Sansuk Rescue Service

Sansuk Rescue Service

แชร์

จำหน่าย ติดตั้ง ระบบไฟฉุกเฉิน ไซเรน

19/04/2026

แบต EV โดนน้ำแล้วระเบิดจริงไหม? 💦🔥

Podcast Version

19/04/2026

---

🔥 แก้ความเข้าใจผิด: แบต EV โดนน้ำแล้วระเบิด จริงไหม?

❌ “แบตลิเธียมโดนน้ำแล้วระเบิด”
➡️ ไม่ถูกต้องทั้งหมด

---

✅ ความจริงคือ:
น้ำ สามารถใช้ดับไฟแบต Li-ion ได้ — และเป็นวิธีหลักด้วย

---

💡 ประเด็นสำคัญอยู่ที่ “ลิเธียมอยู่ในรูปแบบไหน”

⚠️ ลิเธียมโลหะ (Li⁰)

เจอน้ำ → เกิดปฏิกิริยา → ติดไฟ / ระเบิดได้

ใช้ในงานเฉพาะทาง (ไม่ใช่ EV ทั่วไป)

✅ ลิเธียมไอออน (Li⁺) (ที่อยู่ในรถ EV)

ไม่ใช่โลหะ

อยู่ในโครงสร้างเคมีของแบต (NMC, LFP ฯลฯ)

❗ ไม่ทำปฏิกิริยากับน้ำโดยตรง

---

📊 รู้ไหม?

แบต EV หนัก 400–800 กก.

แต่มี “ลิเธียมจริงๆ” แค่ประมาณ 1–3% เท่านั้น

---

💧 แล้วทำไมต้องใช้น้ำ?

เพราะปัญหาหลักของไฟ EV คือ
🔥 Thermal Runaway (ความร้อนลุกลามในเซลล์)

👉 ดับเปลวไฟอย่างเดียว = ไม่พอ
👉 ต้อง “ลดอุณหภูมิ” ให้เซลล์หยุดทำปฏิกิริยา

✔️ น้ำ = ตัวดึงความร้อนที่ดีที่สุด
✔️ ต้องใช้ “ปริมาณมาก + ต่อเนื่อง”

---

💥 สรุปสั้นๆ

EV ไม่ได้มี “ลิเธียมโลหะ” แบบที่เรียนในห้องแล็บ

น้ำ ไม่ใช่ศัตรู ของไฟ EV

แต่เป็น อาวุธหลักในการควบคุมสถานการณ์

---

🚒 งานดับเพลิง EV
ไม่ใช่แค่ “ดับไฟ”
แต่คือ “หยุดการลุกลามจากข้างใน”

---

#กู้ภัย #ดับเพลิง #ความรู้ที่ควรรู้

18/04/2026

บทนี้ เราจะมาดูเรื่องแบตเตอรี่ของรถ EV กัน
---

# # 🔋 แบต EV สองตระกูล: NMC vs LFP ต่างกันยังไง?

*(ต่อจากตอนที่แล้วเรื่องไฟไหม้ EV ดับยาก)*

---

**โครงสร้างแตกต่างกันตั้งแต่ระดับโมเลกุล**

ปัญหาหลักของไฟ EV ไม่ได้อยู่แค่ที่ "มีไฟไหม้" แต่อยู่ที่ *ชนิดของแบตเตอรี่ที่ติดตั้ง* เพราะสองตระกูลนี้ตอบสนองต่อความร้อนและไฟต่างกันโดยสิ้นเชิง

---

# # # NMC — ทำไมถึงไหม้รุนแรง

แบต NMC มีนิกเกิล โคบอลต์ และแมงกานีสเป็นส่วนประกอบ โครงสร้างนี้มีความไม่เสถียรเชิงความร้อนสูง เมื่ออุณหภูมิถึงราว 150–200°C จะเกิด **thermal runaway** คือปฏิกิริยาลูกโซ่ที่เซลล์ร้อนขึ้นเอง > ระเบิด > จุดเซลล์ข้างๆ ต่อไปเรื่อยๆ

