Max Potentials

Max Potentials

แชร์

We are passionate about empowering individuals and organizations to achieve their greatest ambitions.

We believe everyone possesses the potential for remarkable success, and our mission is to bridge the gap between that potential and reality. Max Potentials believes in creating true success and happiness in our life. We can definitely achieve any successes that we desire...all we have to do is believe in ourself. We aim to assist you on this transformation journey for your success.

16/08/2026

ช่วงนี้ติดตามข่าวเศรษฐกิจ ภาวะสังคม และสถานการณ์ปากท้องของพวกเราคนไทย เลยรู้สึกสะกิดใจเรื่องเงินๆทองๆขึ้นมาครับ

ผมเคยทำงานการเงินมากว่า 15 ปี แม้ไม่ได้ทำเรื่องเงินๆทองๆมานานแล้ว แต่คิดว่าถ้าเอาเริ่งเงินทองมาผูกกับจิตวิทยาก็น่าจะพอชวนเรากลับมามอง “ความสัมพันธ์ของเรากับเงิน” กันพอได้บ้าง

ผมได้ยินคนในสังคมบ่นกันเยอะว่าเงินฝืดเคือง เงินไม่พอใช้ ต้องไปกู้ยืมเป็นหนี้เป็นสินกันมากมาย

เอาจริงๆนะ ... อย่าหาว่าผมว่าเลยนะ

ปัญหาเรื่องเงินของหลายๆคนอาจไม่ได้มาจากการหาเงินได้น้อยไป

แต่อาจเริ่มจากการที่เราอยากได้ อยากใช้ อยาก spend มากเกินไป ???

⸻

ผมคิดว่าสิ่งน่ากลัวในตอนนี้ คือ ค่านิยมของสังคม และระบบ ฃบริโภคนิยม มันเข้ามาหลอกล่อกิเลสในตัวเราแบบเนียนมาก จนรู้สึกว่ามันกลายเป็นมาตรฐานของชีวิตที่ต้องมี
.. ต้องมีรถแบบนี้.. ต้องใช้ของแบบนั้น.. ต้องไปเที่ยวแบบนี้.. ต้องกินร้านแบบนั้น.. ต้องแต่งตัวแบบนั้น.. ต้องมีบ้านแบบนั้น

ไม่ใช่เพราะ “จำเป็นต้องมี”

แต่เพราะมันทำให้เรารู้สึกดี.. มันทำให้เราเพลิดเพลินกับการได้ช้อป.. มันทำให้เราดูดี.. มันทำให้เรารู้สึกว่าเรามีฐานะ.. มันทำให้คนอื่นมองว่าเราประสบความสำเร็จ.. หรือบางที มันก็เป็นสิ่งที่ช่วยให้เราพิสูจน์อะไรบางอย่างกับตัวเอง

แล้วเราก็ยอมจ่าย หรือแม้แต่ยอมเป็นหนี้ ใช้ก่อนผ่อนทีหลัง

ทั้งที่จริง ๆ แล้วมันอาจ.. เกินความจำเป็น.. เกินกำลัง.. และบางครั้งก็เกินฐานะของเรา

สุดท้ายต้องมานั่งเครียดกับหนี้
เครียดกับบัตรเครดิต
เครียดกับค่าใช้จ่ายรายเดือน

แล้วก็บ่นว่า…

“เศรษฐกิจไม่ดีเลย”
“เงินไม่พอใช้”
“ชีวิตทุกวันนี้อยู่ยากจัง”

ผมไม่ได้บอกว่าเศรษฐกิจไม่มีผลนะครับ

แต่บางที เราอาจต้องกล้ากลับมาถามตัวเองด้วยว่า…ปัญหาทั้งหมดนี้มาจากเศรษฐกิจจริง ๆ หรือ #มาจากความอยากของเราที่มากเกินตัว?

⸻

นอกจากการสำรวจตัวเองเรื่องการใช้จ่าย ผมอยากลองชวนสำรวจตัวเองเรื่องทัศนคติในการหาเงินด้วย

เพราะการใช้เงินเป็นไม่ได้แปลว่าแค่ “ประหยัดเป็น”

แต่ #เราจะมั่งคั่งมั่นคงได้ต้องหาเงินเป็นด้วย

ผมเชื่อว่าถ้าถามใจตัวเองลึกๆ ไม่หลอกตัวเอง ... เราทุกคนคงต้องการที่จะมั่งคั่งสุขสบาย

แต่มันไม่มีทางที่เราจะรวยอย่างยั่งยืน โดยไม่ต้องทำอะไรเลย

ความอยากรวยเร็ว ๆ
อยากได้เงินง่าย ๆ
อยากได้ผลตอบแทนสูง ๆ โดยไม่ต้องลงแรง

บางครั้งมันไม่ได้พาเราไปสู่ความมั่งคั่งนะ

แต่มันพาเราไปเจอมิจฉาชีพ

เพราะเมื่อความโลภเจอกับความเชื่อว่า “รวยเร็วมีทางลัด”

เราก็กลายเป็นเหยื่อได้ง่ายมาก

⸻

ผมอยากชวนให้เราลองพิจารณาแนวคิดความเชื่อชุดนี้ดูครับ

“ฉันเชื่อว่า #ชีวิตของเรามั่นคงและเติบโตไปได้มากกว่านี้”

แล้วกลับมาสำรวจตัวเองดูว่า
.. #วันนี้เราจะพัฒนาความสามารถอะไรได้อีก?
.. #วันนี้เราอยากจะเก่งขึ้นในเรื่องอะไร?
.. #วันนี้เราจะสร้างคุณค่าให้คนอื่นได้มากขึ้นอย่างไร? (เพราะเงินจะมาเมื่อสิ่งที่เราทำมีประโยชน์กับใครบางคน)
.. #วันนี้เราจะเอาความรู้ประสบการณ์และความสามารถที่เรามีไปสร้างรายได้เพิ่มได้อย่างไร?

