BLL
BLL เราเป็นผู้ที่ให้บริการจัดหางาน-จัดหาคน โดยมีทีมผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์หาคนหลากหลายตำแหน่ง
16/09/2026
ความเครียดในที่ทำงานไม่ใช่เรื่องของ "อารมณ์" เพียงอย่างเดียว แต่เป็นกระบวนการทางร่างกายและจิตวิทยาที่มีกลไกชัดเจน
หลายคนมักมองว่าภาวะหมดไฟ (Burnout) เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน ทั้งที่ในความเป็นจริง มันคือผลลัพธ์ของการสะสมความล้าและพฤติกรรมที่วนลูปซ้ำๆ จนยากจะถอนตัว การเข้าใจกลไกนี้จึงเป็นก้าวแรกที่สำคัญที่สุดในการยับยั้งปัญหา ก่อนที่พลังงานชีวิตของคุณจะถูกสูบหายไปจนหมด
────
แกะรอยวงจร Stress-Cycle: จากแรงกดดันสู่ภาวะ Burnout
🔴 Work Pressure (แรงกดดันจากงาน):
จุดเริ่มต้นจากภาระงานที่ล้นมือ เส้นตายที่กระชั้นชิด หรือเป้าหมายที่สูงลิ่ว เช่น งานล้น / Deadline / บทบาทไม่ชัด / ความคาดหวังสูง / ขาดทรัพยากร
🟠 Physical Signs (สัญญาณทางกาย):
ร่างกายเริ่มส่งเสียงร้อง ทั้งอาการอ่อนเพลียเรื้อรัง กล้ามเนื้อตึง ปวดหัว หรือนอนไม่หลับ เช่น เหนื่อยล้า / ปวดหัว / นอนไม่หลับ / กล้ามเนื้อตึง / พลังงานลดลง
🟢 Emotional Signs (สัญญาณทางอารมณ์):
เมื่อร่างกายล้า สมองเริ่มรวน เกิดความวิตกกังวล หงุดหงิดง่าย และรู้สึกรับมือไม่ไหว เช่น กังวล / หงุดหงิดง่าย / รู้สึกกดดัน / สมาธิลดลง / หมดแรงใจ
🔵 Behavioural Changes (การเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรม):
เริ่มถอนตัวจากสังคมทีม ประสิทธิภาพการทำงานดิ่งลง และหมดความกระตือรือร้น เช่น ถอนตัว / เลี่ยงงาน / ประสิทธิภาพลดลง / ผิดพลาดมากขึ้น / ความสัมพันธ์กับทีมแย่ลง
*ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้สามารถย้อนกลับไป สร้างแรงกดดันเพิ่มขึ้น เช่น งานค้าง → ผลงานตก → Conflict → Pressure เพิ่มขึ้นอีก จึงกลายเป็น Stress Cycle
📍Burnout (ภาวะหมดไฟ): ปลายทางที่พลังงานชีวิตถูกสูบออกจนหมดเกลี้ยง
อ่านบทความเวอร์ชั่นเจาะลึก ➾ brightsidepeople.com/อย่าปล่อยให้-workplace-stress-cycle-ค้างคา/
A Cup of Culture
──────────
#ที่ปรึกษาด้านวัฒนธรรมองค์กร
───
พูดคุยกับที่ปรึกษาด้านการสร้างวัฒนธรรมองค์กร
หรือขอรายละเอียดเพิ่มเติม:
📲 โทร: 064-972-9155
📥 อีเมล: [email protected]
16/09/2026
🚨ด่วนมาก! รับสมัครพนักงานฝ่ายขายประจำออฟฟิศ 🚨
✨ รับเด็กจบใหม่ | ยินดีสอนงาน | มีฐานลูกค้าให้ ✨
💙 ถ้าอยากเริ่มต้นงานขาย แต่ยังไม่มีประสบการณ์ ที่นี่มีทีมสอนงานให้ค่ะ
📍 สถานที่ปฏิบัติงาน:
BTS สนามเป้า / BTS อารีย์
เดินทางสะดวกด้วย BTS สายสีเขียว
📲 สนใจสมัคร / สอบถามรายละเอียด
โทร HR คุณปุ๋ม: 094-975-1239
LINE:
11/09/2026
ความแตกต่างของหัวหน้างานแบบ Introvert กับ Extrovert
25/08/2026
📣 เปิดรับสมัครงานด่วน!
