Human Rights and Development Foundation

Human Rights and Development Foundation

แชร์

มูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา
Human Rights and Development Foundation

มูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา
Human Rights and Development Foundation

လူ့အခွင့်အရေးနှင့်ဖွံ့ဖြိုးတိုးတက်ရေးဖောင်ဒေးရှင်း HRDFစမွတ်ဆာခွန်ဌာနမှ ကံကောင်းခြင်းလက်ဆောင်အိတ် ၃၀၀ ကို စမွတ်ဆာခွန်နှင့်အနီးနားတဝိုက်တွင် နေထိုင်ကြသောရွှေ့ပြောင်းအလုပ်သမားညီအစ်ကို မောင်နှမ များထံ ပေးအပ်သွားရန်ရှိသည်။
အပြည်ပြည်ဆိုင်ရာအလုပ်သမားများအဖွဲ့ (အိုင်အဲယ်အို)၏ထောက်ပံ့မှုဖြင့် ကိုဗစ်-၁၉ ၏ရိုက်ခတ်မှု ဒဏ်ကြောင့် အလုပ်ပြုတ်ခြင်း၊အလုပ်ထုတ်ခံရခြင်း၊စက်ရုံအလုပ်ရုံပိတ်ခံရခြင်း၊စောင့်ကြည့်ခံရ (ကွားရတင်းဝင် လုပ်အားခမရ) နေရခြင်း၊ အလုပ်လက်မဲ့ဖြစ်ခြင်း သို့မဟုတ် ကိုဗစ်-၁၉၏ ရိုက်ခတ်မှုကြောင်း ဖြစ်ပေါ်လာသည့် အခြားသောအကြောင်းအရာများနှင့်ရင်ဆိုင်နေရသည့် ရွှေ့ပြောင်းညီအစ်ကို မောင်နှမ များ၏ ပူပင်သောကကို ငြိမ်းစေ၍အထောက်အပံ့ ဖြစ်စေရန် အတွက်ဖြစ်သည်။
ထောက်ပံ့ရေးအဖြစ် ပါဝင်သောပစ္စည်းများမှာ ဆန်၊ ငါးသေတ္တာ၊ဆီ၊ ဆပ်ပြာခဲ၊ ဆပ်ပြာမှုန့်၊ သွားတိုက်ဆေး၊ခေါက်ဆွဲခြောက်၊အစရှိသည်တို့ဖြစ်သည် ဤကံကောင်းခြင်းလက်ဆောင်ထုတ်ကို ရယူလိုသောညီအစ်ကိုမောင်နှမများအနေဖြင့် အမည် အသက် နေရပ်လိပ်စာ ဆက်သွယ်ရန်ဖုန်း ကိုဗစ်ကြောင့်အခက်အခဲဖြစ်သည့်အကြောင်းရင်း တို့ကို ပိုစ့်ရဲ့ကော့်မန့်တွင်ရေးသားထားနိုင်ပါသည် ကျွုန်ုပ်တို့မှ အချက်အလက်များကို မှတ်တမ်းတင်ရယူပြီးနောက် ပြန်လည်ဆက်သွယ်ပါမည်။
အခြားသောညီအစ်ကိုမောင်နှမများသိရှိတွေ့မြင်နိုင်ဖို့ရန်အတွက် ယခုပိုစ်ကို Like & Share လိုက်စ် နှိပ်ပြီး ရှယ်ပေးကြပါနော်။
အကယ်၍ လူကြီးမင်းအနေဖြင့် အခြားသော အလုပ်သမားအခွင့်အရေး နှင့် ပတ်သက်ပြီး အကူညီတောင်းခံလိုပါက မအေးမာချို ရုံးတာဝန်ခံ ဖုန်း 0867560835 အား (နံနက် 09.00 – 16.00 အတွင်းဆက်သွယ်နိုင်ပါသည်)

Photos from Human Rights and Development Foundation's post 06/08/2026

เครือข่ายแรงงานภาคเหนือเข้าพบเทศบาลนครเชียงใหม่ ติดตามความคืบหน้าข้อเสนอด้านสวัสดิการแรงงานและครอบครัว

วันที่ 5 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมาเครือข่ายแรงงานภาคเหนือร่วมกับองค์กรสมาชิก เข้าพบผู้แทนเทศบาลนครเชียงใหม่ เพื่อติดตามความคืบหน้าของข้อเสนอเชิงนโยบายที่ได้ยื่นไว้เมื่อปีที่ผ่านมา พร้อมแลกเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาสวัสดิการในระดับท้องถิ่นที่ตอบสนองต่อคุณภาพชีวิตของแรงงานและครอบครัว