เราไม่ต้องเร่งตัวเองให้รวยเร็วๆ ไปแข่งกับใครหรอก.. แค่ขอให้พัฒนาตัวเองเรื่อย ๆ.. เก่งขึ้นเรื่อย ๆ.. มองหาช่องทางในการสร้างคุณค่าและประโยชน์ให้กับลูกค้า.. เงินจะเข้ามาเรื่อย ๆ.. ทรัพย์สินจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ.. และความมั่นคงก็จะมากขึ้นเรื่อย ๆ

ผมว่ามันน่าจะเป็น “การเติบโตทางการเงิน” ที่ยั่งยืนครับ

⸻

เลยอยากปิดท้ายด้วยเรื่องที่สำคัญมากคือ… #อดทนรอให้เป็น

ทุกวันนี้ Social Media ทำให้เรารู้สึกว่าคนอื่นเขารวยกันเร็วเหลือเกิน.. บางคนอายุ 25 ก็มีบ้าน.. อายุ 30 ก็มีธุรกิจใหญ่.. บางคนลงทุนไม่กี่ปีบอกว่ารวยแล้ว.. บางคนดูเหมือนประสบความสำเร็จไปหมดทุกอย่าง

แต่อย่าลืมว่า #เราเห็นแค่หน้าฉากของชีวิตเขา

เราไม่เห็นหนี้
ไม่เห็นต้นทุน
ไม่เห็นคนที่ช่วยเขาอยู่ข้างหลัง
ไม่เห็นความล้มเหลว
และไม่เห็นว่าทรัพย์สินที่เขาแสดงนั้นเป็นของเขาจริง ๆ แค่ไหน

บางคนมั่งคั่งจริงครับ

แต่ก็มีอีกไม่น้อยที่สร้างภาพของความมั่งคั่ง

อย่าเอา Timeline ของคนอื่นมาตัดสินชีวิตของเราเลยครับ

ใครจะรวยตอน 25
บางคน 35
บางคน 50
บางคนเพิ่งเริ่มมั่นคงตอน 60

ผมว่ามันไม่เป็นไรเลยครับ

ขอเพียงวันนี้เรา .. #ฉลาดเรื่องเงินกว่าเมื่อวาน
.. #ใช้เงินเป็นกว่าเมื่อวาน
.. #เก็บเงินได้มากกว่าเมื่อวาน
.. #หาเงินเก่งกว่าเมื่อวาน
.. #สร้างคุณค่าได้มากกว่าเมื่อวาน

แล้วค่อย ๆ เดินไป ... เราน่าจะมีความสุขที่มาพร้อมกับการเติบโตภายใน ควบคู่ไปกับความมั่งคั่งภายนอกครับ 💕🎁💐

⸻

โพสต์นี้อาจฟังดู Negative กว่าที่ผมเคยเขียนปกตินิดหนึ่ง

แต่ผมพูดด้วยความเป็นห่วงจริง ๆ ครับ

และพูดด้วยความปรารถนาดีต่อสังคมไทยจริงๆ

บางทีความมั่งคั่งที่แท้จริง
อาจไม่ได้เริ่มจากคำถามว่า

“ฉันจะหาเงินให้ได้มากขึ้นอย่างไร?”

แต่อาจเริ่มจากสองคำถามง่าย ๆ ว่า…

“อะไรคือสิ่งที่ฉันต้องการจริง ๆ?”

และ

“วันนี้ฉันกำลังสร้างความสามารถอะไร ที่จะทำให้ชีวิตของฉันดีขึ้นในวันข้างหน้า?”

เพราะสุดท้ายแล้ว…

เงินอาจไม่ได้ซื้อความสุขทั้งหมดให้เรา

แต่การมีความสัมพันธ์กับเงินที่ดีจะช่วยให้เรามีอิสระในการเลือกใช้ชีวิตที่เราต้องการได้มากขึ้น

#ชีวิตสุดยอด #การเงิน #ความมั่งคั่ง #ใช้เงินเป็น #หาเงินเป็น #พัฒนาตัวเอง #ปลดหนี้ชีวิต #อิสระทางการเงิน

09/08/2026

𝐋𝐄𝐀𝐃𝐈𝐍𝐆 𝐓𝐇𝐄 𝐍𝐄𝐗𝐓 𝐄𝐑𝐀 : โลกกำลังเปลี่ยนเร็วขึ้นเรื่อย ๆ
.. AI เปลี่ยนวิธีทำงาน.. คนรุ่นใหม่เปลี่ยนความคาดหวัง.. ความคาดหวังของลูกค้าท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงเปลี่ยน Business Model ที่เคยใช้.. การเปลี่ยนแปลงและความไม่แน่นอนกลายเป็นเรื่องปกติ

คำถามที่น่าสนใจ คือ…

ในโลกที่เปลี่ยนไป #เราในฐานะผู้นำได้เปลี่ยนแปลงตัวเองไปแค่ไหนแล้ว?

แทบจะทุกองคก์กรองค์กร .. กำลัง Upgrade Technology.. ปรับ Strategy.. ปรับ Structure.. สร้าง Business Model ใหม่

‼️ แต่บางครั้งสิ่งที่เราลืม Upgrade คือ 𝐋𝐞𝐚𝐝𝐞𝐫𝐬𝐡𝐢𝐩 𝐢𝐎𝐒 ของเราเอง

สิ่งที่เคยทำให้เราประสบความสำเร็จในอดีต
อาจไม่ได้ทำให้เราประสบความสำเร็จในอนาคต

⁉️ ความเชื่อเดิม
⁉️ วิธีคิดเดิม
⁉️ วิธีตัดสินใจเดิม
⁉️ วิธีบริหารคนแบบเดิม.. อาจกำลังกลายเป็นข้อจำกัดของผู้นำใน Next Era ต่อไป

ผมเชื่อว่า Leading the Next Era ไม่ใช่แค่การที่ผู้บริหารจะมาอัพเดทความรู้ใหม่ หรือเสริม Skill ใหม่ เท่านั้น

แต่สิ่งที่ผู้บริหารต้องทำ คือ การกลับมาถามตัวเองว่า .... “ #เราต้องเป็นผู้นำแบบไหนในยุคจากนี้ไป?”

การเตรียมองค์กรให้พร้อมสำหรับอนาคตไม่ได้เริ่มจากการเปลี่ยนองค์กร

แต่มันเริ่มจาก…การ Upgrade iOS ผู้นำเสียก่อน

𝐀𝐫𝐞 𝐲𝐨𝐮 𝐜𝐨𝐧𝐟𝐢𝐝𝐞𝐧𝐭 𝐭𝐡𝐚𝐭 𝐲𝐨𝐮 𝐚𝐫𝐞 𝐫𝐞𝐚𝐝𝐲 𝐟𝐨𝐫 𝐭𝐡𝐞 𝐧𝐞𝐱𝐭 𝐞𝐫𝐚?