☎️ ติดต่อ Hr 094 975 1239
📌 (อ่านรายละเอียดจุดปฏิบัติงานในรูปได้เลยค่ะ)
20/08/2026
เรามักคิดว่า 'ความสุขในที่ทำงาน' เกิดจากเงินเดือนหรือสวัสดิการดีๆ เท่านั้น... แต่ผลวิจัยจาก Harvard กลับบอกสิ่งตรงกันข้าม!
การศึกษาเรื่องความสุขของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ที่ใช้เวลากว่า 85 ปี ได้ข้อค้นพบสำคัญมากมายเกี่ยวกับปัจจัยที่ก่อให้เกิดความสุขในระยะยาว
แม้งานวิจัยนี้จะมุ่งศึกษาความเป็นอยู่ที่ดีของแต่ละบุคคล แต่บทเรียนที่ได้สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการสร้างวัฒนธรรมองค์กรซึ่งส่งเสริมความสุข ประสิทธิภาพ และการมีส่วนร่วมของทุกคนได้
──────────
① เป้าหมายคือตัวขับเคลื่อนแรงจูงใจ
การศึกษาชี้ให้เห็นถึงพลังการเปลี่ยนแปลงของการมีเป้าหมาย
พนักงานที่รู้สึกเชื่อมโยงกับภารกิจขององค์กรมีความมีส่วนร่วม มีประสิทธิภาพ และมีแนวโน้มที่จะอยู่ต่อมากขึ้น
📍 วัฒนธรรมองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยเป้าหมายสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้พนักงานเห็นว่างานของพวกเขามีความหมาย ส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีมากขึ้น
→ สื่อสารภารกิจและค่านิยมขององค์กรของคุณอย่างชัดเจน
→ เฉลิมฉลองความสำเร็จของบุคคลและทีมที่สอดคล้องกับเป้าหมายของคุณเป็นประจำ
→ ย้ำว่าทุกบทบาทมีส่วนร่วมกับเป้าหมายขององค์กร
② ความสัมพันธ์ที่มีคุณภาพมีความสำคัญในที่ทำงาน
การศึกษาของฮาร์วาร์ดย้ำว่าคุณภาพของความสัมพันธ์ ไม่ใช่แค่เรื่อง “ปริมาณ” แต่เป็นคุณภาพของ “ความเชื่อมโยง” ระหว่างพนักงานและผู้นำ
ความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งในที่ทำงานสามารถเพิ่มขวัญกำลังใจและความภักดี สร้างสภาพแวดล้อมที่พนักงานรู้สึกมีคุณค่า
📍 วัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่งและมีความไว้วางใจ
→ ผู้จัดการควรให้ความสำคัญกับการพบปะรายบุคคล
→ แสดงความสนใจอย่างจริงใจต่อการเติบโตส่วนบุคคล
→ ส่งเสริมการทำงานร่วมกันระหว่างแผนกในโครงการต่าง ๆ
สรุปบทความฉบับเต็ม ➾ brightsidepeople.com/ความสุขในที่ทำงาน-8-บทเร/
A Cup of Culture
──────────
#ที่ปรึกษาด้านวัฒนธรรมองค์กร
───
พูดคุยกับที่ปรึกษาด้านการสร้างวัฒนธรรมองค์กร
หรือขอรายละเอียดเพิ่มเติม:
📲 โทร: 064-972-9155
📥 อีเมล: [email protected]
05/08/2026
เช็กด่วน! สมองของคุณ... ถูกตั้งค่าให้คิดแบบไหน? 🧠💥
แต่ละคนมีกระบวนการคิดและแก้ปัญหาที่ไม่เหมือนกัน การเข้าใจ 'Thinking Style' ของตัวเองและเพื่อนร่วมงาน คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้เราสื่อสารได้คมขึ้น และทำงานร่วมกันได้มีประสิทธิภาพแบบก้าวกระโดด