สิ่งที่ทำให้มันอันตรายกว่าคือ **แบต NMC ปล่อยก๊าซออกซิเจน (O₂) ระหว่างที่ไหม้** — หมายความว่าไฟ "เติมเชื้อเพลิงตัวเอง" ได้โดยไม่ต้องการอากาศจากภายนอก นั่นคือสาเหตุที่ดับด้วยน้ำได้ยาก และที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยรู้ดีคือมันดับแล้วลุกซ้ำได้หลายรอบ

---

# # # LFP — ปลอดภัยกว่าเพราะอะไร

แบต LFP (Lithium Iron Phosphate) ใช้พันธะฟอสฟอรัส-ออกซิเจน (P–O bond) ที่แข็งแกร่งมาก ทำให้ปล่อย O₂ ออกมาได้ยากกว่ามาก thermal runaway เกิดที่ ~270–300°C และเมื่อเกิดแล้วไฟก็ไม่ได้ "เติมเชื้อเพลิงตัวเอง" เหมือน NMC

นอกจากนี้ยังทนรอบชาร์จได้มากกว่า อายุการใช้งานยาวกว่า และต้นทุนวัตถุดิบถูกกว่าเพราะไม่มีโคบอลต์

---

# # # แล้วทำไมโลกยังใช้ NMC?

คำตอบสั้นๆ คือ **energy density** — NMC ให้พลังงานต่อน้ำหนักมากกว่า LFP ประมาณ 30–40% รถที่ต้องการระยะวิ่ง 400–600+ กม. ต่อชาร์จจึงเลือก NMC เพราะใส่แบตน้อยลงแต่ได้ระยะเท่ากัน ส่งผลโดยตรงต่อน้ำหนักรถและต้นทุน

Tesla (Model S/X/3), BMW, และรถ Premium ส่วนใหญ่ในยุโรปจึงยังใช้ NMC ส่วน Tesla Model 3 Standard Range, BYD, และรถ City EV หลายรุ่นหันมาใช้ LFP มากขึ้น

---

# # # มุมกู้ภัย — ข้อมูลสำคัญสำหรับหน้างาน

สิ่งที่ EMT/กู้ภัยต้องรู้คือ "รถคันนี้ใช้แบตอะไร?" ส่งผลต่อการตัดสินใจหน้างานโดยตรง — NMC ต้องการน้ำปริมาณมากกว่า เวลาระงับเหตุนานกว่า และความเสี่ยงลุกซ้ำสูงกว่า ขณะที่ LFP แม้ไม่ได้ "ปลอดภัยสมบูรณ์" แต่โอกาส re-ignition ต่ำกว่ามาก