#ชีวิตสุดยอด

06/08/2026

#พลังของการขอโทษ ❤🎁

ในเวิร์คชอปของ Max Potentials มักจะมีกิจกรรมหนึ่งที่ถูกนำมาใช้บ่อยๆ เพราะมันมีพลังในการสร้างความสัมพันธ์และความเป็นทีมที่ดีอย่างมหาศาล

นั่นคือ ... การขอบคุณและขอโทษ

2 คำง่ายๆ ที่หลายคนเผลอคิดว่า "ไม่เป็นไรหรอก ไม่ต้องพูดก็ได้ รู้กัน" จนทำให้พลาดโอกาสที่ดีในการสร้างความสัมพันธ์กันไป

ในเวิร์คชอปเร็วๆนี้ ก็มีผู้บริหารท่านหนึ่งเดินมาบอกผมในตอนท้ายว่า "มันดีมากเลย โดยเฉพาะตอนได้บอกขอโทษ"

ท่านเล่าว่า ตอนไปบอกขอโทษนั้น คนรับคำขอโทษบอกว่าจำเรื่องนั้นไม่ได้แล้ว แต่ก็ดีใจที่ผู้บริหารมาบอกให้รู้

ผมสังเกตได้ว่าสีหน้าของผู้บริหารเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน.. มันไม่ใช่แค่รอยยิ้มธรรมดา.. แต่มันคือความอิ่มเอิม ความปิติในใจ.. รวมทั้งความโล่งที่เหมือนได้วางของหนักที่แบกมานานออกจากอก

พวกเรารู้ว่าการชื่นชมและการขอบคุณเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่

ผมเห็นด้วยเลยครับ

แต่มีหลายๆ ครั้งที่ผมเจอว่า " #การขอโทษมีพลังมากกว่าคำขอบคุณมากมายหลายเท่า"
.. #คำขอบคุณช่วยเติมเต็มหัวใจ
.. #แต่คำขอโทษมีพลังในการเยียวยาหัวใจ

มันซ่อมแซมรอยร้าวที่เรามองไม่เห็น

มันปลดปล่อยความรู้สึกผิดที่เราซ่อนไว้

และหลายครั้ง มันทำให้ทั้งสองฝ่ายเป็นอิสระพร้อมกัน

คนที่ได้รับคำขอโทษรู้สึกว่า

"ฉันมีคุณค่า ความรู้สึกของฉันมีความหมาย"

ส่วนคนที่เอ่ยคำขอโทษก็ไม่ต้องแบกความรู้สึกผิดเอาไว้เพียงลำพังอีกต่อไป
แต่ถ้าคำขอโทษมีพลังขนาดนี้ ... #ทำไมเราถึงพูดคำขอโทษกันได้ยากเหลือเกิน
.. เพราะเรากลัวเสียหน้า.. กลัวดูอ่อนแอ.. กลัวถูกมองว่าผิด.. กลัวว่าอีกฝ่ายจะไม่ให้อภัย

หรือบางที เราอาจจะยังเผลอเชื่อไปว่า "ถ้าฉันขอโทษ ก็แปลว่าฉันเป็นฝ่ายผิดทั้งหมดน่ะสิ"

จริงๆแล้ว ผมว่า #การขอโทษไม่ใช่การตัดสินว่าใครผิดใครถูก

แต่มันคือการบอกว่า " #เราเห็นความสัมพันธ์ของเราสำคัญกว่าการเอาชนะกัน"

และผมว่า จริงๆแล้ว ... #คนที่กล้าขอโทษคือคนที่เจ๋งและโคตรเข้มแข็ง คนหนึ่งเลยนะ

โดยเฉพาะคนที่เป็นผู้นำ.. เพราะผู้นำที่กล้าขอโทษ ไม่ได้ทำให้คนหมดศรัทธา.. แต่กลับทำให้คนกล้าเชื่อใจมากขึ้น

วันนี้...

มีใครสักคนไหม...ที่เรายังรู้สึกติดค้างอยู่ในใจ

มีใครไหม...ที่เราอยากบอกเขาว่า "ขอโทษ"

บางที ... มันอาจไม่ได้สำคัญขนาดนั้นหรอกว่าใครถูกหรือใครผิด

แต่มันสำคัญที่เราให้คุณค่ากับความสัมพันธ์ของเรามากกว่า

และบางที ... มันอาจไม่สำคัญด้วยซ้ำว่าอีกฝ่ายจะให้อภัยเราหรือไม่

แต่มันสำคัญที่เรากล้าปลดปล่อยความรู้สึกผิดหรืออะไรก็แล้วแต่ที่ติดค้างอยู่ในใจออกไปต่างหาก

ในท้ายที่สุด ... คำว่า "ขอโทษ" อาจไม่ใช่แค่ของขวัญที่เรามอบให้อีกฝ่าย
แต่มันอาจจะเป็น #ของขวัญที่เรามอบให้ตัวเองด้วย ก็เป็นได้ 🎁🌷❤

#การขอโทษ #ความสัมพันธ์ #ผู้นำ #ชีวิตสุดยอด

Photos from Max Potentials's post 05/08/2026

จบไปอีกหนึ่งเวิร์คชอป 𝐖𝐢𝐧𝐧𝐢𝐧𝐠 𝐓𝐨𝐠𝐞𝐭𝐡𝐞𝐫 ซึ่งเป็นหนึ่งในหลักสูตร Signature ของ Max Potentials ที่ลูกค้าองค์กรให้ความสนใจจัด inhouse กันเยอะมากในช่วงที่ผ่านมา

ผมและทีมงานรู้สึกมีความสุข และดีใจทุกๆครั้งที่ได้ทำเวิร์คชอปนี้เลยครับ

เพราะเราจะได้สัมผัสกับประสบการณ์ตรงของ 𝐓𝐞𝐚𝐦 𝐓𝐫𝐚𝐧𝐬𝐟𝐨𝐫𝐦𝐚𝐭𝐢𝐨𝐧 และพลังที่ยิ่งใหญ่ของทีมที่พร้อมจะเดินหน้าไปสู่้เป้าหมายที่รออยู่ร่วมกัน

มิตรภาพ ความผูกพัน รอยยิ้ม และแม้กระทั่งน้ำตา ที่เกิดขึ้น ล้วนเป็นพลังสำคัญในการสร้างความแข็งแกร่งของทีม

ขอขอบคุณและขอชื่นชมทุกๆองค์กรที่้เห็นความสำคัญของความเป็นทีม ไม่ได้มุ่งแต่เป้าหมายธุรกิจ จนละเลยความรู้สึก ความสัมพันธ์ และความเป็นมนุษย์ที่มีคุณค่าของคนในองค์กร ... 𝐘𝐎𝐔 𝐑𝐎𝐂𝐊 🎁🎉💕😎





#ชีวิตสุดยอด

01/08/2026
Photos from Max Potentials's post 01/08/2026

วันนี้ปิ๊งแว้บขึ้นมาว่าเดี๋ยวนี้เราไม่ค่อยได้ยินหรือใช้คำว่า 𝐁𝐫𝐞𝐚𝐤𝐭𝐡𝐫𝐨𝐮𝐠𝐡 เหมือนสมัยแรกที่ทำงานด้านนี้