ประเด็นสำคัญที่มีการหารือ ได้แก่ การพัฒนาศูนย์พัฒนาเด็กเล็กให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตของผู้ใช้แรงงาน โดยเฉพาะการขยายเวลาการให้บริการ เพื่อช่วยลดภาระของพ่อแม่ที่ต้องทำงานนอกเวลาราชการ รวมถึงการส่งเสริมให้มีศูนย์พัฒนาเด็กเล็กที่เข้าถึงได้ในทุกชุมชน ซึ่งจะช่วยให้เด็กได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม และสนับสนุนให้ผู้ปกครอง โดยเฉพาะผู้หญิง สามารถกลับเข้าสู่ตลาดแรงงานได้

นอกจากนี้ ยังมีการติดตามข้อเสนอเรื่องการจัดทำ "กล่องสวัสดิการเด็กแรกเกิด" เพื่อสนับสนุนครอบครัวในช่วงเริ่มต้นของการเลี้ยงดูบุตร โดยเทศบาลนครเชียงใหม่ได้แจ้งว่าอยู่ระหว่างศึกษารูปแบบและองค์ประกอบของโครงการ เพื่อพิจารณาความเป็นไปได้ในการดำเนินงาน

อีกหนึ่งประเด็นที่มีการแลกเปลี่ยนคือ การส่งเสริมการเข้าถึงผ้าอนามัยในฐานะสวัสดิการสาธารณะ โดยมีการยกตัวอย่างแนวปฏิบัติจากต่างประเทศ เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนานโยบายที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย

แม้เทศบาลจะสะท้อนถึงข้อจำกัดด้านงบประมาณ ระเบียบ และขั้นตอนการดำเนินงาน แต่ได้แสดงความพร้อมในการรับข้อเสนอไปพิจารณาและศึกษาความเป็นไปได้ในแต่ละประเด็น

เครือข่ายแรงงานภาคเหนือเห็นว่าการพัฒนารัฐสวัสดิการในระดับท้องถิ่นเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะแรงงานและครอบครัว พร้อมยืนยันว่าจะติดตามความคืบหน้าและผลักดันข้อเสนอเชิงนโยบายอย่างต่อเนื่อง ผ่านความร่วมมือระหว่างภาคประชาชนและหน่วยงานภาครัฐ เพื่อให้สวัสดิการที่จำเป็นสามารถเข้าถึงประชาชนได้อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม

ถ่าย วีรวัศ

06/08/2026

เครือข่ายแรงงานภาคเหนือเข้าพบเทศบาลนครเชียงใหม่ เพื่อติดตามความคืบหน้าข้อเสนอด้านสวัสดิการแรงงานและครอบครัว

เครือข่ายแรงงานภาคเหนือเข้าพบเทศบาลนครเชียงใหม่ เพื่อติดตามข้อเสนอเชิงนโยบายที่ได้ยื่นไว้เมื่อปีที่ผ่านมา โดยมีการหารือประเด็นสำคัญ อาทิ การขยายเวลาศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก การจัดทำกล่องสวัสดิการเด็กแรกเกิด และการส่งเสริมการเข้าถึงผ้าอนามัยในฐานะสวัสดิการสาธารณะ

การหารือครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการติดตามความคืบหน้าและแลกเปลี่ยนแนวทางในการพัฒนาสวัสดิการระดับท้องถิ่น เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของแรงงานและครอบครัวอย่างต่อเนื่อง