---

*ตอนหน้า: เมื่อแบตโดนกระแทก — ผลต่างของ NMC vs LFP ในสถานการณ์อุบัติเหตุ*

15/04/2026

# # 🛑 ทำไมไฟไหม้ EV (รถไฟฟ้า) ถึง "ดับยาก"?
# # # เจาะลึกกลไกจริง: Pyrolysis + Thermal Decomposition + Thermal Runaway (เน้นแบต NMC)
เวลาเราเห็นเจ้าหน้าที่ฉีดน้ำใส่รถ EV นานเป็นชั่วโมง นั่นไม่ใช่แค่การดับไฟภายนอก แต่กำลัง **“สู้กับปฏิกิริยาเคมี”** ภายในเซลล์แบตเตอรี่ครับ!
🔬 **กลไกที่ทำให้ไฟ EV ดับยาก (ฉบับเจาะลึก)**
**1️⃣ Thermal Decomposition (การสลายตัวทางความร้อน)**
คือการที่แบตเตอรี่ **“สร้างออกซิเจนขึ้นมาเอง”**
ในแบตเตอรี่ประเภท **NMC (Nickel Manganese Cobalt)** เมื่ออุณหภูมิสูง (~150–250°C ขึ้นไป) โครงสร้างผลึกจะเริ่มไม่เสถียร
👉 อะตอมออกซิเจน (O) หลุดออกมาจากโครงสร้าง
👉 รวมตัวเป็นก๊าซ O₂ (ออกซิเจนอิสระ) อยู่ในเซลล์
**จุดสำคัญ:** แบต NMC มีแนวโน้มปล่อยออกซิเจนได้ง่ายและมากกว่าเคมีชนิดอื่น (เช่น LFP) ทำให้ไฟในแบต NMC ไม่ต้องพึ่งอากาศภายนอกเลย เพราะมัน **“ปั่น O₂ เองได้จากข้างใน”**
**2️⃣ Pyrolysis (การสลายตัวให้ก๊าซเชื้อเพลิง)**
คือการที่แบตเตอรี่ **“สร้างเชื้อเพลิงขึ้นมาเอง”**
Electrolyte เมื่อโดนความร้อนสูงจะเกิด Pyrolysis สลายตัวกลายเป็นก๊าซไวไฟมหาศาล เช่น Hydrogen (H₂), Carbon Monoxide (CO) และ Hydrocarbon ต่าง ๆ
⚠️ **ที่น่ากลัวกว่าไฟคือ Toxic Gas:**
ในระบบ NMC จะมีการปล่อยก๊าซ **HF (Hydrogen Fluoride)** ที่กัดกร่อนรุนแรงและทำลายระบบทางเดินหายใจ
👉 เคส NMC ไฟไหม้ = ไม่ใช่แค่ไฟ แต่คือ **HazMat (วัตถุอันตราย)** เต็มรูปแบบ!
💥 **เมื่อรวมกัน = Thermal Runaway (รุนแรงเป็นพิเศษใน NMC)**
เมื่อมีครบองค์ประกอบ: **O₂ (จาก Decomposition) + ก๊าซเชื้อเพลิง (จาก Pyrolysis) + ความร้อนสะสม**
🔥 สำหรับ NMC จะลามเร็วกว่า อุณหภูมิพุ่งสูงได้เกิน 500–800°C และเกิดการ "พ่นไฟ" (Venting) ต่อเนื่องแบบคุมไม่อยู่
⚠️ **ทำไมต้องใช้น้ำ “ปริมาณมาก”?**
เพราะต้องหยุด “2 กลไกหลัก” พร้อมกัน:
✅ หยุด Thermal Decomposition → เพื่อหยุดการสร้าง O₂
✅ หยุด Pyrolysis → เพื่อหยุดการสร้างก๊าซเชื้อเพลิง
**วิธีเดียวที่ได้ผล:** ต้องลดอุณหภูมิให้ต่ำกว่าจุดวิกฤต (Threshold) เท่านั้น
🔁 **ทำไมถึง “ติดซ้ำ” (Re-ignition) ง่าย?**
แม้ไฟข้างนอกจะดับ แต่ถ้าความร้อนใน Cell ยังสูง กระบวนการสลายตัวทั้งสองอย่างก็ยังทำงานต่อ แบตเตอรี่จึงพร้อมจะกลับมาลุกไหม้ใหม่ได้ตลอดเวลา (บางเคสทิ้งไว้เป็นวันยังติดขึ้นมาใหม่ได้)
🚨 **สรุปหน้างานสำหรับกู้ภัยและผู้ใช้รถ:**
* **Cooling เชิงลึก:** ไม่ใช่แค่ฉีดผิว แต่ต้องอัดน้ำให้ถึงโมดูลแบตเตอรี่
* **ใช้น้ำจำนวนมาก:** เตรียมแหล่งน้ำสำรองให้พร้อม
* **ระวังก๊าซพิษ:** สวมใส่ชุดป้องกันและ SCBA เสมอ
**เข้าใจกลไกเคมี = เพิ่มความปลอดภัยในการเผชิญเหตุครับ**
#กู้ภัย #รถยนต์ไฟฟ้า #ความปลอดภัย

10/12/2022

แนะนำวิธีการโปรแกรม(เปลี่ยนเสียงไซเรน) Whelen HHS3200
โดยเปลี่ยนจากค่าเดิมโรงงาน

03/12/2022

VSWR (Voltage Standing Wave Ratio)
ในตอนนี้จะพูดถึง VSWR โดยจะไม่ขอลงลึกเรื่อง VSWR แต่จะพูดถึงอุปกรณ์ที่เป็นเครื่องมือวัด
เพื่อไม่ให้งงไปเลยแล้วกัน