ผมอินกับคำนี้ถึงขนาดว่าจัดหลักสูตรแรกๆ ของตัวเองด้วยชื่อ 𝐏𝐞𝐫𝐬𝐨𝐧𝐚𝐥 𝐁𝐫𝐞𝐚𝐤𝐭𝐡𝐫𝐨𝐮𝐠𝐡 𝐭𝐨 𝐒𝐮𝐜𝐜𝐞𝐬𝐬 เมื่อเดือนก.พ. 𝟐𝟎𝟏𝟑 (บรรยากาศเป็นยังไงก็ตามรูปในโพสท์นี้เลยครับ และต้องขอบคุณผู้กล้าทุกคนที่ไว้วางใจสมัครมาเรียนกันนะครับ ... #คิดถึงด้วย💕🙏😇)

ผมไปหาข้อมูลมาแล้วเจอว่า คำว่า “𝐁𝐫𝐞𝐚𝐤𝐭𝐡𝐫𝐨𝐮𝐠𝐡“ เดิมทีไม่ได้ใช้กันในบริบทของ 𝐜𝐨𝐚𝐜𝐡𝐢𝐧𝐠 𝐟𝐨𝐫 𝐩𝐞𝐫𝐬𝐨𝐧𝐚𝐥 𝐠𝐫𝐨𝐰𝐭𝐡 นะครับ

แต่เป็นคำของ “ #สนามรบ” ‼️

ในอดีต คำนี้ใช้เรียกช่วงเวลาที่กองทัพสามารถ ทะลวงแนวป้องกันของศัตรูได้สำเร็จ ทำให้จากจุดที่เคยไปต่อไม่ได้.. กำแพงถูกทำลาย.. เส้นทางใหม่ก็เปิดขึ้น

หลายสิบปีต่อมา คำว่า 𝐁𝐫𝐞𝐚𝐤𝐭𝐡𝐫𝐨𝐮𝐠𝐡 ถูกนำมาใช้ในวงการวิทยาศาสตร์ เพื่ออธิบายการค้นพบที่เปลี่ยนโลก ก่อนจะถูกส่งต่อมายังวงการ 𝐏𝐞𝐫𝐬𝐨𝐧𝐚𝐥 𝐃𝐞𝐯𝐞𝐥𝐨𝐩𝐦𝐞𝐧𝐭 และ 𝐂𝐨𝐚𝐜𝐡𝐢𝐧𝐠

แต่ผมว่าสิ่งที่น่าสนใจ คือ ความหมายของมันไม่เคยเปลี่ยนเลย

มันยังคงหมายถึง “ #การทะลุผ่านสิ่งกีดขวาง”

📌เพียงแต่ศัตรูในวันนี้
…ไม่ใช่คนอื่นอีกต่อไป.. แต่เป็นกำแพงที่อยู่ข้างในตัวเราเอง

📌หลายครั้ง เรารู้ว่าควรทำอะไร แต่กลับไม่กล้าทำ

📌หลายครั้ง เรามีความสามารถมากพอ แต่กลับไม่เชื่อว่าตัวเองทำได้

📌หลายครั้ง เราใช้ชีวิตอยู่ในกรอบเดิม ๆ ทั้งที่ใจลึก ๆ อยากมีชีวิตอีกแบบหนึ่ง

#ไม่ใช่เพราะเราไม่มีศักยภาพ

แต่เพราะยังมี “ #ล็อก” บางอย่างที่คอยเหนี่ยวรั้งเราไว้
.. อาจเป็นความเชื่อที่สะสมมาตั้งแต่เด็ก
.. อาจเป็นบาดแผลที่ไม่เคยได้รับการทำความเข้าใจ
.. อาจเป็นความกลัวการล้มเหลว การถูกปฏิเสธ หรือแม้แต่ความกลัวที่จะประสบความสำเร็จ

และต่อให้เราอ่านหนังสือเพิ่มอีกสิบเล่ม เข้าอบรมอีกหลายหลักสูตร หรือมีเป้าหมายที่ชัดเจนแค่ไหน

หากกำแพงนั้นยังอยู่…

เราก็มักจะวนกลับมาที่จุดเดิม

เพราะการเติบโตที่แท้จริง ไม่ได้เกิดจากการ “พยายามมากขึ้น”

แต่เกิดจากการ “ #เห็น” สิ่งที่กำลังจำกัดเรา และ #กล้าที่จะก้าวข้ามมัน หรือปลดปล่อยมันออกไปไม่ให้มันมีอิทธิพลกับเราอีก

ผมไม่แน่ใจในวันนี้จะมีใครที่รู้สึก cringe เมื่อได้ยินคำๆนี้มั้ย แต่ผมก็ยังเชื่อในคำว่า 𝐁𝐫𝐞𝐚𝐤𝐭𝐡𝐫𝐨𝐮𝐠𝐡 อยู่ครับ

แต่เอาเถอะ สิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่คำที่เลือกใช้

แต่มันน่าจะเป็น “ประสบการณ์” ที่เกิดขึ้น จาก “กระบวนการ” ที่ช่วยให้เราได้ “เห็นและปลดล็อก”

🎯 มาถึงวันนี้ ... หลักสูตร 𝐏𝐞𝐫𝐬𝐨𝐧𝐚𝐥 𝐁𝐫𝐞𝐚𝐤𝐭𝐡𝐫𝐨𝐮𝐠𝐡 𝐭𝐨 𝐒𝐮𝐜𝐜𝐞𝐬𝐬 ก็ได้เดินทางกลายมาเป็น 𝐓𝐡𝐞 𝐏𝐡𝐨𝐞𝐧𝐢𝐱 𝐑𝐞𝐛𝐨𝐫𝐧

มันยังเป็นหลักสูตร 𝟑 วัน (ที่แม้จะตัด 𝟐 คืนออกไป) ที่เน้นไปที่ “กระบวนการ” และ “ประสบการณ์ ที่จะนำไปสู่ 𝐁𝐫𝐞𝐚𝐤𝐭𝐡𝐫𝐨𝐮𝐠𝐡 ของทุกๆคน

เป็นหลักสูตรที่ไม่ได้พยายามสร้างคุณให้เป็นคนใหม่... แต่ชวนคุณกลับมารู้จักตัวเองอย่างลึกซึ้ง... สร้าง 𝐒𝐞𝐥𝐟-𝐀𝐰𝐚𝐫𝐞𝐧𝐞𝐬𝐬... เรียนรู้ 𝐒𝐞𝐥𝐟-𝐀𝐜𝐜𝐞𝐩𝐭𝐚𝐧𝐜𝐞... และ 𝐁𝐫𝐞𝐚𝐤𝐭𝐡𝐫𝐨𝐮𝐠𝐡 กำแพง เงื่อนไข และข้อจำกัดที่อาจไม่เคยเป็นของคุณมาตั้งแต่แรก

