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์และจังหวะชีวิตของแต่ละราศี โดยคัดสรรสินค้าจากแบรนด์ชั้นนำที่ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานจริงและการเติมเต็มความสุขในการใช้ชีวิตภายในบ้าน เพราะบ้านไม่ใช่เพียงพื้นที่อยู่อาศัย แต่ยังเป็นพื้นที่แห่งการพักผ่อน เติมพลัง และสร้างแรงบันดาลใจในทุกวัน
สำหรับ ราศีเมถุน และราศีตุลย์ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ดวงการงานโดดเด่น การเงินมีโอกาสเติบโต และความรักมีข่าวดี อาจารย์ช้างแนะนำให้เสริมบุคลิกและความมั่นใจ ด้วย เครื่องโกนหนวด Philips สำหรับสุภาพบุรุษ และ ไดร์เป่าผม Kinujo สำหรับสุภาพสตรี เพื่อเสริมภาพลักษณ์ให้พร้อมรับทุกโอกาสที่กำลังเข้ามา
ด้าน ราศีพิจิก และราศีกุมภ์ ซึ่งเป็นช่วงที่งานและธุรกิจขยายตัว มีภารกิจมากขึ้น และต้องบริหารเวลาอย่างมีประสิทธิภาพ อาจารย์ช้างแนะนำให้เลือกผู้ช่วยภายในบ้านที่ช่วยลดภาระในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็น เครื่องฟอกอากาศ Dyson ที่ช่วยสร้างบรรยากาศที่ดีภายในบ้าน, เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย Tefal ที่ดูดและถูพื้นได้ในเครื่องเดียว, เตารีดไอน้ำหม้อต้ม Philips ที่ช่วยให้การดูแลเสื้อผ้าเป็นเรื่องง่าย, เครื่องลดความชื้น Electrolux เพื่อดูแลคุณภาพอากาศภายในบ้าน และ เครื่องชงกาแฟอัตโนมัติ De’Longhi สำหรับเติมพลังในยามเช้าก่อนเริ่มวันใหม่
สำหรับ ราศีกรกฎ ราศีธนู และราศีเมษ ซึ่งมีเกณฑ์เริ่มต้นสิ่งใหม่ มีโอกาสซื้อบ้าน แต่งบ้าน หรือสร้างครอบครัว อาจารย์ช้างแนะนำให้เติมเต็มบ้านด้วยไอเท็มที่สร้างบรรยากาศแห่งความสุข ตั้งแต่ ชุดแก้วน้ำ จานอาหาร และเชิงเทียนจาก House of Gold, ชุดเครื่องครัวสเตนเลส Meyer, กระทะ Tefal Excellence Plus, แก้วเก็บอุณหภูมิ LocknLock ไปจนถึง ชุดช้อนส้อมและหม้อหุงข้าวเหล็กหล่อสีแดงจาก Zwilling ที่ช่วยเติมสีสันและความเป็นสิริมงคลให้บ้าน
ส่วน ราศีพฤษภ และราศีมังกร ซึ่งมีเกณฑ์ได้รับการสนับสนุนจากผู้ใหญ่ การเจรจาและการติดต่อประสานงานราบรื่น อาจารย์ช้างแนะนำให้เลือกของขวัญคุณภาพเพื่อมอบแก่ผู้ใหญ่หรือคนสำคัญ ไม่ว่าจะเป็น ชุดผ้าขนหนู Esquire หรือ ผ้าขนหนู Florina ที่สามารถปักชื่อผู้รับหรือข้อความพิเศษ เพื่อสะท้อนความใส่ใจและสร้างความประทับใจในทุกโอกาส
ขณะที่ ราศีมีน ราศีกันย์ และราศีสิงห์ ควรให้ความสำคัญกับสุขภาพและการพักผ่อน เพื่อเตรียมพร้อมรับโอกาสใหม่ ๆ ที่กำลังเข้ามา อาจารย์ช้างแนะนำให้ลงทุนกับคุณภาพการนอน ด้วย หมอนขนห่านเทียม Florina, ชุดเครื่องนอน Santas, หมอนเมมโมรีโฟม Akemi, ที่นอน Classic Luxury Sealy, และ ที่นอน Fabiola Omazz (Only @ Central) ที่ช่วยรองรับสรีระและยกระดับคุณภาพการพักผ่อนในทุกค่ำคืน