06/08/2026

"บางครั้งเขามีสิทธิ์ แต่เขาไม่รู้สิทธิ์ของตัวเอง"
ท่ามกลางบรรยากาศการประชุมเครือข่ายแรงงานภาคเหนือ ที่ร่วมกันหารือถึงความคืบหน้าของข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อพี่น้องแรงงานในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเครือข่ายได้เคยเข้าพบหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาแล้วเมื่อปีที่ผ่านมา เราได้มีโอกาสพูดคุยกับพี่ฝน หนึ่งในแกนนำแรงงานที่มาร่วมงานในวันนั้น
เสียงจักรเย็บผ้าที่บ้านอาจไม่ได้ดังอยู่ตรงหน้าในวันนี้ แต่ร่องรอยของมันยังติดอยู่ในมือพี่ฝน มือที่คุ้นเคยกับเข็มและด้ายมากพอๆ กับที่คุ้นเคยกับความยากลำบากของคนที่ไม่มีใครมองเห็น
พี่ฝนใช้ชีวิตอยู่ในไทยมา 48 ปี งานแรกที่จำได้เริ่มต้นด้วยการขายของชำเล็กๆ ก่อนจะขยับไปเย็บหมวกขาย แล้วก็เคยยืนต้อนรับแขกหน้าร้านอยู่พักหนึ่ง แต่ละงานคือบันไดเล็กๆ ที่พาชีวิตเดินต่อไป โดยไม่มีใครรู้ว่าปลายทางจะพาไปพบกับบทบาทที่ยิ่งใหญ่กว่าการหาเลี้ยงตัวเอง
จุดเปลี่ยนมาถึงเมื่อเพื่อนแกนนำสองคนที่ได้รับการอบรมจาก HRDF ชวนพี่ฝนไปรู้จักกับกลุ่มคนงานหญิงเพื่อความยุติธรรม และมูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา (HRDF)
"ตอนนั้นเขาบอกว่า ถ้าเรามาเป็นสมาชิกกลุ่มนี้ เราจะได้ไปช่วยเหลือกลุ่มแรงงานเรานะ เหมือนได้สร้างบุญ" พี่ฝนเล่า น้ำเสียงยังคงมีความอบอุ่นของวันแรกที่จำได้
จากคำชวนวันนั้น พี่ฝนเดินเข้าสู่ห้องเรียนกฎหมาย โลกที่ไม่คุ้นเคยสำหรับคนที่ทั้งชีวิตคุ้นเคยแต่กับเข็มและผ้า
"พี่มาเรียนรู้เรื่องกฎหมาย เพราะถ้าเรารู้กฎหมาย เราก็จะได้ช่วยครอบครัวเรา แล้วก็แรงงานข้ามชาติที่เขาไม่รู้กฎหมาย ที่เขาโดนละเมิดสิทธิ"
จากวันนั้นถึงวันนี้ พี่ฝนกลายเป็นสะพานที่เชื่อมคนตัวเล็กๆ เข้ากับความยุติธรรม เคสที่ผ่านมือพี่ฝนมีทั้งเรื่องค่าปลงศพ ค่าจ้างที่ไม่เคยได้รับ และการถูกไล่ออกอย่างไม่เป็นธรรม เรื่องราวที่ฟังดูเรียบง่ายในทางกฎหมาย แต่หนักอึ้งในชีวิตจริงของคนที่ต้องเผชิญ
เคสที่ยังฝังอยู่ในความทรงจำของพี่ฝนคือคดีปลงศพที่มีเอกสารซับซ้อนนับไม่ถ้วน และอีกเคสหนึ่งที่มือของแรงงานคนหนึ่งถูกกลืนเข้าไปในเครื่องจักร
"กว่าจะดำเนินเรื่องได้ มันค่อนข้างยากลำบาก แต่แต่ละเคสพี่ก็ภูมิใจที่ได้ช่วยเหลือแรงงานข้ามชาติของเรา"
คำถามที่ว่าอะไรทำให้ยังเดินหน้าต่อในบทบาทแกนนำ
"ถ้าเราเป็นแกนนำต่อ เราก็จะได้ไปบอกต่อพี่น้องแรงงานของเรา คนที่ไม่รู้กฎหมาย คนที่โดนข่มเหง บางครั้งเขามีสิทธิ์ แต่เขาไม่รู้สิทธิ์ของตัวเอง เราก็จะได้เอาความรู้ไปบอกพี่น้องแรงงาน"
และก่อนบทสนทนาจะจบลง ท่ามกลางเสียงพูดคุยของเครือข่ายแรงงานที่ยังดำเนินต่อไปรอบตัว พี่ฝนฝากถ้อยคำสั้นๆ ไว้ให้กับทุกคนที่กำลังเผชิญความไม่เป็นธรรมโดยไม่รู้ว่าตนมีทางออก
"ถ้าได้ค่าแรงไม่เป็นธรรม หรือเรื่องศพออกจากโรงพยาบาล เรื่องรถชน หรือกฎหมายอะไรหลายๆ อย่างที่พี่น้องแรงงานเราไม่รู้ ถ้าต้องการความช่วยเหลือ ให้มาติดต่อที่กลุ่มคนงานหญิงเพื่อความยุติธรรม และ HRDF ได้เลยค่ะ"
การพูดคุยกันในวันนี้เป็นเพียงหนึ่งในหลายบทสนทนาที่เกิดขึ้นระหว่างการประชุมเครือข่ายแรงงานภาคเหนือ ที่ยังคงเดินหน้าผลักดันนโยบายเพื่อพี่น้องแรงงานเชียงใหม่อย่างต่อเนื่อง และในบรรดาเสียงของผู้คนที่มาร่วมงาน มีอีกเสียงหนึ่งที่ดังไม่แพ้กัน เสียงของผู้หญิงคนหนึ่งที่เลือกจะเรียนรู้ เพื่อจะได้ส่งต่อความรู้นั้นให้กับคนที่ไม่มีใครฟัง
พี่ฝนเป็นหนึ่งในแกนนำที่ผ่านการอบรมจากโครงการผลิตอาสาสมัครแกนนำนักกฎหมายสำหรับแรงงานข้ามชาติ โครงการที่มีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความรู้ด้านกฎหมายให้กับแรงงานข้ามชาติ พัฒนาศักยภาพแกนนำในชุมชนให้สามารถให้คำแนะนำเบื้องต้น ช่วยเหลือเพื่อนแรงงานในการเข้าถึงสิทธิ และเป็นสะพานเชื่อมระหว่างแรงงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและการคุ้มครองสิทธิอย่างแท้จริง
วีรวัศ สัมภาษณ์ เรียบเรียง ถ่ายภาพ...