อ่านจบแล้ว คุณคิดว่าตัวเองเป็นสายไหนมากที่สุด? คอมเมนต์บอกกันหน่อยครับ! 👇
#จิตวิทยาคนทำงาน #พัฒนาตนเอง
22/07/2026
“การตัดสินใจ คือ เครื่องวัดความแตกต่างระหว่างผู้นำและผู้ปฏิบัติงาน…”คำกล่าวนี้น่าจะไม่เกินความเป็นจริง เพราะการตัดสินใจต้องผ่านกระบวนการคิด พิจารณาไตร่ตรอง และวิเคราะห์แล้วจึงตัดสินใจเลือกทางที่ดีที่สุด
ผู้นำแต่ละประเภทก็มี “สไตล์การตัดสินใจ” ที่ต่างกัน ซึ่งสามารถกำหนดทิศทางของวัฒนธรรมองค์กรได้ การทำความเข้าใจสไตล์เหล่านี้ไม่เพียงช่วยให้ผู้นำพัฒนาตัวเอง แต่ยังช่วยให้องค์กรปรับกลยุทธ์การเป็นผู้นำ ให้สอดคล้องกับจุดหมายปลายทาง (Vision) ที่องค์กรจะไปได้
จากประสบการณ์ในฐานะที่ปรึกษาด้านวัฒนธรรมองค์กรของ Brightside People เราอยากชวนมาดูกันว่าผู้นำแต่ละประเภทมีลักษณะในการตัดสินใจแตกต่างกันอย่างไร และแต่ละแบบสร้างวัฒนธรรมองค์กรอย่างไร
────
4 สไตล์การตัดสินใจของผู้นำ ที่ส่งผลต่อวัฒนธรรมองค์กร
① ผู้นำที่เน้นการหาฉันทามติ (Consensus-Seeker)
ผู้นำประเภทนี้ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของคนในทีมมากที่สุด โดยจะรวบรวมความคิดเห็นและการสนับสนุนจากหลายฝ่ายเพื่อให้ได้ข้อสรุป
② ผู้นำที่เน้นการทำงานร่วมกัน (Collaborative Leader)
ผู้นำแบบนี้ผสมผสานระหว่างความมีส่วนร่วม (collaborative) กับความมีประสิทธิภาพ (efficiency)ได้อย่างลงตัว เขาจะกระตุ้นให้ทีมงานร่วมแสดงความคิดเห็น นำการสนทนาไปสู่เป้าหมายและบรรลุผลลัพธ์ที่ชัดเจน
③ ผู้นำที่ทำงานคนเดียว (Soloist)
ผู้นำแบบนี้มีสร้างการมีส่วนร่วมค่อนข้างน้อย และประสิทธิภาพการตัดสินใจก็ไม่สูงนัก มักชอบทำงานด้วยตนเองและไม่ค่อยรับฟังความคิดเห็นจากผู้อื่น ซึ่งอาจนำไปสู่การตัดสินใจที่ไม่มีมุมมองหลากหลาย
④ ผู้นำแบบผู้บัญชาการ (Commander)
ผู้นำประเภทนี้ให้ความสำคัญกับการตัดสินใจที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ แต่ไม่ค่อยสร้างการมีส่วนร่วมของทีมสักเท่าไหร่ การตัดสินใจมักเกิดขึ้นโดยที่ผู้นำเองเป็นผู้กำหนดทิศทางทั้งหมด
สรุปบทความฉบับเต็ม ➾ brightsidepeople.com/4-สไตล์การตัดสินใจ-ที่ส่/
A Cup of Culture
──────────
#ที่ปรึกษาด้านวัฒนธรรมองค์กร
───
พูดคุยกับที่ปรึกษาด้านการสร้างวัฒนธรรมองค์กร
หรือขอรายละเอียดเพิ่มเติม:
📲 โทร: 064-972-9155
📥 อีเมล: [email protected]
26/06/2026
"เก่งจนใครๆ ก็อยากได้ แต่อยู่ต่อเพราะรักองค์กร" — เคล็ดลับการสร้างวัฒนธรรมที่ยั่งยืน
คำกล่าวของ Sir Richard Branson ที่ว่า “จงพัฒนาคนให้เก่งพอที่จะพร้อมจะออกไปทำงานที่ไหนก็ได้ และจงดูแลพวกเขาให้ดีพอจนไม่อยากจากไปไหน” ไม่ใช่แค่เรื่องของการบริหารทรัพยากรบุคคล (HR) เท่านั้น แต่มันคือแก่นแท้ของการสร้าง #วัฒนธรรมองค์กร ที่แข็งแกร่ง!
การสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ดี ไม่ใช่การกักขังหรือสร้างเงื่อนไขผูกมัดไม่ให้พนักงานลาออก แต่คือการสร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโตและการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น 2 มิติสำคัญ:
1. วัฒนธรรมแห่งการเรียนรู้ (Growth Culture): องค์กรต้องกล้าลงทุนกับการพัฒนาศักยภาพของคน สนับสนุนให้พวกเขาท้าทายตัวเองและเก่งขึ้นในทุกๆ วัน แม้จะรู้ว่าความเก่งนั้นอาจทำให้เขาเป็นที่ต้องการของตลาดภายนอกก็ตาม
2. วัฒนธรรมแห่งการใส่ใจ (Empathy & Care Culture): เมื่อคนเก่งขึ้น สิ่งที่จะรั้งพวกเขาไว้ได้ไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเลขเงินเดือน แต่คือ "ความรู้สึก" ที่ได้รับจากองค์กร การดูแลเอาใจใส่ ความโปร่งใส โอกาสที่เท่าเทียม และการมองเห็นคุณค่าในตัวพวกเขา
"วัฒนธรรมองค์กรที่ดี" จะเปลี่ยนสถานที่ทำงานจาก 'ที่ที่ต้องมาทำเพื่อเลี้ยงชีพ' ให้กลายเป็น 'พื้นที่ที่พวกเขาอยากมาเติบโตและฝากความสำเร็จไว้ร่วมกัน'
A Cup of Culture
──────────
#ที่ปรึกษาด้านวัฒนธรรมองค์กร
───
พูดคุยกับที่ปรึกษาด้านการสร้างวัฒนธรรมองค์กร
หรือขอรายละเอียดเพิ่มเติม:
📲 โทร: 064-972-9155
📥 อีเมล: [email protected]
17/06/2026
“หมดไฟในการทำงาน” ไม่ได้เกิดขึ้นในชั่วข้ามคืน แต่มันค่อย ๆ สะสมจากความเครียด แรงกดดัน และการไม่มีเวลาพัก จนกลายเป็นปัญหาทั้งต่อสุขภาพ ความสัมพันธ์ และประสิทธิภาพในการทำงาน
*สิ่งสำคัญคือ (ภาวะหมดไฟ) ไม่ใช่แค่ปัญหาส่วนตัว แต่มันสะท้อนถึงสภาพแวดล้อมของการทำงานและวัฒนธรรมองค์กร ว่ามีจุดไหนที่ต้องปรับปรุงบ้าง
บทความนี้ A Cup of Culture จะพาไปทำความเข้าใจเส้นทางสู่ภาวะหมดไฟ (Burnout) และไขคำตอบว่าวัฒนธรรมองค์กรที่ดีช่วยป้องกันได้อย่างไร?
──────────
เส้นโค้งของ “ภาวะหมดไฟ” (Burnout Curve)
เส้นโค้งนี้แสดงให้เห็นว่า เมื่อความกดดันเพิ่มขึ้น คนเราจะเปลี่ยนจากสภาวะที่มีแรงจูงใจสูงไปสู่ภาวะที่พลังใจและประสิทธิภาพค่อย ๆ ลดลง และจบที่ “หมดไฟ” มาดูทีละช่วงของเส้นโค้งนี้กัน
✅ ช่วงต้น: ก่อนภาวะหมดไฟประทุ
• ไร้จุดหมาย (Rust Out) / หงุดหงิด / เบื่อ → คนรู้สึกเฉย ๆ กับงาน หรือไม่เจอความท้าทาย
• เริ่มสนใจ / กระตือรือร้น / มีสมาธิ → เริ่มรู้สึกว่างานน่าสนใจ มีจุดโฟกัส
• คิดสร้างสรรค์ / มีประสิทธิภาพ → เริ่มอยู่ใน “โหมดทำงาน” อย่างเต็มที่
เข้าสู่ Flow: เป็นช่วงที่ทำงานได้ดีที่สุด รู้สึกมีพลังและพึงพอใจ
หากองค์กรมีวัฒนธรรมที่ส่งเสริมอิสระ ความหมายในงาน และการเห็นคุณค่า จะช่วยให้คนอยู่ในช่วง Flow ได้นานขึ้น
⚠️ ช่วงกลาง: สัญญาณเตือนเริ่มมา
• เริ่มเบื่อ / สมาธิลดลง / ประสิทธิภาพตก → งานเริ่มไม่สนุก รู้สึกว่างานหนักขึ้น
