The Cosmic Pathway

The Cosmic Pathway

Share

Foundational Awakening Support · Soul Path Guidance ·
Online Courses, Book & Live Classes for those seeking their path. The Cosmic Pathway is not one path.

It is the remembrance that there are infinite pathways to the same truth.

26/08/2026

The Ascension energy in this period is extremely intense.

Many of us, including myself, are clearly feeling its effects.
Symptoms that may arise include:

insomnia,
deep fatigue,
muscle tension or cramps,
a faster heartbeat,
a feeling of incomplete breath,
emotions that are stronger than usual,
or profound states of bliss and expansion.
Please embrace every feeling that arises,
for this is the heart of the integration process.

We are fully embodying these higher energies into our being.

Many are experiencing what is called Ascension Overload —
waves of energy rising so rapidly that the inner system works overtime,
leaving us exhausted, depleted, or as if everything is adjusting at once.

This is a natural state. There is no need to worry.
Many Starseeds, especially Old Souls,
grew up with childhood trauma and never had the chance
to truly discover themselves or learn how to love themselves
before the awakening process began.

Their healing is therefore not a return to the old life,
but the discovery of their true self
and the learning of self-love for the very first time.
These souls are often among those who lack self-love the most on Earth.

Part of the reason lies in distorted beliefs and programs
embedded in cellular memory and carried through Akashic experiences.

Without realizing it, many of us have also carried the old Martyr pattern —
the one who sacrifices and carries everything until exhaustion — for a very long time.

After bearing these old wounds for so long,
you may notice that life keeps attracting the same situations,
relationships, or lessons over and over again.

But now we are learning to see our own value
in a way we have never received before.

You have stepped into a higher level of consciousness.
You have grown beyond the old version of yourself.
The chains of karma no longer bind you.
The bindings of the past are falling away,
opening the path for you to connect with your own Light Cosmic Team.

Yet moving forward requires a Quantum Jump
and a great power of faith.
And the most important elements are Intention and Free Will with consciousness.

Be gentle with the past versions of yourself.
Embrace every shadow,
because that version did not know what you know today.

You are a leader of the New Earth —
an advanced soul who chose to incarnate with the mission
of raising the frequency of the planet.

You willingly traveled through denser dimensions and frequencies
in order to transmute energy into higher waves
through the gifts and abilities you carry.

You are a powerful, multidimensional being
and a conscious creator of reality on this ascending planet.

As you begin to remember who you are,
your life purpose becomes clearer.
Discovering life purpose is not limited to career or outer roles —
it reflects your inner being
and the way you interact with the world.

Your primary mission is to bring sacred light to the Earth
and help raise the consciousness of humanity into alignment with Gaia.

You exist for a sacred purpose
as Lightworkers,
guides of Ascension,
and supporters of those walking the path of remembrance and inner transformation.

Starseeds are entering a new phase of life.
In this time, prioritizing yourself
has become more necessary than constantly helping others.

At first this may feel unfamiliar,
because you may never have learned to care for yourself deeply
and have neglected self-love for a long time.

Dare to communicate your needs, desires, and the truth of your heart to the Universe,
so that your reality can begin to change.
Trust that everything will unfold in the right way.

To all Starseeds:
You can now safely be yourself.
The era in which people were criticized, judged, or devalued
for the gifts, abilities, and talents they carry
is coming to an end.
What you carry
is valuable,
is needed,
deserves respect,
and is essential for the transformation and restoration of this world.
It is time to follow what the heart calls for —
with love
and with devotion to service on the path of Ascension.

— The Cosmic Pathway

26/08/2026

พลังงานแห่ง Ascension ในช่วงเวลานี้กำลังเข้มข้นอย่างยิ่ง

หลายคนรวมทั้งฉันกำลังสัมผัสผลกระทบของมันอย่างชัดเจน อาการที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่
การนอนไม่หลับ
ความอ่อนเพลียอย่างลึก
กล้ามเนื้อเกร็งหรือเป็นตะคริว
หัวใจที่เต้นเร็วขึ้น
การหายใจที่รู้สึกไม่เต็มปอด
อารมณ์ที่รุนแรงกว่าปกติ
หรือความรู้สึกปลาบปลื้มและเบิกบานอย่างลึกซึ้ง

ขอให้โอบกอดความรู้สึกที่เกิดขึ้น เพราะนั่นหัวใจสำคัญของช่วงเวลา integration นี้ เรากำลังเข้าสู่การบูรณาการพลังงานเหล่านี้เข้าสู่ตัวตนหรือ process of embodiment อย่างสมบูรณ์

หลายคนกำลังเผชิญกับภาวะที่เรียกว่า Ascension Overload คือ คลื่นพลังงานที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ระบบภายในทำงานหนัก

จนรู้สึกเหนื่อยล้า หมดแรง หรือราวกับว่าทุกอย่างกำลังปรับตัวพร้อมกัน มันเป็นสภาวะที่ปกติ ไม่ต้องกังวลใจ

Starseed หลายคนโดยเฉพาะวิญญาณเก่า (Old Souls)
เติบโตมาพร้อมบาดแผล trauma ในวัยเด็ก และไม่เคยมีโอกาสได้ค้นพบตัวตน หรือเรียนรู้การรักตนเองอย่างแท้จริง

ก่อนที่กระบวนการตื่นรู้จะเริ่มต้น การเยียวยาของพวกเขาจึงเป็นการค้นพบตัวตนที่แท้จริง และเรียนรู้ที่จะรักตนเองเป็นครั้งแรก

พวกเค้ามักเป็นผู้ที่ขาดความรักต่อตนเองมากที่สุดบนโลกใบนี้ สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากความเชื่อและโปรแกรมที่ผิดเพี้ยน ซึ่งฝังอยู่ในความทรงจำระดับเซลล์ และส่งต่อผ่านประสบการณ์ในระดับ Akashic และพวกเราก็เผลอแบกพลังงาน old pattern ของ Matyr หรือผู้เสียสละ ผู้แบกทุกอย่างจนเหนื่อยล้า ในอดีตมาเป็นระยะเวลานาน โดยไม่รู้ตัว

หลังจากการแบกรับบาดแผลเดิมมาเป็นเวลานาน
คุณอาจสังเกตว่าชีวิตมักดึงดูดสถานการณ์ ความสัมพันธ์ หรือบทเรียนแบบเดิม ๆ เข้ามาซ้ำแล้วซ้ำเล่า