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนสิทธิมนุษยชนไปกับเราได้ง่ายๆ
ทุกการสนับสนุนของคุณ ช่วยต่อชีวิต สร้างโอกาส และเปิดพื้นที่ปลอดภัยให้กับผู้คนที่ยังต้องการความหวัง

เลขที่บัญชี: 091-0-09857-3 (กรุงไทย)
ชื่อบัญชี: มูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา

#แรงงานข้ามชาติ #สิทธิแรงงาน #แรงงานชาติพันธุ์ #พลังชุมชน #สิทธิขั้นพื้นฐาน

24/07/2026

⚓ จากเรือ...สู่ฝั่ง เพราะสิทธิแรงงานต้องได้รับการคุ้มครองทุกที่ 💙

เบื้องหลังการคุ้มครองสิทธิแรงงาน ไม่ได้มีเพียงเจ้าหน้าที่ แต่ยังมี "แกนนำแรงงานข้ามชาติ" ที่ทำหน้าที่เป็นด่านหน้าในการให้ข้อมูล รับฟังปัญหา และเชื่อมต่อผู้ประสบปัญหาเข้าสู่การช่วยเหลือ

HRDF จัดอบรมแกนนำแรงงาน จังหวัดจันทบุรี รุ่นที่ 1 ภายใต้โครงการ Ship to Shore Rights (S2S) เพื่อเสริมความรู้ด้านสิทธิแรงงาน กฎหมาย การสัมภาษณ์ และการส่งต่อผู้ประสบปัญหาอย่างปลอดภัย

เพราะเมื่อแรงงานมีความรู้ มีเครือข่าย และมีคนพร้อมยืนเคียงข้าง การเข้าถึงสิทธิก็เกิดขึ้นได้จริง

💙 รับชมบรรยากาศการอบรมในคลิปนี้

#สิทธิแรงงาน #สิทธิมนุษยชน #แรงงานข้ามชาติ #แรงงานประมง

Photos from Human Rights and Development Foundation's post 23/07/2026

⚓ จากเรือ สู่ฝั่ง: เสริมพลังแกนนำแรงงานข้ามชาติ เพื่อสิทธิที่ยั่งยืน! 💙
ไม่ว่าจะบนเรือประมงหรือในโรงงานแปรรูปอาหารทะเลบนฝั่ง "แกนนำแรงงาน" ที่เข้มแข็งในพื้นที่ คือหัวใจสำคัญของการป้องกันและช่วยเหลือแรงงานที่ประสบปัญหา
มูลนิธิ HRDF จึงได้จัดอบรมแกนนำแรงงาน จ.จันทบุรี ครั้งที่ 1 ภายใต้แนวทางพัฒนาศักยภาพของโครงการ Ship to Shore Rights (S2S) เพื่อเสริมทักษะให้แก่ตัวแทนแรงงานข้ามชาติกว่า 22 คน ในประเด็น:
✅ การคุ้มครองสิทธิและกฎหมายแรงงานที่เกี่ยวข้อง
✅ เทคนิคการสัมภาษณ์และบันทึกข้อเท็จจริงเบื้องต้น
✅ ช่องทางการเข้าถึงกลไกการร้องเรียน และการส่งต่อผู้ประสบปัญหาอย่างปลอดภัย
ขอบคุณแกนนำทุกท่านที่พร้อมเป็นกระบอกเสียงและด่านหน้า ในการปกป้องสิทธิเพื่อนแรงงานทุกคน 👏✨
โครงการ Ship to Shore Rights ขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสหภาพยุโรป (EU) มุ่งส่งเสริมการย้ายถิ่นฐานอย่างปลอดภัย และยกระดับสิทธิแรงงานในภาคประมง อุตสาหกรรมแปรรูปอาหารทะเล และเศรษฐกิจสีน้ำเงิน (Blue Economy) ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