• ความคิดสร้างสรรค์ลดลง / ตัดสินใจไม่เด็ดขาด / หงุดหงิดง่าย → ปัญหาเริ่มสะสม ความเครียดเริ่มส่งผล
นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญ ถ้าไม่มีใครสังเกตหรือยื่นมือมาช่วย ก็อาจพัฒนาไปสู่ Burnout ได้
🔴 ช่วงสุดท้าย: Burnout เต็มรูปแบบ
• วิตกกังวล / เหนื่อยล้า / อ่อนเพลีย → ทั้งร่างกายและจิตใจเริ่มส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ
• หมดไฟ → หมดแรง หมดใจ ไม่อยากทำงานอีกต่อไป รู้สึกหมดคุณค่าในตัวเอง
หากถึงจุดนี้ มักต้องใช้เวลาฟื้นฟูนาน และอาจส่งผลต่อสุขภาพระยะยาว
สรุปบทความฉบับเต็ม ➾ brightsidepeople.com/เส้นโค้งของภาวะหมดไฟ-burnout-curve/
A Cup of Culture
──────────
#ที่ปรึกษาด้านวัฒนธรรมองค์กร
───
พูดคุยกับที่ปรึกษาด้านการสร้างวัฒนธรรมองค์กร
หรือขอรายละเอียดเพิ่มเติม:
📲 โทร: 064-972-9155
📥 อีเมล: [email protected]
17/06/2026
ทุกที่ทำงาน ทุกกลุ่มสังคม เป็นเรื่องปกติที่เรามักพบเจอบุคคลหลากหลายประเภท บางคนเป็นเพื่อนที่ดีและเรารู้สึกอยากร่วมงานด้วย ในขณะที่บางคนอาจเป็นเรื่องยากในการทำงานร่วมกันเนื่องจากพฤติกรรมส่วนบุคคล
การรับมือกับเพื่อนร่วมงานที่มีพฤติกรรมเป็นพิษ หรือ Toxic Co-workers สามารถส่งผลเสียต่อวัฒนธรรมองค์กรที่พยายามสร้างให้เกิดขึ้น รวมถึงก่อให้เกิดความเครียดและอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพและความพึงพอใจในการทำงาน
นี่คือ 7 อันดับเพื่อนร่วมงานสุด Toxic และวิธีรับมืออย่างมีประสิทธิภาพ
──────────
อันดับที่ ❼ The Drama Queen/King
คือเพื่อนร่วมงานที่ชอบสร้างดราม่าโดยไม่จำเป็น ชอบพูดหรือทำให้สถานการณ์บางอย่างใหญ่เกินจริง ความดราม่าในการแสดงออกทางอารมณ์ของกลุ่มคนเหล่านี้ อาจขัดจังหวะการทำงานและทำให้บรรยากาศตึงเครียดมากขึ้น
วิธีรับมือ: ความสงบและความนิ่งของตัวเราในระหว่างที่ดราม่ากำลังแสดงออกเป็นจุดที่สำคัญมาก หลีกเลี่ยงการพาตัวเองเข้าไปอยู่ในดราม่าที่คนกลุ่มนี้สร้าง รวมถึงการกลับมาโฟกัสที่วิธีการแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับงาน
อันดับที่ ❻ The Know-It-All
คือเพื่อนร่วมงานที่รู้ดีไปหมดทุกเรื่อง เสมือนว่าตนเองมีคำตอบสำหรับทุกอย่างและมักจะละเลยไอเดียของคนอื่น รวมถึงไม่รับฟังมุมมองที่แตกต่าง คนกลุ่มนี้อาจทำให้การทำงานร่วมกันยากลำบาก
วิธีรับมือ: ยอมรับความคิดเห็นของพวกเขา ไม่ปัดตก แต่คุณก็ต้องแสดงความคิดเห็นของตนเองอย่างมั่นใจด้วย ใช้ข้อมูลและหลักฐานเพื่อสนับสนุนจุดยืนของคุณ ส่งเสริมการสนทนาแบบเปิดที่ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมได้อย่างเท่าเทียมกัน
อันดับที่ ❺ The Negative Nancy
คือเพื่อนร่วมงานประเภทที่มองทุกอย่างในแง่ร้ายไปหมด ความมองโลกในแง่ร้ายของพวกเขาสามารถทำให้คนรอบข้างหมดกำลังใจได้ง่าย