เพราะบางครั้ง…

#ชีวิตที่เราตามหามาตลอดไม่ได้อยู่ไกลออกไป

#แต่อยู่หลังกำแพงที่เรากล้าทะลุผ่านต่างหาก

⏰หากคุณพร้อมที่จะ 𝐁𝐫𝐞𝐚𝐤𝐭𝐡𝐫𝐨𝐮𝐠𝐡 ... 𝐓𝐡𝐞 𝐏𝐡𝐨𝐞𝐧𝐢𝐱 𝐑𝐞𝐛𝐨𝐫𝐧 จะจัดขึ้นในวันที่ 𝟐𝟖-𝟑𝟎 สิงหาคม นี้ครับ
☎️ ทักมาที่ผมหรือคุณรัก Pornpiroon Rak 0816204220 ได้เสมอเลยครับ
🎯The Phoenix Reborn | Aug 2026

#𝐓𝐡𝐞𝐏𝐡𝐨𝐞𝐧𝐢𝐱𝐑𝐞𝐛𝐨𝐫𝐧 #𝐌𝐚𝐱𝐏𝐨𝐭𝐞𝐧𝐭𝐢𝐚𝐥𝐬 #𝐁𝐫𝐞𝐚𝐤𝐭𝐡𝐫𝐨𝐮𝐠𝐡 #𝐒𝐞𝐥𝐟𝐀𝐰𝐚𝐫𝐞𝐧𝐞𝐬𝐬 #𝐒𝐞𝐥𝐟𝐀𝐜𝐜𝐞𝐩𝐭𝐚𝐧𝐜𝐞 #𝐏𝐞𝐫𝐬𝐨𝐧𝐚𝐥𝐆𝐫𝐨𝐰𝐭𝐡 #ชีวิตสุดยอด

30/07/2026

#ความเชื่อ …อาจไม่ใช่ความจริง แต่มันกำลัง #สร้างความจริงในชีวิตของคุณ

วันนี้ " #คุณกำลังใช้ความเชื่ออะไรในการเป็นผู้บริหาร หรือในการใช้ชีวิตของคุณ?"

คำถามนี้อาจจะฟังดูธรรมดา ... แต่ผมว่ามันเป็นหนึ่งในคำถามที่ทรงพลังที่สุดคำถามหนึ่งของชีวิตเราเลยล่ะ

เพราะหลายครั้ง #สิ่งที่จำกัดศักยภาพของเราไม่ใช่ความสามารถ ไม่ใช่โอกาส และไม่ใช่ทรัพยากร

แต่คือ #ความเชื่อที่เราไม่เคยรู้ตัวเลยว่าเรากำลังเชื่อมันอยู่

ที่น่ากลัวกว่านั้นคือ...
#เราไม่ได้มองมันว่าเป็นความเชื่อ
#แต่เรามองว่ามันคือความจริง

******

ย้อนกลับไปในปี 𝟏𝟗𝟓𝟒 นักวิ่งทั่วโลกเชื่อเหมือนกันว่า
"มนุษย์ไม่มีทางวิ่ง 𝟏 ไมล์ต่ำกว่า 𝟒 นาทีได้"

เชื่อกันจริงจังถึงขนาดมีคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ว่า หัวใจและร่างกายมนุษย์ไม่น่าจะรับไหว

จนกระทั่ง 𝐑𝐨𝐠𝐞𝐫 𝐁𝐚𝐧𝐧𝐢𝐬𝐭𝐞𝐫 วิ่งได้ในเวลา 𝟑 นาที 𝟓𝟗.𝟒 วินาที

สิ่งที่น่าสนใจไม่ได้อยู่ที่ 𝐑𝐨𝐠𝐞𝐫 ทำได้สำเร็จ

ที่น่าสนใจ คือ หลังจากนั้นไม่นาน มีนักวิ่งอีกหลายคนทำได้เช่นกัน

มันเหมือนกับว่าทันทีที่มีคนพิสูจน์ว่า "เฮ้ย มันเป็นไปได้นี่หว่า".. โลกทั้งใบก็เริ่มเชื่อว่า "มันเป็นไปได้".. กำแพงที่พังลง ไม่ใช่กำแพงของร่างกาย.. แต่เป็นกำแพงของความเชื่อ

******

ผมมักถามผู้บริหารในห้องเรียนว่า
"ในองค์กรของเรามี 𝐅𝐨𝐮𝐫-𝐦𝐢𝐧𝐮𝐭𝐞 𝐌𝐢𝐥𝐞 อะไรอยู่บ้าง?"

คำตอบที่ตามมา คือ .. "คนรุ่นใหม่สมัยนี้ไม่มี Loyalty".. "คนของเราไม่กล้าคิด".. "ลูกค้าก็เป็นแบบนี้แหละ".. "วัฒนธรรมองค์กรเปลี่ยนไม่ได้".. "ผู้บริหารระดับนี้ไม่มีทางยอมรับ Feedback"

เราพูดประโยคเหล่านี้บ่อยเสียจนลืม "เอ๊ะ"
ลืมที่จะถามตัวเองว่า #มันคือความจริงหรือเป็นเพียงความเชื่อ ที่เราพูดซ้ำ ๆ จนกลายเป็นความจริงในหัวเรา?

เราจะใช้ชีวิต ทำงาน หรือบริหารคนตามความเชื่อของเรา

และสุดท้าย ชีวิตเรา หรือคนที่เราบริหารก็จะเริ่มแสดงพฤติกรรมอย่างที่เราคาดไว้

ความเชื่อจึงกลายเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้มันกลายเป็นความจริง หรือที่เรียกว่า 𝐒𝐞𝐥𝐟-𝐟𝐮𝐥𝐟𝐢𝐥𝐥𝐢𝐧𝐠 𝐏𝐫𝐨𝐩𝐡𝐞𝐜𝐲

******

มีอีกเรื่องหนึ่งที่ผมชอบมาก

𝐉𝐚𝐦𝐞𝐬 𝐒𝐭𝐨𝐜𝐤𝐝𝐚𝐥𝐞 เป็นเชลยศึกอยู่ในเวียดนามนานกว่า 𝟕 ปี
เขาไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้เลย
แต่เขาเลือกที่จะเชื่อว่า
"ผมควบคุมสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้ แต่ผมเลือกวิธีตอบสนองได้"

ประโยคนี้ไม่ได้ทำให้เขาออกจากคุก
แต่มันทำให้เขาไม่สูญเสียตัวเอง

หลายครั้งในฐานะผู้นำ เราก็เจอสถานการณ์ที่ควบคุมไม่ได้.. เศรษฐกิจ.. การแข่งขัน.. การเมืองในองค์กร.. การเปลี่ยนแปลงของตลาด

แต่คำถามสำคัญไม่ได้อยู่ที่
"ทำยังไงเราถึงจะควบคุมสิ่งเหล่านี้ให้ได้มากที่สุด"

แต่มันคือคำถามว่า ...
" #เรากำลังเชื่อว่าเราไม่มีทางเลือก ... #หรือเรากำลังมองหาสิ่งที่เรายังเลือกได้?"