นอกจากการอัปเดตดวงทั้ง 12 ราศีแล้ว ภายใน Facebook Live ยังมีกิจกรรมร่วมสนุกและลุ้นรับของรางวัลจากแบรนด์ชั้นนำตลอดรายการ อีกทั้งลูกค้ายังสามารถรับสิทธิ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟร่วมทริปไหว้พระเสริมสิริมงคล ณ วัดเล่งเน่ยยี่ 1 กับ อาจารย์ช้าง ทศพร ศรีตุลา สำหรับลูกค้า 12 ท่านแรกที่มียอดซื้อสะสมสินค้าในแผนกบ้านครบ 500,000 บาทขึ้นไป (จำกัด 1 สิทธิ์ต่อท่าน ตลอดรายการ) ระหว่างวันที่ 13 สิงหาคม – 22 กันยายน 2569 ณ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลทุกสาขา และทุกช่องทางการช้อปปิ้งของห้างฯ ตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด โดยจะประกาศรายชื่อผู้ได้รับสิทธิ์ในวันที่ 12 ตุลาคม 2569 ผ่าน page: Central Department Store
พร้อมกันนี้ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ยังมอบความคุ้มค่าตลอดแคมเปญ “CENTRAL HOME INSPIRER” ผ่านโปรโมชันสุดพิเศษ ได้แก่…
ลดสูงสุด 50% สำหรับสินค้าและแบรนด์ที่ร่วมรายการ
รับส่วนลด On-top เพิ่มสูงสุด 12.5% เมื่อช้อปตามเงื่อนไขที่กำหนด
รับคูปองส่วนลดแทนเงินสด และเครดิตเงินคืน รวมสูงสุด 6,000 บาท เมื่อช้อปตามเงื่อนไขที่กำหนด
ร่วมค้นหาแรงบันดาลใจใหม่ในการแต่งบ้านและการใช้ชีวิต พร้อมเลือกสรรไอเท็มที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ เพื่อเติมเต็มทุกการใช้ชีวิต และสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกมุมของบ้าน กับแคมเปญ “CENTRAL HOME INSPIRER” ตั้งแต่วันที่ 13 สิงหาคม – 22 กันยายน 2569 ณ แผนกบ้าน ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลทุกสาขา รวมทั้งช่องทางการช้อปปิ้งสุดสะดวกของห้างฯ ไม่ว่าจะเป็น Central Chat & Shop, Central App และเว็บไซต์ www.central.co.th ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ page: Central Department Store
#ทราเวลอินเทรนด์ #เซ็นทรัล
06/08/2026
แมคโดนัลด์ ตอกย้ำพลังแห่งรอยยิ้ม
ผ่านแคมเปญ ‘McDonald’s Touch of Smile’
สนับสนุนให้ทุกคนได้มีโอกาสสัมผัสความสุขผ่านรอยยิ้ม
เรามองเห็นความสุขได้จากรอยยิ้ม…รอยยิ้มของลูก และรอยยิ้มของแม่ แต่หากมีบางคนที่ไม่สามารถมองเห็นความสุขจากรอยยิ้มนั้นได้ เราจะทำให้พวกเขาสัมผัสความสุขได้อย่างไร? คำถามสุดเรียบง่ายนี้ คือจุดเริ่มต้นของแคมเปญ ‘McDonald’s Touch of Smile’ จากแมคโดนัลด์ ประเทศไทย ที่เชื่อว่า ‘ความสุขไม่จำเป็นต้องมองเห็นเสมอไป แต่สามารถสัมผัสได้ผ่านรอยยิ้ม’