วิธีรับมือ: พยายามเปลี่ยนการสนทนาไปยังหัวข้อที่เป็นบวก ให้มุมมองที่สร้างสรรค์และสนับสนุนวิธีการแก้ปัญหาเชิงบวก
สรุปเนื้อหาฉบับเต็ม ➾ brightsidepeople.com/7-อันดับเพื่อนร่วมงานสุ-2/
"เป็นฉันที่ทำงานไม่เข้าตา หรือเธอกันนะที่ชมคนไม่เป็น" ปัญหาสุดคลาสสิกในออฟฟิศที่แก้ได้ด้วยศิลปะแห่ง Employee Recognition
..หลายครั้งพนักงานไม่ได้อยากได้เงินเพิ่มเสมอไป แต่อยากได้ "คำชมที่จริงใจ" จากหัวหน้า แต่ปัญหาคือ หัวหน้าหลายคนอยากชมนะ...แต่ "ชมไม่เป็น" หรือชมแบบลอยๆ เช่น "ดีมาก", "เยี่ยม" จนพนักงานรู้สึกว่าไม่ได้ตั้งใจชมจริงๆ
พนักงานบางคนต้องการคำชมต่อหน้าสาธารณะ (Public Recognition) บางคนขอแค่ข้อความขอบคุณส่วนตัวเงียบๆ (Private Thank You) ในขณะที่หัวหน้าบางคนอาจเผลอคิดว่าการ "ไม่ด่า = ชมแล้ว" หรือ "การให้โบนัส = คือการชม" จนเกิดช่องว่างในใจของคนทำงาน
📍 สำหรับหัวหน้า:
การทำ Employee Recognition ไม่ใช่แค่หน้าที่ แต่คือเครื่องมือสร้าง Psychological Safety (พื้นที่ปลอดภัย) จงหาให้เจอว่าลูกน้องแต่ละคนชอบรับพลังใจแบบไหน
ลองใช้สูตร SBI (Situation-Behavior-Impact) เปลี่ยนคำชมลอยๆ ให้ทรงพลัง:
• Situation (สถานการณ์): บอกให้ชัดว่าตอนไหน เช่น "เมื่อวานนี้ในที่ประชุม..."
• Behavior (พฤติกรรม): เจาะลึกสิ่งที่เขาทำ เช่น "ที่เธอช่วยสรุปตัวเลขสถิติออกมาเป็นกราฟที่เข้าใจง่าย..."
• Impact (ผลกระทบ): บอกผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น เช่น "มันช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจเซ็นสัญญาได้เร็วขึ้นมาก"
📍 สำหรับลูกน้อง:
ถ้าหัวหน้าเป็นสายเงียบ (ชมไม่เป็น) ลองเปลี่ยนมาเป็นการสื่อสารผลงานแบบเชิงรุก (Proactive Update) หรือสร้างวัฒนธรรม Peer-to-Peer Recognition (ชื่นชมกันเองในกลุ่มเพื่อนร่วมงาน) เพื่อสร้างพลังบวกในทีมโดยไม่ต้องรอจากหัวหน้าฝ่ายเดียว
เพราะสุดท้าย "คำชมที่ถูกวิธี" คือการลงทุนที่ต่ำที่สุด แต่ได้ผลตอบแทนเป็นพลังใจที่ประเมินค่าไม่ได้
แล้วในออฟฟิศของคุณล่ะ? คำชมแบบไหนที่ได้ยินแล้วใจฟูที่สุด... !
A Cup of Culture
──────────
#ที่ปรึกษาด้านวัฒนธรรมองค์กร
───
พูดคุยกับที่ปรึกษาด้านการสร้างวัฒนธรรมองค์กร
หรือขอรายละเอียดเพิ่มเติม:
📲 โทร: 064-972-9155
📥 อีเมล: [email protected]
คลิกที่นี่เพื่อรับประกาศแบบสปอนเซอร์ของคุณ
หมวดหมู่
เว็บไซต์
ที่อยู่
อาคารรสา ทู ชั้น 18 1818 ถ. เพชรบุรี มักกะสัน ราชเทวี กรุงเทพฯ
Bangkok
10400
เวลาทำการ
| จันทร์ | 09:00 - 18:00 |
| อังคาร | 09:00 - 18:00 |
| พุธ | 09:00 - 18:00 |
| พฤหัสบดี | 09:00 - 18:00 |
| ศุกร์ | 09:00 - 18:00 |
แจ้งเตือน
เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ BLL โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