ความเชื่อทั้งสองแบบ พาเราไปสู่พฤติกรรมที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

******

งานวิจัยของ 𝐂𝐚𝐫𝐨𝐥 𝐃𝐰𝐞𝐜𝐤 ซึ่งโด่งกังจากการนำเสนอเรื่อง 𝐆𝐫𝐨𝐰𝐭𝐡 𝐌𝐢𝐧𝐝𝐬𝐞𝐭 ก็ให้บทเรียนที่เรียบง่ายแต่ลึกซึ้งดีมากเลยครับ

เธอพบว่าเด็กที่พูดว่า "ฉันทำไม่ได้" มักหยุดที่จะพยายาม

แต่พอเด็กๆเปลี่ยนคำพูดเป็น "ฉันยังทำไม่ได้"
เธอพบว่าคำว่า "ยัง" กลับเปิดประตูให้สมองเริ่มเรียนรู้

คำเพียงคำเดียวสามารถเปลี่ยนอนาคตของคนคนหนึ่งได้เลยนะครับ

******

ตลอดหลายปีที่ผมทำงานด้าน 𝐂𝐨𝐚𝐜𝐡𝐢𝐧𝐠 และ 𝐋𝐞𝐚𝐝𝐞𝐫𝐬𝐡𝐢𝐩 ผมพบว่า สิ่งที่เปลี่ยนชีวิตคน ไม่ใช่เทคนิคใหม่ หรือความรู้ใหม่ๆ เสมอไป

แต่คือการค้นพบว่า #มีความเชื่อบางอย่างที่เราแบกมันมาตั้งแต่เด็ก จนไม่เคยตั้งคำถามกับมันเลย

เช่น.. ฉันต้องเก่งก่อน คนถึงจะยอมรับ.. ผู้นำต้องมีคำตอบทุกเรื่อง.. ถ้าปฏิเสธคนอื่น แปลว่าเราเป็นคนไม่ดี.. ความผิดพลาดคือความล้มเหลวที่ยอมรับไม่ได้.. ฉันไว้ใจคนไม่ได้.. ความสำเร็จต้องแลกมาด้วยความเหนื่อยเสมอ.. คนเราเปลี่ยนไม่ได้

เราไม่ได้ใช้ชีวิตตามความเป็นจริง
แต่เราใช้ชีวิตตาม "แผนที่" ที่ความเชื่อเหล่านี้สร้างไว้

และแผนที่นั้น กำลังกำหนดการตัดสินใจ ความสัมพันธ์ วิถึในการเป็นผู้นำ ความสำเร็จ และรวมไปถึงความสุขความพึงพอใจในชีวิตของเราด้วย

ใน 𝐍𝐋𝐏 เรามักพูดกันว่า
𝐁𝐞𝐥𝐢𝐞𝐟𝐬 𝐜𝐫𝐞𝐚𝐭𝐞 𝐛𝐞𝐡𝐚𝐯𝐢𝐨𝐫𝐬. 𝐁𝐞𝐡𝐚𝐯𝐢𝐨𝐫𝐬 𝐜𝐫𝐞𝐚𝐭𝐞 𝐫𝐞𝐬𝐮𝐥𝐭𝐬.

#ความเชื่อไม่ได้เปลี่ยนผลลัพธ์โดยตรง .. แต่มันเปลี่ยนสิ่งที่เรากล้าทำ.. เปลี่ยนสิ่งที่เราไม่กล้าทำ.. เปลี่ยนสิ่งที่เรามองเห็น.. และเปลี่ยนสิ่งที่เรามองข้าม

สุดท้าย การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้แหละ ที่นำไปสู่ผลลัพธ์ที่เปลี่ยนไป

ผมเลยหวังว่าบทความนี้จะเชิญชวนให้เราลอง 𝐏𝐚𝐮𝐬𝐞 ตัวเองสักครู่หนึ่ง
แล้วลองสำรวจตัวเองด้วยคำถามง่าย ๆ

มีความเชื่ออะไรบ้าง...ที่ฉันกำลังเรียกมันว่า "ความจริง" ทั้งที่มันอาจเป็นเพียงเรื่องที่ฉันเล่าซ้ำๆและเชื่อมานาน?

และถ้าคุณเปลี่ยนความเชื่อนั้นได้.. จาก "ลูกน้องไม่รับผิดชอบ" เป็น "ฉันยังหาวิธีปลุกความรับผิดชอบของเขาไม่เจอ".. จาก "ฉันไม่ใช่คนเก่งเรื่องการสื่อสาร" เป็น "ฉันกำลังเรียนรู้ที่จะสื่อสารได้ดีขึ้น".. จาก "องค์กรเราเปลี่ยนไม่ได้" เป็น "เราอาจยังหาวิธีเปลี่ยนที่เหมาะกับองค์กรเราไม่เจอ"

ชีวิตของคุณ หรือองค์กรของคุณ ... จะเริ่มเปลี่ยนไปอย่างไร?

เพราะบางครั้ง สิ่งแรกที่ต้องเปลี่ยน ไม่ใช่คน ไม่ใช่ทีม และไม่ใช่องค์กร
แต่คือ 𝐎𝐩𝐞𝐫𝐚𝐭𝐢𝐧𝐠 𝐒𝐲𝐬𝐭𝐞𝐦 ที่อยู่ในหัวของผู้นำ

#เมื่อความเชื่อเปลี่ยน มุมมองก็เปลี่ยน
#เมื่อมุมมองเปลี่ยน การตัดสินใจก็เปลี่ยน
#เมื่อการตัดสินใจเปลี่ยน พฤติกรรมก็เปลี่ยน
#และเมื่อพฤติกรรมเปลี่ยน...
#ผลลัพธ์ที่เคยคิดว่าเป็นไปไม่ได้
#ก็อาจกลายเป็นความจริงบทใหม่ของชีวิต