-S2S Rights #สิทธิมนุษยชน #แกนนำแรงงาน #จันทบุรี #แรงงานประมงและแปรรูปอาหารทะเล

Photos from Human Rights and Development Foundation's post 21/07/2026

📣 အရေးပေါ် သတင်းအကျဉ်းချုပ်!
ဝန်ကြီးများအဖွဲ့ (ကက်ဘိနက်) နောက်ဆုံးဆုံးဖြတ်ချက် (14 ဇူလိုင် 2026)
နိုင်ငံခြားသား အလုပ်လုပ်ခွင့်လက်မှတ် သက်တမ်းတိုးခြင်းအကြောင်း အရာနှင့်ပတ်သပ်၍ အသိပေးခြင်း။ 📝✨
ဤစာတမ်းသည် အလုပ်အကိုင်ရှာဖွေရေးဌာန (Department of Employment) မှ ထုတ်ပြန်ထားသော ကြေညာချက်ကို အလွယ်တကူနားလည်နိုင်ရန် အကျဉ်းချုပ်ဖော်ပြထားခြင်းဖြစ်ပါသည်။
🎯 မည်သူများ အကျုံးဝင်သနည်း?
လာအို၊ မြန်မာနှင့် ဗီယက်နမ် နိုင်ငံသား အလုပ်သမားများ (2025 ခုနှစ် နိုဝင်ဘာလ 11 ရက် အစိုးရဆုံးဖြတ်ချက်အရ အုပ်စုဝင်များ) ၏ အလုပ်လုပ်ခွင့်လက်မှတ်သည် 2026 ခုနှစ် ဒီဇင်ဘာလ 11 ရက်နေ့ တွင် သက်တမ်းကုန်ဆုံးမည့်သူများ။
ထို့အပြင် ယခင်သတ်မှတ်ထားသော အချိန်အတွင်း နိုင်ငံကူးလက်မှတ် (Passport) သို့မဟုတ် ဗီဇာ (Visa) ကို အချိန်မီ မပြုလုပ်နိုင်ခဲ့သော အလုပ်သမားများလည်း အကျုံးဝင်ပါသည်။
🎉 ရရှိမည့် အခွင့်အရေး
အစိုးရမှ မြန်မာနိုင်ငံသားအပါအဝင် အလုပ်သမားများအား ထိုင်းနိုင်ငံတွင် နေထိုင်ပြီး အလုပ်လုပ်ခွင့်ကို 2027 ခုနှစ် ဒီဇင်ဘာလ 11 ရက်နေ့အထိ သက်တမ်းတိုးခွင့် ပြုထားပါသည်။
📋 အလုပ်ရှင်နှင့် အလုပ်သမားများ လုပ်ဆောင်ရမည့်အချက်များ
▪️ သက်တမ်းတိုးလျှောက်ထားပြီး အခကြေးငွေပေးဆောင်ရန်
သက်တမ်းတိုးလျှောက်လွှာနှင့် အခကြေးငွေကို 2026 ခုနှစ် ဒီဇင်ဘာလ 11 ရက်နေ့ မတိုင်မီ ပြီးစီးအောင် ဆောင်ရွက်ရပါမည်။
💡 မှတ်ချက် – ငွေလက်ခံပြေစာကို လျှောက်လွှာလက်ခံစာနှင့်အတူ ကိုင်ဆောင်ထားပါက အလုပ်လုပ်ခွင့်လက်မှတ် အစစ်ထုတ်ပေးသည်အထိ ယာယီအလုပ်လုပ်နိုင်သော အထောက်အထားအဖြစ် အသုံးပြုနိုင်ပါသည်။
▪️ ကျန်းမာရေးစစ်ဆေးခြင်းနှင့် ကျန်းမာရေးအာမခံ
အလုပ်သမားများသည် ဆေးရုံတွင် ကျန်းမာရေးစစ်ဆေးရမည်ဖြစ်ပြီး လူမှုဖူလုံရေး (Social Security) သို့မဟုတ် သတ်မှတ်ထားသည့် ကျန်းမာရေးအာမခံ ကို မဖြစ်မနေ ရှိရပါမည်။
▪️ ဗီဇာတံဆိပ် (Visa Stamp) ရိုက်နှိပ်ခြင်း
2027 ခုနှစ် ဇွန်လ 30 ရက်နေ့ မတိုင်မီ လူဝင်မှုကြီးကြပ်ရေးဌာန (Immigration) တွင် ဗီဇာတံဆိပ် သွားရောက်ရိုက်နှိပ်ရပါမည်။
🚨 နိုင်ငံကူးလက်မှတ် (Passport) သို့မဟုတ် ယာယီခရီးသွားစာရွက်စာတမ်း မရှိသေးသူများ သည် အဆိုပါစာရွက်စာတမ်းများကို အမြန်ဆုံး ပြုလုပ်ပြီး 2027 ခုနှစ် ဇွန်လ 30 ရက်နေ့ မတိုင်မီ ဗီဇာတံဆိပ် ရိုက်နှိပ်ရပါမည်။ ✅
▪️ ပန်းရောင်ကတ် (Pink Card) အချက်အလက် အပ်ဒိတ်လုပ်ခြင်း
နောက်ဆုံးအဆင့်အနေဖြင့် အလုပ်သမားမှတ်ပုံတင် အချက်အလက်ကို ပြင်ဆင်ပြီး ပန်းရောင်ကတ် ကို ပြုလုပ်/အပ်ဒိတ်လုပ်ရပါမည်။
👨‍👩‍👧 လိုက်ပါလာသော မိသားစုဝင်များ (အလုပ်သမား၏ သားသမီးများ)
အသက် 18 နှစ် မပြည့်သေးသော ကလေးများ သည် မိဘ၏ အခွင့်အရေးအတိုင်း နေထိုင်ခွင့် ရရှိမည်ဖြစ်ပြီး မှတ်တမ်းအချက်အလက် ပြင်ဆင်ခြင်းနှင့် ကျန်းမာရေးအာမခံ ပြုလုပ်ခြင်းကိုလည်း ဆောင်ရွက်ရပါမည်။
ဘာသာပြန် ၊ကိုချက်ကြီး။
#အလုပ်လုပ်ခွင့်လက်မှတ် #ဗီဇာသက်တမ်းတိုး
#ထိုင်းနိုင်ငံ #မြန်မာအလုပ်သမား