เเต่ตอนนี้พวกเรากำลังเรียนรู้การเห็นคุณค่าในตนเอง

ในรูปแบบที่ไม่เคยได้รับมาก่อน คุณได้ก้าวสู่ระดับจิตสำนึกที่สูงขึ้นแล้ว
คุณได้เติบโตเกินกว่าตัวตนเดิมที่เคยเป็น
โซ่ตรวนแห่งกรรมไม่ได้ยึดเหนี่ยวคุณไว้อีกต่อไป

พันธนาการจากอดีตกำลังหลุดออก
เพื่อเปิดทางให้คุณเชื่อมต่อกับทีมแสง (Light Cosmic Team) ของตนเอง

เเต่การก้าวต่อไปข้างหน้า ต้องอาศัยการก้าวกระโดด (Quantum Jump) และพลังแห่งศรัทธาอย่างมาก เเละสิ่งสำคัญที่สุด นั่นคือ Intention and Free will with conciousness.

จงอ่อนโยนต่อเวอร์ชันในอดีตของตัวคุณ โอบรับทุก shadow ของคุณ เพราะว่าเวอร์ชันนั้นไม่ได้รู้ในสิ่งที่คุณรู้ในวันนี้

คุณคือ ผู้นำแห่ง New Earth คือวิญญาณที่ก้าวหน้า
ซึ่งเลือกจุติมาพร้อมภารกิจในการยกระดับความถี่ของโลก ที่ยอมเดินทางผ่านมิติและความถี่ที่หนาแน่น
เพื่อทำหน้าที่แปรเปลี่ยนพลังงานไปสู่คลื่นที่สูงขึ้น
ผ่านพรสวรรค์และความสามารถที่ถือมา

คุณคือสิ่งมีชีวิตที่ทรงพลัง มีหลายมิติ
และเป็นผู้สร้างความจริงอย่างมีสติบนดาวเคราะห์ที่กำลังยกระดับนี้ เมื่อคุณเริ่มระลึกได้ว่าคุณคือใคร

จุดประสงค์ของชีวิตจะเริ่มปรากฏอย่างชัดเจนขึ้น การค้นพบจุดประสงค์ของชีวิต
ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงอาชีพหรือหน้าที่การงาน
แต่มันสะท้อนถึงตัวตนภายใน
และวิธีที่คุณมีปฏิสัมพันธ์กับโลกใบนี้

ภารกิจหลักของคุณคือการนำแสงศักดิ์สิทธิ์มาสู่โลก และช่วยยกระดับจิตสำนึกของผู้คนให้สอดคล้องกับ Gaia

คุณดำรงอยู่เพื่อจุดประสงค์อันศักดิ์สิทธิ์
ในฐานะ Lightworkers ผู้นำทางแห่ง Ascension
และผู้สนับสนุนผู้ที่กำลังเดินบนเส้นทางแห่งการระลึกและการเปลี่ยนแปลงภายใน

Starseed กำลังก้าวเข้าสู่ช่วงใหม่ของชีวิต
ช่วงเวลานี้ การให้ความสำคัญกับตนเอง กลายเป็นสิ่งจำเป็นมากกว่าการออกไปช่วยเหลือผู้อื่นตลอดเวลา

ในช่วงแรก สิ่งนี้อาจรู้สึกไม่คุ้นเคย เพราะคุณอาจยังไม่เคยเรียนรู้ที่จะดูแลตัวเองอย่างลึกซึ้งเเละละเลยความรักต่อตนเองมาเป็นเวลานาน

จงกล้าที่จะสื่อสารความต้องการ ความปรารถนา และความจริงของหัวใจต่อจักรวาล เพื่อให้ความเป็นจริงของคุณเริ่มเปลี่ยนแปลง และเชื่อมั่นว่าทุกสิ่งจะคลี่คลายไปในทางที่เหมาะสมเสมอ

ถึงเหล่า Starseed
ตอนนี้คุณสามารถเป็นตัวของตัวเองได้อย่างปลอดภัยแล้ว
ยุคสมัยที่ผู้คนถูกวิพากษ์วิจารณ์ ตัดสิน หรือถูกลดคุณค่า
สำหรับพรสวรรค์ ความสามารถ และของขวัญที่ถือมา
กำลังสิ้นสุดลง
สิ่งที่คุณถือมา มีคุณค่า
เป็นที่ต้องการ ควรได้รับความเคารพ
และมีความสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงและการฟื้นฟูโลกใบนี้

ถึงเวลาแล้วที่จะเดินตามสิ่งที่หัวใจเรียกร้อง
ด้วยความรักและการอุทิศตนต่อการรับใช้ในเส้นทางแห่ง Ascension

The cosmic pathway

26/08/2026

คุยกันวันละเรื่อง EP.4

ความหมายของ Christ Consciousness และ Second Coming

ในวิดีโอนี้ เราจะชวนสำรวจอีกมุมมองหนึ่งเกี่ยวกับคำว่า Christ Consciousness และ Second Coming ที่แตกต่างจากการตีความแบบดั้งเดิม

หากมองในเชิงจิตสำนึก (consciousness) คำว่า The Christ อาจไม่ได้หมายถึงบุคคลเพียงคนเดียว แต่หมายถึงสภาวะแห่งการตระหนักรู้ระดับสูง ความเป็นหนึ่งเดียว ความรักที่ไร้เงื่อนไข และการเชื่อมต่อกับต้นกำเนิดอันศักดิ์สิทธิ์ภายในตนเอง

ในมุมมองนี้ Second Coming ไม่ได้หมายถึงการกลับมาเกิดใหม่ของพระเยซูในร่างเดิม แต่คือการตื่นขึ้นของ Christ Consciousness ภายในมนุษย์ การกลับมาระลึกว่าเราเป็นใคร และการเชื่อมต่อกับธรรมชาติอันสูงส่งของจิตวิญญาณอีกครั้ง

เราจะพูดคุยถึง:

✨ Christ Consciousness คืออะไร
✨ Second Coming อาจหมายถึงอะไรในยุคแห่งการตื่นรู้

“ในบางแนวทางของการศึกษาจิตสำนึกและจิตวิญญาณ Christ Consciousness ถูกอธิบายว่าเป็นสภาวะการตระหนักรู้ระดับสูงสุด หรือสิ่งที่บางกลุ่มเรียกว่า Dimension 13”