VSWR บางคนก็เรียกย่อๆว่า SWR ซึ่งชื่อเต็มมันย่อมาตามบรรทัดบน เป็นค่าอัตราส่วนที่ใช้บอกความผิดปกติของสายอากาศ ถ้ามีค่าอัตราส่วนมากจะหมายถึงผิดปกติมาก หรือ เรียกอีกอย่างว่า ไม่แมทช์ โดยค่าที่ยอมรับได้คือ

29/11/2022

Ep.1.1
จาก Ep.1 ที่พูดถึงเรื่องลำโพงไป จึงทำ Ep.1.1 เพิ่มเติมให้อีกหน่อยนะครับ
จุดประสงค์ในการติดตั้งลำโพง(ไซเรน) เพื่อส่งเสียงสัญญาณให้รถคันอื่นได้ยิน และ หลบหลีก ให้ทางรถฉุกเฉิน จึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องติดตั้งลำโพงไว้ส่วนนอกของห้องโดยสาร และ ให้ลำโพงสามารถส่งเสียงออกไปภายนอกได้ ผลกระทบที่ตามมาคือ น้ำ และ สิ่งต่างๆจะสามารถเข้าถึงตัวลำโพงได้ ทั้งน้ำฝนที่ตกจากฟ้า น้ำจากการล้างรถ ละอองน้ำที่กระเด็นจากรถคันอื่น การขับรถผ่านจุดที่น้ำท่วม ฝุ่นผง ขยะ สิ่งต่างๆที่มีขนาดเล็กที่อยู่ในสภาพแวดล้อม จะสามารถเข้าสู่ลำโพงได้ สิ่งต่างๆเหล่านี้เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยากมาก
เมื่อน้ำ และ สิ่งต่างๆเข้ามาภายในลำโพงแล้ว จะมาสร้างความเสียหายให้กับลำโพง ทำให้ลำโพงมาอายุการใช้งานสั้นลง
น้ำ จะทำให้เกิดสนิม ฝุ่นผง และ สิ่งปนเปื้อนอื่นๆ รวมถึงสนิม จะเข้าไปแทรกตัวอยู่ในช่องว่างระหว่างขดลวดลำโพง กับแม่เหล็ก ทำให้ขดลวดลำโพงไม่สามารถขยับตัวได้ หรือ ขยับได้ไม่เป็นไปอย่างที่ควรจะเป็น สิ่งที่เกิดขึ้นคือ พลังจากสนามแม่เหล็กที่เกิดขึ้นในขดลวดลำโพงที่ไม่สามารถขยับตัวได้จะทำให้เกิดความร้อนที่ขดลวด ทำให้ขดลวดเสื่อมสภาพ สารเคลือบขดลวดหลุดลอกออก
ฝุ่นผง สิ่งปนเปื้อน ที่แทรกตัวอยู่จะไปเสียดสีกับขดลวดทำให้สารเคลือบขดลวดหลุดลอกอีกเช่นกัน
การที่สารเคลือบหลุดลอกออกจะทำให้เกิดการลัดวงจรที่ขดลวด
การลัดวงจรที่ขดลวด จะทำให้ค่าความต้านทางของขดลวดลดลง
เมื่อความต้านทานลดลง จะส่งผลให้ภาคขยายเสียงทำงานหนัก และ เสียหายได้
และ น้ำ กับสิ่งปนเปื้อน ยังอาจจะทำให้ขดลวดขาดได้เช่นกัน (แต่ถ้าขาดเลยก็จะไม่ส่งผลให้ภาคขยายเสียงทำงานหนัก น่าเป็นห่วงน้อยกว่าไม่ขาด)

ทั้งนี้ คนที่ซื้อ หรือ รับลำโพงที่ผ่านการใช้งานแล้วมาใช้ เราจะไม่สามารถรู้ได้ว่าลำโพงลูกนั้นผ่านอะไรมาบ้าง