เพื่อสะท้อนแนวคิด ‘Inclusion’ ซึ่งเป็นหนึ่งในค่านิยมองค์กรสำคัญของแมคโดนัลด์ ภาพยนตร์โฆษณาของแมคโดนัลด์ในวันแม่ปีนี้ จึงนำอักษรเบรลล์มาใส่ลงบนกล่อง Happy Meal ด้วยข้อความ "อยากบอกหนูว่า...แม่ยิ้มทุกครั้งที่เห็นหนูยิ้ม" เพื่อเปิดโอกาสให้น้องๆ ผู้ที่มีความบกพร่องทางการมองเห็น ที่ไม่มีโอกาสได้เห็นรอยยิ้มของผู้เป็นแม่ได้มีโอกาสสัมผัสความสุขและความรู้สึกของแม่ผ่านรอยยิ้มที่อยู่บนกล่อง Happy Meal อย่างเท่าเทียมเช่นเดียวกับทุกคน
“เพราะทุกครั้งที่เห็นลูกมีความสุข แม่มีความสุขยิ่งกว่า” แมคโดนัลด์ ขอเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนให้ทุกคนได้มีโอกาสสัมผัสความสุขผ่านรอยยิ้ม ผ่านภาพยนตร์โฆษณา ‘McDonald’s Touch of Smile’ ซึ่งได้น้องๆ ผู้ที่มีความบกพร่องทางการมองเห็น และคุณแม่มาร่วมถ่ายทอดความรักและความสุขโดยไม่มีสคริปต์ เพื่อส่งต่อความรักอันยิ่งใหญ่ของแม่ที่แม้ลูกจะมองไม่เห็นด้วยตา แต่สามารถสัมผัสได้ด้วยใจเสมอ
แมคโดนัลด์ยังเชิญชวนให้ทุกคนได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการส่งต่อความสุขและมอบโอกาสในการเรียนรู้ให้ เด็กผู้ที่มีความบกพร่องทางการมองเห็น ภายใต้แคมเปญ ‘McDonald’s Touch of Smile’ โดยทุกการซื้อชุด Happy Meal เริ่มต้นเพียงชุดละ 109 บาท ระหว่างวันที่ 1 - 31 สิงหาคม 2569 ที่ร้านแมคโดนัลด์ทุกสาขา รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจะนำไปสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพชีวิตและโอกาสในการเรียนรู้ของเด็กผู้ที่มีความบกพร่องทางการมองเห็นจาก โรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพ ภายใต้การดำเนินงานของมูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์
นอกจากนี้คนรักไก่ทอดแมค ยังสามารถร่วมฉลองวันแม่ด้วย ชุดไก่แมครักแม่ ในราคาเริ่มต้นเพียง ชุดละ 299 บาท อิ่มอร่อยไปกับไก่ทอดแมค 5 ชิ้น, เฟรนช์ฟรายส์ ขนาดกลาง 1 กล่อง และ แมคฟิช 1 ชิ้น พิเศษ! ทุกการสั่งซื้อชุดไก่แมครักแม่ รับฟรี…ตัวหนีบเฟรนช์ฟรายส์สุดน่ารักพร้อมการ์ดบอกรักแม่ Limited Edition 1 ชุด เพื่อช่วยจัดเก็บและหนีบสิ่งของหรือถุงขนมได้อย่างสะดวก ที่คุณแม่ทุกคนต้องมี!
มาอิ่มรักในวันแม่กับ ชุดไก่แมครักแม่ ได้แล้วตั้งแต่วันนี้ถึง 31 สิงหาคม 2569 ที่ร้านแมคโดนัลด์ทุกสาขาที่ร่วมรายการ, บริการแมคไดร์ฟทรู และแมคดิลิเวอรี โทร. 1711 และ www.mcdonalds.co.th สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ McDonald's
#แมคโดนัลด์ #ไก่ทอดแมค #ไก่แมครักแม่ #ทราเวลอินเทรนด์
* เมนูไก่ทอดเริ่มจำหน่ายตั้งแต่เวลา 10.30 น. – 05.00 น.