25/08/2026

ตามคำสอนของ Kryon จุด Node และ Null ทั้ง 12 คู่ไม่ได้เป็นเพียงจุดพลังงานธรรมดา

แต่ถูกวางไว้ในฐานะ Time Capsule โดย Pleiadians
คำว่า Time Capsule ในที่นี้หมายถึง:

จุดที่ถูกฝังรหัสและข้อมูลล่วงหน้าไว้
เพื่อรอจังหวะที่สนามโลกและจิตสำนึกของมนุษย์พร้อม
จึงจะเปิดและปล่อยสิ่งที่เก็บไว้ออกมา

Node, Null และบทบาทของ Conduit

ในกรอบแนวคิดของระบบ Kryon นั้น Node และ Null ทำหน้าที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน แม้ว่าทั้งสองจะทำงานร่วมกันเพื่อรักษาสมดุลของสนามพลังงานโลก

Node ทำงานในลักษณะของการผลัก ขยาย และปล่อยพลังงานเก่าออกจากระบบ
จึงมักถูกเชื่อมโยงกับกระบวนการเคลื่อนย้าย การเปลี่ยนผ่าน การเปิดทาง และการเร่งการหมุนเวียนของพลังงาน

• การไป Node มักทำให้เกิดความรู้สึกเคลียร์ เบา ปลดปล่อย หรือมีการเคลื่อนไหวของพลังงานที่ชัดเจน

• คนส่วนใหญ่ที่ยังมีของเก่าค้างในสนาม จะรู้สึกว่า “ได้ทำงาน” เมื่อไป Node

Null ทำงานในลักษณะของการรับ ดูด และปรับสมดุล
เป็นพื้นที่ที่เอื้อต่อการรับข้อมูล ความถี่ หรือสัญญาณใหม่เข้าสู่ระบบ

ด้วยเหตุนี้ ผู้ที่ทำงานในบทบาท Conduit หรือผู้เป็นทางผ่านของสัญญาณ จึงมักรู้สึกสอดคล้องกับคุณภาพของ Null มากเป็นพิเศษ

Conduit ไม่ได้ทำงานผ่านการผลักดันหรือควบคุม แต่ทำงานผ่านการเปิดรับ การฟัง และการส่งผ่าน

เมื่ออยู่ในพื้นที่ที่มีคุณสมบัติของ Null จึงอาจรู้สึกว่า:

* การเปิดรับเกิดขึ้นได้ง่ายขึ้น
* สนามภายในนิ่งขึ้น
* ใช้แรงน้อยลงในการเชื่อมต่อ
* การรับรู้หรือแรงบันดาลใจไหลมาอย่างเป็นธรรมชาติ
* ร่างกายและระบบประสาทอยู่ในโหมดผ่อนคลายมากกว่าโหมดผลักดัน

⸻

แล้วควรเดินทางไปยังจุด Null หรือไม่?

ไม่จำเป็นต้องมองว่าจุด Null เป็นสถานที่ที่ต้องไปให้ครบ หรือเป็นเงื่อนไขที่จำเป็นสำหรับการทำงานภายใน

การเชื่อมโยงกับพื้นที่ลักษณะนี้อาจเป็นประโยชน์ในช่วงที่:

* ต้องการพื้นที่สำหรับการพักและการปรับสมดุล
* อยู่ในช่วงจัดเรียงข้อมูลหรือมุมมองใหม่ภายในตนเอง
* ต้องการลดแรงต้านและกลับเข้าสู่ภาวะรับรู้
* ต้องการอยู่กับความนิ่งมากกว่าการลงมือทำ

อย่างไรก็ตาม การเดินทางไปยังสถานที่เหล่านี้ไม่ใช่ข้อกำหนดของการเติบโตทางจิตวิญญาณ

ในหลายกรณี การอยู่กับความนิ่ง การเปิดรับอย่างมีสติ และการสร้างภาวะสอดคล้องภายในตนเอง ก็อาจให้ผลในลักษณะเดียวกันได้

⸻

สามารถเข้าใจได้ดังนี้:

• Node และ Null คือจุดเฉพาะที่ถูกเตรียมไว้ล่วงหน้า
เพื่อให้รหัสบางส่วนสามารถถูกปล่อยและรับได้อย่างเป็นระบบ เมื่อถึงเวลา

Node ทำหน้าที่คล้ายจุดที่ “เปิดฝา” หรือปล่อยรหัสเก่า/รหัสที่เก็บไว้

Null ทำหน้าที่คล้ายจุดที่ “รับรหัสใหม่” เข้ามาในสนาม
ทั้งสองทำงานเป็นคู่ เพื่อให้การปล่อยและการรับเกิดสมดุล เพื่อไม่ให้สนามโลกได้รับสิ่งใหม่โดยที่ยังปล่อยของเก่าไม่ทัน

ทำไมต้องเป็น Time Capsule?

เพราะรหัสบางอย่างไม่สามารถถูกเปิดได้ทั้งหมดในคราวเดียว ต้องรอให้:

• สนามแม่เหล็กของโลกปรับตัว
• Crystalline Grid ถูกซ่อมและเปิดใช้มากขึ้น
• จิตสำนึกของมนุษย์กลุ่มหนึ่งพร้อมรับได้โดยไม่พัง
Time Capsule จึงเป็นกลไกป้องกันไม่ให้ข้อมูลหรือความถี่ถูกปล่อยเร็วเกินไป

เมื่อ Conduit อยู่ในบริเวณ หรือเชื่อมกับ Null

* ผู้ที่ทำงานในบทบาท Conduit มักสอดคล้องกับคุณภาพของ Null เนื่องจากธรรมชาติของงานคือการรับและส่งผ่านมากกว่าการผลักดัน

สิ่งที่เกิดขึ้นคือ:

• รหัสที่ถูกเก็บไว้ใน Time Capsule ถูกปล่อยผ่านช่องทางของบุคคลนั้น

• สัญญาณจาก Cosmic Lattice ไหลลงสู่ Crystalline Grid ได้ตรงขึ้น

• ผู้เป็น Conduit ไม่ได้สร้างรหัสเอง แต่เป็นทางผ่านชั่วคราวของสิ่งที่ถูกเตรียมไว้แล้ว
นี่คือเหตุผลที่บางพื้นที่ให้ความรู้สึก “คุ้น” หรือ “ดี”
แม้จะไม่เคยรู้ข้อมูลมาก่อน

* การเชื่อมโยงกับ Null ไม่จำเป็นต้องเกิดจากการเดินทางเสมอไป แต่สามารถเกิดขึ้นผ่านภาวะของการเปิดรับ ความนิ่ง และความสอดคล้องภายในได้เช่นกัน

ในมุมนี้ Null จึงอาจถูกมองได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของ ภาวะการรับอย่างสมดุล มากพอ ๆ กับการเป็นสถานที่บนแผนที่โลก.