#𝐋𝐞𝐚𝐝𝐞𝐫𝐬𝐡𝐢𝐩𝐃𝐞𝐯𝐞𝐥𝐨𝐩𝐦𝐞𝐧𝐭 #𝐋𝐞𝐚𝐝𝐞𝐫𝐬𝐡𝐢𝐩𝐌𝐢𝐧𝐝𝐬𝐞𝐭 #𝐍𝐋𝐏 #𝐆𝐫𝐨𝐰𝐭𝐡𝐌𝐢𝐧𝐝𝐬𝐞𝐭 #𝐁𝐞𝐥𝐢𝐞𝐟𝐬 #𝐂𝐨𝐚𝐜𝐡𝐢𝐧𝐠 #𝐌𝐚𝐱𝐏𝐨𝐭𝐞𝐧𝐭𝐢𝐚𝐥𝐬 #ชีวิตสุดยอด

27/07/2026

คุณรู้ไหม… #นกฟีนิกซ์ไม่ใช่นกอมตะที่ไม่เคยตาย

ตามตำนานนะ … ว่ากันว่าความพิเศษของมันกลับอยู่ที่ “ #มันยอมตาย”

เมื่อถึงช่วงเวลาหนึ่งของชีวิต นกฟีนิกซ์จะเผาไหม้ตัวเองจนเหลือเพียงกองเถ้าถ่าน

และจากกองเถ้าถ่านนั้น #นกฟีนิกซ์ตัวใหม่จะถือกำเนิดขึ้น แข็งแรงกว่า สง่างามกว่า และพร้อมบินต่อไปอีกครั้ง

ผมคิดว่าชีวิตของคนเราก็ไม่ต่างกัน

หลายครั้ง … #สิ่งที่ทำให้เราไปต่อไม่ได้ไม่ใช่เพราะเราไม่มีศักยภาพ

แต่เป็นเพราะ
.. #เรายังยึดติดกับตัวตนเดิม
.. ความเชื่อเดิม
.. วิธีคิดเดิม
.. ความกลัวเดิม
.. บทบาทเดิม
.. หรือแม้แต่ความสำเร็จเดิม

บางครั้งสิ่งเหล่านี้เคยพาเรามาได้ไกล แต่ไม่ได้หมายความว่าจะพาเราไปถึงบทต่อไปของชีวิต

การ “ #เผาไหม้” ในความหมายของฟีนิกซ์ จึง #ไม่ใช่การทำลายตัวเอง

แต่มันคือการ #กล้ายอมปล่อยวางสิ่งที่ไม่จำเป็นอีกต่อไป ... เพื่อเปิดพื้นที่ให้ตัวตนที่แท้จริงได้เติบโตขึ้น

ผมตั้งใจให้ 𝐓𝐡𝐞 𝐏𝐡𝐨𝐞𝐧𝐢𝐱 𝐑𝐞𝐛𝐨𝐫𝐧 เป็นหลักสูตรนั้นสำหรับคุณ
.. หลักสูตรที่ไม่ได้มาบอกว่าคุณมีปัญหา
.. หลักสูตรที่ไม่ได้สอนให้คุณต้องเปลี่ยนตัวเองเป็นคนอื่น

แต่เป็นพื้นที่ที่ชวนคุณกลับมาสำรวจตัวเองอย่างจริงจัง

🎉 วันนี้ฉันกำลังใช้ชีวิตตามที่หัวใจต้องการจริงหรือเปล่า
🎉 อะไรคือสิ่งที่ฉันแบกไว้โดยไม่รู้ตัว
🎉 อะไรคือศักยภาพที่ยังไม่เคยถูกปลุกขึ้นมา
🎉 ถ้าฉันไม่ถูกจำกัดด้วยความกลัว ฉันอยากใช้ชีวิตแบบไหน

หลายคนที่ผ่านหลักสูตรนี้ไม่ได้เปลี่ยนเพราะคนสอนเก่งหรอกนะ

แต่เปลี่ยนเพราะเขาได้ “พบตัวเอง”

🎁 บางคนค้นพบความหมายใหม่ของชีวิต

🎁 บางคนกลับมารักตัวเองอีกครั้ง

🎁 บางคนกล้าตัดสินใจในสิ่งที่เลื่อนมาหลายปี

🎁 บางคนกลับไปสร้างความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นกับคนในครอบครัว

🎁 และหลายคนบอกว่า … “ #เหมือนได้เกิดใหม่ทั้งที่ยังเป็นคนเดิม”

ผมเชื่อว่า… #การเกิดใหม่ของคนเรา
.. ไม่จำเป็นต้องรอให้ชีวิตพัง
.. ไม่จำเป็นต้องรอวิกฤต
.. ไม่จำเป็นต้องรอวันที่หมดแรง

#เราเลือกที่จะเติบโตได้ตั้งแต่วันนี้

ถ้าคุณกำลังรู้สึกว่าชีวิตกำลังเรียกร้องบทใหม่

ถ้าคุณรู้ว่าข้างในยังมีศักยภาพที่ไม่ได้ถูกใช้

หรือถ้าคุณเพียงแค่อยากกลับมารู้จัก “ตัวเอง” อีกครั้ง

บางที … นี่อาจเป็นช่วงเวลาที่ฟีนิกซ์ในตัวคุณ กำลังรอที่จะกางปีก

แล้วพบกันใน 𝐓𝐡𝐞 𝐏𝐡𝐨𝐞𝐧𝐢𝐱 𝐑𝐞𝐛𝐨𝐫𝐧

#การเดินทางที่ไม่ได้พาคุณไปเป็นใครคนใหม่

แต่พาคุณกลับมาเป็น “ตัวเอง” ในเวอร์ชันที่สมบูรณ์กว่า แข็งแรงกว่า และมีชีวิตชีวามากกว่าเดิม

𝐑𝐞𝐜𝐥𝐚𝐢𝐦𝐢𝐧𝐠 𝐘𝐨𝐮𝐫 𝐁𝐞𝐬𝐭 𝐕𝐞𝐫𝐬𝐢𝐨𝐧 🎁💐🎉💕🥳

รายละเอียดเพิ่มเติมในคอมเม้นท์ ⬇️⬇️

#ชีวิตสุดยอด

Photos from Max Potentials's post 24/07/2026

#มีคำถามว่าเราจะเรียนอะไรกันในเวิร์คชอป 𝐓𝐡𝐞 𝐏𝐡𝐨𝐞𝐧𝐢𝐱 𝐑𝐞𝐛𝐨𝐫𝐧

ใน 3 วันของเวิร์คชอปนี้.. เราจะเน้นไปที่การ Pause ชีวิตเราสักครู่หนี่ง.. เพื่อกลับมาทบทวนและทำความรู้จักกับ " #ความเป็นตัวเรา"