Cr. Sai BuraNaung

21/07/2026

❓ เนื้อหาที่ตรวจสอบ: อาชีพนายหน้าและล่ามแปลภาษาเป็นอาชีพสงวนสำหรับคนไทยเท่านั้น
📌 ผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง: **เนื้อหาบิดเบือนและสร้างความเข้าใจผิด** สำนักบริหารแรงงานต่างด้าวชี้แจงว่างานนายหน้าอยู่ในบัญชีงานที่ห้ามคนต่างด้าวทำจริง แต่งานล่ามแปลภาษาไม่อยู่ในบัญชีนี้ อย่างไรก็ตามคนต่างด้าวที่ทำงานแปลภาษาจะเรียกว่า "ผู้ประสานงานด้านภาษา" ซึ่งไม่ใช่ล่ามอาชีพเพราะไม่สามารถรับรองเอกสารได้ และมีเงื่อนไขเฉพาะสำหรับการจ้างงาน
📝 เนื้อหาโดยสรุป: วันที่ 15 ก.ค. 2569 เพจเฟซบุ๊กที่ระบุวัตถุประสงค์ของเพจว่า "ตรวจสอบต่างด้าวที่ทำผิดกฎหมาย” โพสต์คลิปวิดีโอกล่าวหาชาวเมียนมาคนหนึ่งว่าทำงานผิดกฎหมายในไทยคือทำอาชีพนายหน้าและล่าม มีข้อความบรรยายว่า "อาชีพนายหน้าหรือว่าล่ามแปลภาษา เป็นอาชีพสงวนของคนไทยต่างด้าวพม่ารามัญไม่สามารถทำได้"
🔎 โคแฟคตรวจสอบ: ประเด็นที่โคแฟคตรวจสอบคือ "นายหน้า" และ "ล่ามแปลภาษา" เป็นอาชีพสงวนของคนไทยที่คนต่างด้าวไม่สามารถทำได้จริงหรือไม่? โดยตรวจสอบกับข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง กําหนดงานที่ห้ามคนต่างด้าวทํา พ.ศ.2563 และ ประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี เรื่อง กําหนดประเภทงานให้คนต่างด้าวตามมาตรา 13 (2) แห่ง พ.ร.บ.การทํางานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2551 ทำได้ รวมทั้งสอบถามเจ้าหน้าที่สำนักบริหารแรงงานต่างด้าว กระทรวงแรงงาน ได้ข้อมูลดังนี้
▪️งาน "นายหน้า" อยู่ในบัญชี "งานที่ห้ามคนต่างด้าวทำโดยเด็ดขาด" ตามประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง กําหนดงานที่ห้ามคนต่างด้าวทํา พ.ศ.2563 ส่วนงาน "ล่ามแปลภาษา" ไม่อยู่ในบัญชีงานที่ห้ามคนต่างด้าวทำตามประกาศฉบับนี้ซึ่งมีทั้งหมด 40 ประเภท
▪️ปี 2559 สำนักนายกรัฐมนตรีออกประกาศให้ "งานผู้ประสานงานด้านภาษากัมพูชา ลาวหรือเมียนมา" เป็นงานที่คนต่างด้าวตามมาตรา 13 (2) แห่ง พ.ร.บ.การทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2551 ทำได้ โดยมีเงื่อนไขว่าผู้ว่าจ้างต้องประกาศรับสมัครและว่าจ้างคนไทยเข้าทํางานก่อนอย่างน้อย 15 วัน ถ้าไม่มีการว่าจ้างจึงสามารถจ้างคนต่างด้าวเป็นผู้ประสานงานด้านภาษาได้ 1 คน ต่อการจ้างคนต่างด้าว 100 คน เว้นแต่เป็นหน่วยงานรัฐหรือหรือองค์กรที่ทำงานเพื่อสาธารณประโยชน์ให้จ้างได้ตามความจำเป็น และคนต่างด้าวที่จะทำงานนี้ต้องได้รับการฝึกอบรมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน
ทั้งนี้ "คนต่างด้าวตามมาตรา 13 (2)" หมายถึงคนต่างด้าวที่เข้ามาหรืออยูในไทยโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง แต่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในประเทศเป็นการชั่วคราวเพื่อรอการส่งกลับตามกฎหมายวาด้วยคนเข้าเมือง
▪️เจ้าหน้าที่สำนักบริหารแรงงานต่างด้าว กรมการจัดหางาน อธิบายว่าโดยความหมายในทางการจ้างงาน "ล่ามแปลภาษา" หมายถึงคนไทยที่สามารถสื่อสาร/แปลระหว่างภาษาต่างประเทศกับภาษาไทยได้ ส่วนคนต่างชาติที่ได้รับการว่าจ้างให้แปลภาษาจะเรียกว่า "ผู้ประสานงานด้านภาษา" ซึ่งต่างจากล่ามอาชีพตรงที่ไม่สามารถรับรองเอกสารได้ และการจ้างต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีกำหนด
▪️โคแฟคพบว่าหน่วยงานราชการจำนวนมากมีการประกาศรับสมัครผู้ประสานงานด้านภาษา เช่น เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. 2569 สำนักจัดหางานจังหวัดนนทบุรีรับสมัครผู้ประสานงานด้านภาษาเมียนมา 1 อัตรา เดือน ต.ค. 2568 กรมการจัดหางานรับสมัครผู้ประสานงานด้านภาษาเมียนมา กัมพูชาและอังกฤษอย่างละ 2 อัตรา เป็นต้น
📌 ข้อสรุปโคแฟค: งานนายหน้าเป็นอาชีพที่ห้ามคนต่างด้าวทำจริง แต่งานล่ามแปลภาษาไม่ได้อยู่ในบัญชีประเภทงานที่ห้ามคนต่างด้าวทำ คนต่างด้าวชาวเมียนมา กัมพูชาและลาวสามารถทำงานแปลภาษาได้แต่เรียกว่า "ผู้ประสานงานด้านภาษา" ซึ่งการรับสมัครและการว่าจ้างจะต้องเป็นไปตามเงื่อนไขในประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีเรื่อง "กําหนดประเภทงานให้คนต่างด้าวตามมาตรา 13 (2) แห่ง พ.ร.บ.การทํางานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2551 ทําได้" และลักษณะการทำงานก็แตกต่างจากอาชีพล่ามแปลภาษาเนื่องจากไม่สามารถรับรองเอกสารแปลได้
⚠️ ประเด็น "คนต่างด้าวแย่งงานคนไทย" มักถูกนำมาใช้ยุยงปลุกปั่นความเกลียดชังแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งด้วยข้อกำหนดและกฎหมายแรงงาน/คนเข้าเมืองที่มีความซับซ้อน ทำให้ยากที่จะตรวจสอบข้อเท็จจริง หากไม่แน่ใจในข้อมูลจึงไม่ควรแชร์เนื้อหาลักษณะนี้
อย่างไรก็ตามประชาชนสามารถตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับประเภทงานที่ห้ามคนต่างด้าวทำได้จาก "ประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง กำหนดงานที่ห้ามคนต่างด้าวทำ" ซึ่งมีงานทั้งหมด 40 ประเภทแบ่งเป็น 4 บัญชี พร้อมคำอธิบายลักษณะงาน
#โคแฟค #แรงงานข้ามชาติ #เมียนมา #กัมพูชา