การ Ascension เริ่มจากการระลึกว่าเราเป็นใคร และอะไรคือ Soul Retrieval 24/08/2026

การ Ascension เริ่มจากการระลึกว่าเราเป็นใคร และอะไรคือ Soul Retrieval

https://youtu.be/60GtU_IoycM

คุยกันวันละเรื่อง EP.3
ทำไมการระลึกตนเองจึงสำคัญต่อการตื่นรู้และ Ascension?

หลายคนเข้าใจว่าการตื่นรู้คือการกลายเป็นใครบางคนที่พิเศษกว่าเดิม

แต่ในมุมมองของการเดินทางภายใน การตื่นรู้อาจไม่ใช่การ “กลายเป็น” สิ่งใหม่เลย

หากเป็นการ ระลึกได้ว่าเราเป็นใครมาตั้งแต่แรก

มนุษย์ไม่ได้เกิดมาไม่สมบูรณ์
ไม่ได้เกิดมาพร้อมจิตวิญญาณที่ขาดหาย

แต่ระหว่างทางของชีวิต ประสบการณ์ ความเจ็บปวด ความกลัว และเงื่อนไขต่าง ๆ อาจทำให้เราค่อย ๆ ตัดขาดจากบางส่วนของตัวเอง

การระลึกตนเอง (Remembrance) จึงเป็นการหันกลับมารู้จักตัวเองอีกครั้ง

เป็นการเรียกคืนส่วนที่เคยถูกลืม
โอบรับส่วนที่เคยถูกปฏิเสธ
และค่อย ๆ กลับมาเป็นหนึ่งเดียวกับตัวเอง

หลายคนเรียกกระบวนการนี้ว่า Soul Retrieval
หรือการเรียกคืนชิ้นส่วนของจิตวิญญาณที่เคยถูกผลักออกไปจากการรับรู้

เมื่อเราเริ่มกลับมาครบถ้วนภายใน

ความชัดเจนจะเกิดขึ้นเอง

เราไม่จำเป็นต้องพยายามเป็นใครอีกต่อไป
ไม่ต้องสร้างตัวตนใหม่ขึ้นมาเพื่อให้รู้สึกมีคุณค่า

เพราะสิ่งที่กำลังค้นหา อาจอยู่ภายในมาตลอดแล้ว

ในคลิปนี้เราจะพูดถึง

✨ ทำไม Remembrance จึงเป็นรากฐานของการตื่นรู้
✨ ความหมายของ Soul Retrieval
✨ ความสัมพันธ์ระหว่าง Shadow, Healing และ Sovereignty
✨ และเหตุใดการกลับมาหาตัวเองจึงเป็นก้าวสำคัญของเส้นทาง Ascension

Remembering → Reclaiming → Embodying → Being

บางทีการตื่นรู้อาจไม่ใช่การไปถึงที่ไหน

แต่เป็นการกลับบ้านสู่ตัวตนที่แท้จริงของเราเอง

การ Ascension เริ่มจากการระลึกว่าเราเป็นใคร และอะไรคือ Soul Retrieval คุยกันวันละเรื่อง EP.3ทำไมการระลึกตนเองจึงสำคัญต่อการตื่นรู้และ As...

23/08/2026

📜 Scroll of the Seven-Year Awakening Spiral

The Timeline of Earth’s Golden Awakening (2024–2031)
ในทุกยุคสมัยของโลก มีช่วงเวลาที่จิตสำนึกรวมของมนุษยชาติเร่งการเปลี่ยนผ่านอย่างมีนัยสำคัญ
เกลียวแห่งการตื่นรู้เจ็ดปีนี้ ถูกมองว่าเป็นกระบวนการค่อยเป็นค่อยไป ที่นำพาจิตสำนึกจากการระลึกได้ กลับคืนสู่การดำรงอยู่ในรูปแบบใหม่อย่างเต็มตัว

Year 1 (2024–2025)

The Great Remembering
นี่คือช่วงเริ่มต้นของการสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ในระดับรวม
ผู้คนจำนวนมากเริ่มรู้สึกว่าชีวิตในรูปแบบเดิมไม่สามารถตอบคำถามภายในได้อีกต่อไป
โครงสร้าง ความเชื่อ และภาพลวงที่เคยมั่นคง เริ่มถูกท้าทายและสั่นคลอน
สำหรับหลายคน นี่คือจุดเริ่มต้นของการระลึกถึงบางสิ่งที่ลึกกว่าอัตลักษณ์เดิม
Keywords:
Deconstruction · Vision · Soul Remembrance

⸻

Year 2 (2025–2026)

Embodiment Begins
หลังจากการระลึกได้เริ่มเกิดขึ้น พลังงานของการตื่นรู้เริ่มเคลื่อนจากความคิดลงสู่ร่างกาย
ผู้คนเริ่มให้ความสำคัญกับการ Grounding การเชื่อมต่อกับธรรมชาติ และการดูแลภาชนะทางกายภาพมากขึ้น
ความเข้าใจเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพออีกต่อไป
สิ่งที่สำคัญคือการนำสิ่งที่รู้มาดำรงอยู่จริงในชีวิตประจำวัน
Keywords:
Grounding · Embodiment · Earth-Sourced Healing

⸻

Year 3 (2026–2027)