🎁 เราจะได้เรียนรู้ว่า " #ความเป็นตัวเราในวันนี้คือต้นเหตุหลักของสิ่งที่เกิดขึ้นกับเรา" ... ไม่ว่าจะเป็นความสำเร็จ ความล้มเหลว ความสัมพันธ์ทั้งที่ดีและไม่ดี รวมทั้งความสุขและความทุกข์ที่เกิดขึ้นกับเรา

🎁 หากอยากเปลี่ยนแปลงผลลัพธ์ต่างๆในชีวิตเรา ... เราอาจจะต้องกลับมาเริ่มต้นสำรวจ "ความเป็นตัวเราในวันนี้"

🎁 เราจะได้เรียนรู้ถึง #อิทธิพลของประสบการณ์ชีวิตที่ผ่านมา โดยเฉาะในช่วง 15 ปีแรกของชีวิต ที่มีต่อ "ความเป็นตัวเราในวันนี้" ... เราจะมีโอกาสได้กลับไปทบทวนประสบการณ์ต่างๆ และอิทธิพลของประสบการณ์เหล่านั้น ภายใต้พื้นที่ที่อบอุ่น อ่อนโยน และปลอดภัย และมีโอกาสได้ปรับเปลี่ยนมุมมอง หรือคลี่คลายสิ่งที่เคยเหนี่ยวรั้งเราเอาไว้จากประสบการณ์เหล่านั้น

🎁 เราจะได้เรียนรู้ถึงคำว่า " #อิสระ" และ " #เสรีภาพ" ของการใช้ชีวิต เมื่อเรา " #กล้า" ที่จะเชื่อมั่นและชื่นชมทุกสิ่งที่ดีงามในตัวเรา และโอบรับสิ่งที่เราเคยรังเกียจในความเป็นตัวเราอย่างอ่อนโยน ผ่านกิจกรรมต่างๆ เพื่อ 𝐅𝐫𝐞𝐞 𝐎𝐮𝐫𝐬𝐞𝐥𝐟

🎁 เราจะมีโอกาสได้ #สำรวจและออกแบบชีวิตของเรา บนเส้นทางของอนาคตที่รอเราอยู่ ... เส้นทางที่เราจะเดินทางต่อไปอย่างมั่นคง มีความหวัง และมีความสุข

🎯 #จุดเด่นของคลาสเรา 🎯
.. 𝐓𝐡𝐞 𝐏𝐡𝐨𝐞𝐧𝐢𝐱 𝐑𝐞𝐛𝐨𝐫𝐧 เป็นคลาสที่ #เน้นการทำกิจกรรมเป็นหลัก เพื่อให้รับได้รับประสบการณ์ตรงของการเรียนรู้ ค้นพบ เปลี่ยนแปลง และเติบโต
.. คลาสนี้ไม่ใช่คลาสที่มานั่งเรียนทฤษฎี ... แต่ #เอาตัวเราลงทำงานจริงๆ
.. #คลาสนี้เป็นคลาสเล็ก ทุกคนจะสัมผัสได้ถึงความเชื่อมโยง ความผูกพัน การเกื้อกูลกัน จนทำให้เกิดพื้นที่แห่งความปลอดภัยและไว้วางใจกัน ... จนนำไปสู่ความพร้อมที่เราจะไว้วางใจในตัวเองและกล้าที่จะเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในตัวเรา
.. แม้จะเป็นคลาสเล็ก นอกเหนือจากตัวผมที่หน้าที่เป็นกระบวนกรหลัก แล้วเรายังมี #ทีมโค้ชและกระบวนกรมืออาชีพที่ดูแลทุกคนอย่างใส่ใจ ใกล้ชิด และทั่วถึง ไม่มีใครที่จะถูกปล่อยให้เคว้งคว้างหรือโดดเดี่ยวอย่างแน่นอน

🎯 #คลาสนี้เหมาะกับใคร 🎯
.. ตอบแบบกำปั้นทุบดิน คือ #เหมาะกับทุกคน
.. ผู้บริหารที่อยากเป็นผู้นำที่ดีขึ้น มีความสุขมากขึ้น ก็มาเรียน
.. เจ้าของธุรกิจ ที่อยากจะปั้นธุรกิจให้เติบโตต่อไปอย่างยั่งยืน ก็มาเรียน เพราะเขาอยากปลดล็อกสิ่งที่เคยเหนี่ยวรั้งการทำธุรกิจของเขาเอาไว้
.. พ่อแม่ที่อยากเข้าใจลูก และเลี้ยงลูกได้ดีขึ้น ก็มาเรียน เพราะเราไม่อยากเลี้ยงลูกด้วยปมเก่าๆของเราเอง จนทำให้ลูกพังโดยไม่ตั้งใจ
.. คู่รักที่อยากพัฒนาความสัมพันธ์ก็จูงมือกันมาเรียน เพราะเชื่อมั่นในชีวิตคู่ที่ดีที่รอพวกเขาอยู่ข้างหน้า
.. ใครก็ตามที่เขื่อว่าเรามาได้ดีแล้วล่ะ แต่ก็ยังเชื่อว่าเราไปได้ดีกว่านี้อีก ก็มาเรียน

แล้วคุณล่ะ พร้อมหรือยังที่จะมา 𝐑𝐞𝐜𝐥𝐚𝐢𝐦 𝐘𝐨𝐮𝐫 𝐁𝐞𝐬𝐭 𝐕𝐞𝐫𝐬𝐢𝐨𝐧 แล้วกลายเป็น 𝐓𝐡𝐞 𝐏𝐡𝐨𝐞𝐧𝐢𝐱 𝐑𝐞𝐛𝐨𝐫𝐧 ที่พร้อมจะโบยบินต่อไปอย่างสง่างาม ❤💥🎯🎁🥰






#ชีวิตสุดยอด

23/07/2026

คลาส The Phoenix Reborn | Aug 2026 รุ่นต่อไปจะเรียนกันในวันที่ 28-30 สิงหาคม 2569 นี้นะครับ ... เราพร้อมแล้วที่จะต้อนรับทุกๆท่านเดินทางเพื่อ Reclaim the Best Version ในตัวเรากันครับ 🎯🎁🎉🌷❤




#ชีวิตสุดยอด



#ปลดล็อกชีวิต

ต้องการให้โรงเรียนของคุณขึ้นเป็นอันดับหนึ่งในหมวด โรงเรียน ที่ Bangkok หรือไม่?
คลิกที่นี่เพื่อรับประกาศแบบสปอนเซอร์ของคุณ

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่


Bangkok

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ Max Potentials โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

สมัครรับข่าวสาร

เราจะแจ้งให้คุณทราบเมื่อมีความเคลื่อนไหวใน Bangkok