* ราคาอาจแตกต่างกันในแต่ละสาขา
22/07/2026
🍔แมคโดนัลด์ จับกระแสเมนูชีสที่ยังคงมาแรงและครองใจ Gen Z อย่างต่อเนื่อง พร้อมตอกย้ำความเป็นตัวจริงเพื่อคนรักชีส กับแคมเปญ ‘แมคชีสซี่ ดังก์’ ที่กลับมากี่ครั้งก็สร้างกระแสความฟิน ได้ทุกครั้ง กับความอร่อยเต็มแมค จากเชดด้าชีสแท้ๆ รสชาติเข้มข้น หอมมัน จะดังก์กับเมนูไหนก็อร่อย
ครั้งนี้พิเศษยิ่งกว่าเดิม! ด้วยการจับคู่ชีสดังก์กับหลากหลายเมนูไอคอนิกจากแมคโดนัลด์ ให้ทุกคนสนุกกับการครีเอทความอร่อย ไม่ว่าจะเป็น ชีสเบอร์เกอร์, ดับเบิ้ลชีสเบอร์เกอร์, ไก่ทอดแมค, แมคนักเก็ต และอีกหลากหลายเมนู ให้เลือกดังก์ได้ตามสไตล์ที่ใช่ พร้อมความฟินแบบชีสฉ่ำ ๆ ในเมนูพิเศษ ดังต่อไปนี้
❤️ชุดไก่ทอดแมคชีสซี่ ดังก์ : ไก่ทอด 1 ชิ้น, แมคนักเก็ต 4 ชิ้น, ชีสดังก์ 1 ถ้วย พร้อมเฟรนช์ฟรายส์ ปกติ 1 ห่อ และ โค้ก 12 ออนซ์ เริ่มต้นเพียงชุดละ 129 บาท
❤️ชุดชีสเบอร์เกอร์ + ชีสดังก์ : ชีสเบอร์เกอร์ 1 ชิ้น, ชีสดังก์ 1 ถ้วย พร้อมเฟรนช์ฟรายส์ขนาดกลาง 1 กล่อง และโค้ก 16 ออนซ์ 1 แก้ว เริ่มต้นเพียงชุดละ 129 บาท
❤️ชุดดับเบิ้ลชีสเบอร์เกอร์ + ชีสดังก์ : ดับเบิ้ลชีสเบอร์เกอร์ 1 ชิ้น, ชีสดังก์ 1 ถ้วย พร้อมเฟรนช์ฟรายส์ขนาดกลาง 1 กล่อง และโค้ก 16 ออนซ์ 1 แก้ว เริ่มต้นเพียงชุดละ 199 บาท .-
หากยังดังก์ฟินไม่สุด หรืออยากจับคู่เมนูโปรดอื่นๆ ก็สามารถเติม ‘ชีสดังก์’ ให้ดังก์ได้แบบสะใจทุกคำ ในราคาเริ่มต้นเพียงถ้วยละ 39 บาท เท่านั้น
อร่อยเต็มแมค ดังก์ได้ทุกเมนู! กับ ‘แมคชีสซี่ ดังก์’ ได้แล้วตั้งแต่วันนี้ ถึง 30 สิงหาคม 2569 ที่ร้านแมคโดนัลด์ ทุกสาขาที่ร่วมรายการ, แมคไดร์ฟทรู และแมคดิลิเวอรี โทร.1711, เว็บไซต์ www.mcdonalds.co.th ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook.com/McThai
*เฉพาะไก่ทอดแมค เริ่มขายตั้งแต่ 10.30 น. - 05.00 น.
*ราคาอาจจะแตกต่างกันในแต่ละสาขา
*ไม่สามารถเลือกชิ้นไก่ได้
#แมคโดนัลด์ #แมคชีสซี่ดังก์
#ทราเวลอินเทรนด์
คลิกที่นี่เพื่อรับประกาศแบบสปอนเซอร์ของคุณ
ติดต่อ ธุรกิจของเรา
เบอร์โทรศัพท์
เว็บไซต์
ที่อยู่
11000
แจ้งเตือน
เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ Travel intrend โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