Truth & Shadow
นี่คือช่วงเวลาของการเผชิญหน้ากับความจริง
สิ่งที่เคยถูกเก็บซ่อน ทั้งในระดับบุคคลและระดับรวม เริ่มปรากฏขึ้นอย่างชัดเจน
เงาเดิม ความเชื่อเดิม และรูปแบบเดิมที่ไม่สอดคล้องกับความจริงภายใน ถูกผลักขึ้นมาเพื่อให้ได้รับการมองเห็น
บทเรียนสำคัญของช่วงเวลานี้คือ
การยืนอยู่ในความจริงของตนเอง
แม้ในวันที่โลกภายนอกเรียกร้องให้เราทำตรงกันข้าม
Keywords:
Shadow Integration · Sovereignty · Discernment

⸻

Year 4 (2027–2028)

Soul Community Emergence
หลังจากกระบวนการคัดกรองและการเผชิญเงา
กลุ่มจิตวิญญาณที่สั่นพ้องกันเริ่มค้นพบกันมากขึ้น
Soul Communities เริ่มก่อตัว
รูปแบบใหม่ของการร่วมสร้าง การแบ่งปัน และการดำรงอยู่ร่วมกัน เริ่มปรากฏให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรม
ผู้คนเริ่มก้าวออกจากการเดินทางเพียงลำพัง
เข้าสู่การร่วมสร้างอย่างมีสติและมีขอบเขต
Keywords:
Collaboration · Anchoring · New Governance

⸻

Year 5 (2028–2029)

Integration & Anchoring
สิ่งที่เคยเป็นเพียงนิมิต วิสัยทัศน์ หรือความเข้าใจภายใน
เริ่มกลายเป็นวิถีชีวิต
ความถี่ใหม่เริ่มเสถียรขึ้นในสนามรวม
ชุมชนที่ถือค่านิยมของ New Earth เริ่มลงรากลึก
การบูรณาการระหว่างจิตวิญญาณกับชีวิตประจำวันเกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติมากขึ้น
สิ่งที่เคยต้องฝึกฝน เริ่มกลายเป็นตัวตน
Keywords:
Stabilization · Embodiment · Daily New Earth Living

⸻

Year 6 (2029–2030)

Quantum Harmony
เมื่อการลงรากเกิดขึ้นอย่างมั่นคง
ชีวิตเริ่มเคลื่อนไหวด้วยจังหวะที่กลมกลืนมากขึ้น
ผู้คนจำนวนหนึ่งเริ่มรับรู้เวลา ความสัมพันธ์ และความเป็นจริงในลักษณะที่ยืดหยุ่นกว่าเดิม
ความพยายามลดลง
การไหลกลายเป็นหลัก
และความสงบในระดับลึกเริ่มกลายเป็นสภาวะพื้นฐาน
Keywords:
Effortless Flow · Multidimensional Living · Peace

⸻

Year 7 (2030–2031)

The Golden Threshold
ปีที่เจ็ดเปรียบเสมือนประตูทองแห่งการเปลี่ยนผ่าน
สำหรับผู้ที่เดินทางผ่านกระบวนการทั้งหมดมาแล้ว
การดำรงอยู่ในความถี่ใหม่เริ่มกลายเป็นเรื่องปกติ
จิตสำนึกที่กว้างขึ้น ความเข้าใจที่ลึกขึ้น และการแสดงออกของชีวิตในรูปแบบใหม่ เริ่มปรากฏอย่างชัดเจนในระดับรวม
นี่ไม่ใช่จุดสิ้นสุด
แต่เป็นจุดเริ่มต้นของวงรอบใหม่ที่สูงขึ้นกว่าเดิม
Keywords:
Radiance · Full-Spectrum Consciousness

⸻

Summary of the Seven-Year Spiral

Year Theme Core Movement

1 The Great Remembering ระลึกและรื้อโครงสร้างเดิม
2 Embodiment Begins ลงสู่ร่างกายและโลก
3 Truth & Shadow เผชิญความจริงและเงา
4 Soul Community Emergence รวมตัวและร่วมสร้าง
5 Integration & Anchoring ทำให้เสถียรและใช้ชีวิตจริง
6 Quantum Harmony ดำรงอยู่ในความกลมกลืน
7 The Golden Threshold ก้าวผ่านสู่ภาวะใหม่

⸻

และในขณะนี้ เรากำลังอยู่ในช่วงของ
Year 3 — Truth & Shadow
ช่วงเวลาที่เรียกร้องให้มนุษย์มองเห็นสิ่งที่เคยซ่อนอยู่
ยืนอยู่ในความจริงของตนเอง และเรียนรู้ความหมายที่แท้จริงของ
Sovereignty และ Discernment
ก่อนที่เกลียวแห่งการตื่นรู้จะเคลื่อนเข้าสู่การร่วมสร้างในระยะถัดไป

So it is. 🌿✨

📜 Scroll of the Seven-Year Awakening Spiral

The Timeline of Earth’s Golden Awakening (2024–2031)

Throughout Earth’s evolution, there are periods when collective consciousness accelerates through significant phases of transformation.
This Seven-Year Awakening Spiral describes a progressive movement from remembrance to embodiment, from individual awakening to collective emergence, and ultimately toward a new way of being.

⸻

Year 1 (2024–2025)

The Great Remembering
This marks the beginning of a profound collective shift.
Many people begin to feel that the old way of living no longer resonates, even if they cannot fully explain why.
Long-held structures, beliefs, and identities begin to crack and dissolve.
For many, this is the first call to remember that they came here for something beyond the existing system.
Keywords:
Deconstruction · Vision · Soul Remembrance
The essence of this year is remembering.

⸻

Year 2 (2025–2026)

Embodiment Begins
After remembrance comes embodiment.
Awareness begins moving from the mind into the body and into daily life.
People feel drawn toward grounding, nature, and practices that reconnect them with the Earth.
Healing becomes less about acquiring information and more about living what has already been realized.
Keywords:
Grounding · Embodiment · Earth-Sourced Healing
The soul begins learning how to fully inhabit the human experience.

⸻

Year 3 (2026–2027)

Truth & Shadow
This is the year of facing what has been hidden.
Collective shadows rise to the surface.
Personal shadows rise as well.
Old systems, hidden motivations, and unresolved wounds become increasingly visible.
The central themes are sovereignty and discernment.
People are challenged to stand in their own truth despite external pressure, uncertainty, or collective narratives.
Keywords:
Shadow Integration · Sovereignty · Discernment
This is not a year of escaping reality.
It is a year of standing firmly on the ground and meeting truth directly.