ดังนั้นจะเป็นลำโพงที่เราใช้งานอยู่ จึงควรมีการตรวจเช็คอยู่เป็นประจำ ถ้ารู้ก่อน ก็ซ่อมแซมแก้ไขก่อน ก่อนที่จะสร้างความเสียหายมากขึ้น และ ถ้าไปเสียตอนกำลังวิ่งเหตุอยู่ คงไม่สนุกแน่ๆครับ

วิธีง่ายๆที่หลายคนพอจะทำเองได้คือ การวัดค่าความต้านทางของขดลวดลำโพง
มาถึงตรงนี้ ต้องเพิ่มเติมให้อีกนิดนึง
ค่าความต้านทางของลำโพงมีอยู่ 2ชนิด
Impedance กับ Resistance ผมจะไม่ลงลึกนะครับ เดี๋ยวจะกลับฝั่งยาก(สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ google)
ค่าของลำโพงที่เราได้ยินกันไม่ว่าจะเป็น 8โอห์ม 16โอห์ม จะเป็นค่า Impedance ครับ อันนี้ต้องให้ตรงกับสเป็คของภาคขยายเสียง หากไม่ตรง ก็จะเหมือนสายอากาศที่ไม่ตรงย่านความถี่ (ที่เรียกกันว่าไม่แมตช์) ภาคขยายของวิทยุก็จะเสีย อะไรประมาณนั้น

แต่เราจะมาสนใจค่า Resistance กัน เพราะอะไร เดี๋ยวผู้มีความรู้จะดราม่ากันไป
เหตุผลที่ผมให้สนใจค่า Resistence หรือ ค่าความต้านทาน เพราะ เราสามารถหาเครื่องมือวัดได้ง่ายกว่า จะซื้อมาไว้ใช้เป็นของตัวเองก็ดี เพราะสามารถนำไปใช้ประโยชน์อื่นได้มากมายเลยครับ
หรือ จะไปให้ร้าน ช่าง ที่รับซ่อมงานอิเล็กทรอนิกส์ตรวจวัดให้ก็ได้
แล้วค่าความต้านทานมันควรอยู่ที่เท่าไหร่
ขอย้ำว่าค่า Resistance จะไม่ใช่ตัวเลขเดียวกันกับค่า Impedance นะครับ
ผมจะไม่บอกครับ ว่าค่าความต้านทาน หรือ ค่า Resistence อยู่ที่เท่าไหร่ ผมจะให้ทุกคนมาช่วยกันหาคำตอบครับ ใครที่มีเครื่องมือวัดค่าความต้านทาน ลองวัดค่าความต้านทานลำโพงของท่านแล้วส่งมาดูกันครับ ตอบลงในคอมเมนท์ได้เลย
*** อย่าลืมถอดสายออกจากกล่องเสียงก่อนวัดค่านะครับ***

แต่ที่ผมจะบอกก็คือ ถ้าความต้านทานลดลงกว่าค่าเดิม ภาคขยายจะทำงานหนักขึ้น

การต่อลำโพงพ่วงกัน ก็จะทำให้ค่าความต้านทางลดลง ก็จะมีผลกับภาคขยายเสียงเช่นกัน ตรงนี้จะเป็นเรื่องของภาคขยายเสียงแล้ว ผมจะเอาไว้พูดในโอกาสต่อๆไปครับ

ขอใหม่มีความสุขกับการอ่านครับ
ผิดพลาดประการใดขออภัยด้วยครับ

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง ร้านขายของ ใน Bang Saen?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่


150/119 คันทรี ปาร์ค 3 ซอย 12 หมู่ 5
Bang Saen
20130

เวลาทำการ

จันทร์ 10:00 - 19:00
อังคาร 10:00 - 19:00
พุธ 10:00 - 19:00
พฤหัสบดี 10:00 - 19:00
ศุกร์ 10:00 - 19:00
เสาร์ 10:00 - 19:00
อาทิตย์ 10:00 - 19:00