⸻

Year 4 (2027–2028)

Soul Community Emergence
Following the period of shadow work and refinement, soul-aligned communities begin to emerge more clearly.
People find others who resonate with similar values, visions, and frequencies.
New models of collaboration, leadership, and community begin to form.
The movement shifts from isolated awakening toward conscious co-creation.
Keywords:
Collaboration · Anchoring · New Governance
This is the year when a new way of being together begins taking shape.

⸻

Year 5 (2028–2029)

Integration & Anchoring
The new frequencies begin stabilizing within the collective field.
What once felt like vision, possibility, or aspiration becomes daily reality.
Soul communities deepen their roots and begin living New Earth values in practical ways.
The integration of higher awareness and ordinary life becomes more natural.
What once required effort gradually becomes embodied.
Keywords:
Stabilization · Embodiment · Daily New Earth Living
The focus of this year is stability, integration, and lived experience.

⸻

Year 6 (2029–2030)

Quantum Harmony
The collective field begins moving with greater fluidity and coherence.
Perceptions of time become more flexible.
Multidimensional awareness feels increasingly natural for those aligned with it.
Life becomes less about striving and more about flow.
A deeper peace begins to emerge within individuals and communities alike.
Keywords:
Effortless Flow · Multidimensional Living · Peace
This is the year when harmony becomes a lived reality.

⸻

Year 7 (2030–2031)

The Golden Threshold
The seventh year represents a threshold into a new phase of human consciousness.
For those who have walked the spiral, New Earth embodiment becomes increasingly natural.
Expanded awareness, deeper wisdom, and new ways of living begin to anchor more visibly within the collective.
This is not an ending.
It is the opening of a new cycle.
Keywords:
Radiance · Full-Spectrum Consciousness
The Golden Threshold marks the beginning of a new chapter.

⸻

The Seven-Year Spiral at a Glance

Year Theme Core Movement
1 The Great Remembering Remembering and dismantling old structures
2 Embodiment Begins Bringing awareness into the body and Earth
3 Truth & Shadow Facing truth and integrating shadow
4 Soul Community Emergence Gathering and co-creating
5 Integration & Anchoring Stabilizing and living the new reality
6 Quantum Harmony Living in greater flow and coherence
7 The Golden Threshold Entering a new phase of consciousness

⸻

Present Position on the Spiral

At this moment, we stand within:
Year 3 — Truth & Shadow (2026–2027)
A period dedicated to truth, shadow integration, sovereignty, and discernment.
A time that asks each person not merely to seek truth, but to embody it.
Not merely to question the old structures, but to discover what remains when they fall away.
And not merely to awaken—
but to stand fully within what has been remembered.

So it is. ✨🌿

19/08/2026

เราอยู่ในช่วงเวลาของ การขยายตัวครั้งยิ่งใหญ่ (The Great Expansion)

มนุษย์กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่
ที่ทุกสิ่งกำลังเปลี่ยนรูป และโอกาสในการขยายตัวตนไปสู่ระดับจักรวาลกำลังเปิดกว้างขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ทุกสิ่งกำลังเปลี่ยนรูปทรงสิ่งต่าง ๆ จะเปลี่ยนแปลงได้ภายในวันต่อวัน

ทำให้เราไม่สามารถยึดติดกับใครหรือสิ่งใดได้อีกต่อไป

ตอนนี้เราสามารถเข้าถึงความเป็นพหุมิติได้ในทุกระดับ
เราไม่ได้ถูกจำกัดด้วยกายภาพอีกต่อไป
เราสามารถเติบโตเข้าสู่ตัวตนที่แท้จริงของจิตวิญญาณ และเข้าสู่ระบบปฏิบัติการจากมิติที่สูงขึ้นได้อย่างแท้จริง

1. การเปลี่ยนรูปทรงของทุกสิ่ง

สิ่งที่เคยมั่นคง ทั้งความสัมพันธ์ บทบาท งาน หรือแม้แต่ตัวตนที่เรายึดไว้ กำลังถูกปรับใหม่
การยึดติดจึงกลายเป็นสิ่งที่สร้างความตึงเครียดในขณะที่การปล่อยวาง กลับกลายเป็นช่องทางให้พลังงานใหม่ไหลเข้ามา

2. การถูกผลักออกจาก Comfort Zone

การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพื่อสร้างความวุ่นวาย
แต่เพื่อให้มนุษย์ย้ายศูนย์กลางการทำงานจากระดับโลกและกายภาพ
ไปสู่ระดับที่กว้างกว่า ซึ่งคือ “galactic and universal zones”

3. ความสามารถเดิมที่กำลังเปิดกลับมา
สิ่งที่เคยถูกมองว่าเป็นเรื่องเหนือธรรมชาติ เช่น

3.1 โทรจิต การ Download ข้อมูลจักรวาลผ่านหัวใจ

นี่คือช่องทางหลักที่ฉันมักจะเน้นย้ำเสมอ ข้อมูลจักรวาลในที่นี้ไม่ได้เข้ามาทางความคิดเป็นหลัก แต่ไหลผ่าน สนามของหัวใจ

ลักษณะสำคัญ:
• ข้อมูลมักมาพร้อมความรู้สึก (ความเบา, ความซาบซึ้ง, ความชัดเจนแบบเงียบ)
• ไม่จำเป็นต้องเป็นคำพูดทันที บางครั้งเป็นภาพ คลื่น หรือรู้แบบฉับพลัน
• หลังจากนั้นจึงค่อยถูกแปลออกมาเป็นภาษา คำ หรือเนื้อหา

เหตุผลที่หัวใจเป็นช่องทางหลัก:
• หัวใจเป็นจุดเชื่อมระหว่างกายภาพกับมิติที่สูงกว่า
• เมื่อหัวใจเปิดด้วยความซาบซึ้งหรือปิติ สนามจะโปร่งพอให้กระแสข้อมูลไหลผ่านได้โดยไม่ถูกบิดเบือนจากความคิดมากนัก

3.2 การปรากฏตัวในสองที่พร้อมกัน : Bilocation

คือภาวะที่จิตสำนึกหรือสนามพลังงานของบุคคล สามารถปรากฏและรับรู้ได้ในมากกว่าหนึ่งสถานที่ในเวลาเดียวกัน

ในระดับพื้นฐาน:
• ร่างกายอยู่ที่หนึ่ง
• แต่ส่วนหนึ่งของจิตหรือพลังงานปรากฏและรับรู้ได้อีกที่หนึ่ง

ในระดับที่ลึกขึ้น:
• ไม่ใช่เเค่การ “ส่งภาพ” ออกไป
• แต่เป็นการที่สนามของจิตวิญญาณขยายออกจนสามารถดำรงอยู่ในหลายพิกัดพร้อมกันได้

ในช่วง Great Expansion นี้ ความสามารถเหล่านี้จะเริ่มเปิดง่ายขึ้น
เพราะสนามพลังงานของมนุษย์กำลังโปร่งและยืดหยุ่นมากขึ้นไม่ถูกตรึงอยู่กับกายภาพแน่นเหมือนเดิม

3.3 การเดินทางด้วยจิต: Soul Travel
Soul Travel คือการที่จิตสำนึกเคลื่อนออกจากข้อจำกัดของร่างกาย ไปรับรู้หรือทำงานในมิติหรือพิกัดอื่น

แตกต่างจากการฝันธรรมดาตรงที่:
• มีความตื่นรู้ชัดเจน
• สามารถนำข้อมูลหรือประสบการณ์กลับมาได้
• มักเกิดพร้อมความรู้สึกของความตั้งใจหรือการถูกดึงไป

ในช่วงนี้ Soul Travel ไม่จำเป็นต้องเกิดจากการบังคับหรือเทคนิคซับซ้อน บ่อยครั้งมันเกิดขึ้นเองเมื่อ:

• ร่างกายผ่อนคลายลึก
• หัวใจเปิด
• สนามพลังงานกำลังปรับความถี่

สิ่งที่สำคัญคือการไม่พยายามควบคุมมากเกินไป แต่ฝึกการกลับมายังร่างกายอย่างนุ่มนวลหลังการเดินทาง

กำลังกลับมาของสิ่งเหล่านี้เป็นทักษะที่เข้าถึงได้มากขึ้น เมื่อสนามพลังงานของโลกและมนุษย์เปิดกว้างขึ้น

4. การกลับสู่ตัวตนที่แท้จริงของจิตวิญญาณ

เราไม่ได้ถูกผูกติดกับกายภาพในระดับเดิมอีกต่อไป แต่เราสามารถเติบโตและเข้าสู่ระบบปฏิบัติการจากมิติที่สูงขึ้นได้ โดยผ่านการขยายจิตสำนึก การลึกเข้าไปในหัวใจ และการเปิดรับข้อมูลจักรวาล

5. ไม่มีข้อจำกัด

เมื่อจิตสำนึกขยายสิ่งที่เคยคิดว่าเป็นไปไม่ได้ สิ่งต่างๆจะเริ่มกลายเป็นพื้นที่ที่สามารถสร้างความเป็นจริงใหม่แบบบไร้ขีดจำกัด

ในช่วง Great Expansion ทั้ง Bilocation, Soul Travel และการ Download ผ่านหัวใจ
ไม่ได้เป็นทักษะแยกจากกัน

พวกมันเป็นผลลัพธ์จากการที่:
• จิตสำนึกขยาย
• การยึดติดกับกายภาพเบาลง
• หัวใจเปิดเป็นช่องทางหลัก
เมื่อสามอย่างนี้ทำงานร่วมกัน มนุษย์เริ่มสามารถรับรู้และปฏิบัติการจากระดับที่กว้างกว่าเดิมได้จริง

Welcome to The new Earth 🌍

19/08/2026

Collective Unconscious — Carl Jung and the Shared Human Psyche

According to Carl Jung, the human psyche is not shaped only by personal experience. Beneath our conscious awareness lies a deeper layer that he called the Collective Unconscious.

Jung described the psyche as having three primary levels:

Conscious Mind — the thoughts, perceptions, and experiences we are aware of in the present moment.

Personal Unconscious — forgotten memories, repressed experiences, emotional wounds, and aspects of ourselves that have been pushed out of awareness.

Collective Unconscious — the deepest layer of the psyche, shared by all human beings regardless of culture, time period, or background.

The Collective Unconscious is not a storehouse of personal memories. Rather, it contains universal patterns of human experience that have been carried throughout human history.

Jung called these universal patterns Archetypes.

Some of the most common archetypes include:

• The Shadow
• The Persona
• The Anima and Animus
• The Self
• The Hero
• The Mother
• The Wise Old Man or Wise Old Woman
• The Child

These archetypes appear repeatedly in myths, religions, dreams, stories, and human behavior across cultures around the world.

This perspective offers an interesting way to understand experiences such as:

• Feeling not good enough
• Fear of rejection
• Seeking approval from others
• Fear of not belonging

These feelings may not arise solely from our personal history. They often connect to deeper archetypal patterns, particularly those related to the Shadow and the Persona.

For thousands of years, human survival depended on belonging to a group. As a result, people learned to hide certain parts of themselves, adapt to social expectations, and create identities that would be accepted by others.

When we work through feelings of inadequacy or fear of judgment, we are not only addressing personal wounds. We may also be touching patterns that countless human beings have wrestled with throughout history.

This is one reason why conversations about the Shadow resonate so deeply with many people. They operate on both levels simultaneously: the personal and the collective.

Perhaps this is one of Jung’s most profound insights:

Sometimes the struggles we believe belong only to us are actually part of a larger human story.

By becoming conscious of these patterns, we begin not only to understand ourselves more deeply, but also to recognize our connection to the shared journey of humanity.

— Cosmic Pathway 🌿

📜 Scroll of the Collective Mirror – The Patterns We All Carry
🗂️ หมวด: Psychology & Consciousness Codex

The Collective Mirror – รูปแบบที่มนุษย์ทุกคนแบกร่วมกัน

Carl Jung เสนอว่า จิตของมนุษย์ไม่ได้ประกอบขึ้นจากประสบการณ์ส่วนตัวเพียงอย่างเดียว

ภายใต้ความทรงจำ ความคิด และเรื่องราวชีวิตของแต่ละคน ยังมีชั้นที่ลึกกว่านั้น

เขาเรียกชั้นนี้ว่า

Collective Unconscious
หรือ จิตไร้สำนึกร่วม

เป็นพื้นที่ภายในที่มนุษย์ทุกคนมีร่วมกัน

ไม่ว่าจะเกิดในวัฒนธรรม ภาษา ศาสนา หรือยุคสมัยใด

⸻

Three Layers of the Human Psyche

Jung อธิบายโครงสร้างของจิตไว้เป็นสามระดับ

1. Conscious

ส่วนที่เรารับรู้ได้ในปัจจุบัน

ความคิด ความรู้สึก การตัดสินใจ และสิ่งที่เรารู้ตัวว่าเป็นอยู่

⸻

2. Personal Unconscious

พื้นที่ของประสบการณ์ส่วนตัว

ความทรงจำที่ถูกลืม

บาดแผลที่ถูกเก็บไว้

อารมณ์ที่ไม่เคยได้รับการยอมรับ

รวมถึงเงาที่เกิดจากเรื่องราวชีวิตของแต่ละคน

⸻

3. Collective Unconscious

ชั้นที่ลึกที่สุด

ไม่ได้เกิดจากประสบการณ์ส่วนตัว

แต่เป็นมรดกทางจิตของมนุษยชาติทั้งหมด

เป็นเสมือนมหาสมุทรแห่งรูปแบบภายในที่มนุษย์ทุกคนเชื่อมต่อร่วมกัน

⸻

Archetypes – ภาษาสากลของจิตมนุษย์

สิ่งที่อยู่ภายใน Collective Unconscious ไม่ใช่ความทรงจำเฉพาะบุคคล

แต่เป็นรูปแบบพื้นฐานของประสบการณ์มนุษย์

Jung เรียกรูปแบบเหล่านี้ว่า

Archetypes

หรือต้นแบบทางจิต

Archetypes ไม่ได้บอกว่าเราต้องเป็นใคร

แต่เป็นรูปแบบที่ปรากฏซ้ำแล้วซ้ำเล่าในเรื่องเล่า ความฝัน ศาสนา ตำนาน และชีวิตมนุษย์ทั่วโลก

ตัวอย่าง Archetypes ที่พบได้บ่อย ได้แก่

* The Shadow — เงาที่ถูกปฏิเสธ
* The Persona — หน้ากากทางสังคม
* The Hero — ผู้เดินทางผ่านบททดสอบ
* The Mother — ผู้โอบอุ้มและหล่อเลี้ยง
* The Child — ความบริสุทธิ์และศักยภาพ
* The Wise Old Man / Woman — ปัญญาภายใน
* The Anima / Animus — พลังภายในที่ช่วยสร้างความสมดุล
* The Self — ศูนย์กลางแห่งความสมบูรณ์ของตัวตน

⸻

Why Do So Many People Share the Same Fears?

หลายคนเคยรู้สึกว่า

* ฉันไม่ดีพอ
* ฉันกลัวการถูกปฏิเสธ
* ฉันอยากได้รับการยอมรับ
* ฉันกลัวว่าจะไม่มีที่ยืน

แม้รายละเอียดชีวิตของแต่ละคนจะแตกต่างกัน

แต่รูปแบบของความรู้สึกกลับคล้ายกันอย่างน่าประหลาด

Jung มองว่า

ความรู้สึกเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องส่วนตัว

แต่เชื่อมโยงกับ Archetypes ที่อยู่ใน Collective Unconscious

โดยเฉพาะ

Shadow และ Persona

มนุษย์ในฐานะสายพันธุ์เรียนรู้มานานนับพันปีว่า

การเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มเกี่ยวข้องกับการอยู่รอด

เราจึงพัฒนาหน้ากาก

เรียนรู้ที่จะซ่อนบางส่วนของตนเอง

และพยายามแสดงออกในรูปแบบที่ได้รับการยอมรับจากสังคม

⸻

Working with the Shadow

เมื่อเราทำงานกับเงา

เรากำลังทำมากกว่าการเยียวยาอดีตส่วนตัว

เรากำลังสัมผัสรูปแบบที่มนุษย์จำนวนมากเผชิญร่วมกัน

นั่นคือเหตุผลที่บางบทสนทนา

บางคำถาม

หรือบางประสบการณ์

สามารถสะเทือนผู้คนจำนวนมากได้พร้อมกัน

เพราะมันแตะทั้ง

* บาดแผลส่วนบุคคล
* และรูปแบบร่วมของมนุษยชาติ

ในเวลาเดียวกัน

⸻

The Collective Mirror

บางครั้งสิ่งที่เราเห็นในตัวเอง

ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของเรา

แต่เป็นภาพสะท้อนของบางสิ่งที่มนุษย์จำนวนมากกำลังเรียนรู้ร่วมกัน

เมื่อเราเผชิญหน้าเงาอย่างซื่อสัตย์

เราไม่ได้เพียงปลดปล่อยตัวเอง

แต่กำลังช่วยนำแสงเข้าไปสู่รูปแบบที่ดำรงอยู่ในสนามร่วมของมนุษยชาติ

การเยียวยาจึงไม่ใช่เพียงเรื่องส่วนบุคคล

และการตื่นรู้ก็ไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนแปลงของคนคนหนึ่ง

เพราะภายใต้ความแตกต่างทั้งหมด

มนุษย์ทุกคนต่างสะท้อนกันอยู่ในกระจกบานเดียวกัน

⸻

Closing Reflection

Collective Unconscious คือคลังแห่งรูปแบบที่มนุษย์ทุกคนมีร่วมกัน

และ Archetypes คือภาษาที่จิตมนุษย์ใช้สื่อสารข้ามกาลเวลา

เมื่อเราเข้าใจเงาของตนเอง

เราไม่ได้เพียงเข้าใจตัวเองมากขึ้น

แต่กำลังมองเห็นบางส่วนของความเป็นมนุษย์ทั้งหมดผ่านกระจกเดียวกัน

As we heal ourselves,
we also illuminate the patterns we all share. ✨

Want your practice to be the top-listed Clinic in Almaty?
Click here to claim your Sponsored Listing.

Address


Almaty

Alerts

Be the first to know and let us send you an email when The Cosmic Pathway posts news and promotions. Your email address will not be used for any other purpose, and you can unsubscribe at any time.

Subscribe

We will notify you when anything happens in Almaty.