❓ เนื้อหาที่ตรวจสอบ: อาชีพนายหน้าและล่ามแปลภาษาเป็นอาชีพสงวนสำหรับคนไทยเท่านั้น

📌 ผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง: **เนื้อหาบิดเบือนและสร้างความเข้าใจผิด** สำนักบริหารแรงงานต่างด้าวชี้แจงว่างานนายหน้าอยู่ในบัญชีงานที่ห้ามคนต่างด้าวทำจริง แต่งานล่ามแปลภาษาไม่อยู่ในบัญชีนี้ อย่างไรก็ตามคนต่างด้าวที่ทำงานแปลภาษาจะเรียกว่า "ผู้ประสานงานด้านภาษา" ซึ่งไม่ใช่ล่ามอาชีพเพราะไม่สามารถรับรองเอกสารได้ และมีเงื่อนไขเฉพาะสำหรับการจ้างงาน

📝 เนื้อหาโดยสรุป: วันที่ 15 ก.ค. 2569 เพจเฟซบุ๊กที่ระบุวัตถุประสงค์ของเพจว่า "ตรวจสอบต่างด้าวที่ทำผิดกฎหมาย” โพสต์คลิปวิดีโอกล่าวหาชาวเมียนมาคนหนึ่งว่าทำงานผิดกฎหมายในไทยคือทำอาชีพนายหน้าและล่าม มีข้อความบรรยายว่า "อาชีพนายหน้าหรือว่าล่ามแปลภาษา เป็นอาชีพสงวนของคนไทยต่างด้าวพม่ารามัญไม่สามารถทำได้"

🔎 โคแฟคตรวจสอบ: ประเด็นที่โคแฟคตรวจสอบคือ "นายหน้า" และ "ล่ามแปลภาษา" เป็นอาชีพสงวนของคนไทยที่คนต่างด้าวไม่สามารถทำได้จริงหรือไม่? โดยตรวจสอบกับข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง กําหนดงานที่ห้ามคนต่างด้าวทํา พ.ศ.2563 และ ประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี เรื่อง กําหนดประเภทงานให้คนต่างด้าวตามมาตรา 13 (2) แห่ง พ.ร.บ.การทํางานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2551 ทำได้ รวมทั้งสอบถามเจ้าหน้าที่สำนักบริหารแรงงานต่างด้าว กระทรวงแรงงาน ได้ข้อมูลดังนี้

▪️งาน "นายหน้า" อยู่ในบัญชี "งานที่ห้ามคนต่างด้าวทำโดยเด็ดขาด" ตามประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง กําหนดงานที่ห้ามคนต่างด้าวทํา พ.ศ.2563 ส่วนงาน "ล่ามแปลภาษา" ไม่อยู่ในบัญชีงานที่ห้ามคนต่างด้าวทำตามประกาศฉบับนี้ซึ่งมีทั้งหมด 40 ประเภท

▪️ปี 2559 สำนักนายกรัฐมนตรีออกประกาศให้ "งานผู้ประสานงานด้านภาษากัมพูชา ลาวหรือเมียนมา" เป็นงานที่คนต่างด้าวตามมาตรา 13 (2) แห่ง พ.ร.บ.การทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2551 ทำได้ โดยมีเงื่อนไขว่าผู้ว่าจ้างต้องประกาศรับสมัครและว่าจ้างคนไทยเข้าทํางานก่อนอย่างน้อย 15 วัน ถ้าไม่มีการว่าจ้างจึงสามารถจ้างคนต่างด้าวเป็นผู้ประสานงานด้านภาษาได้ 1 คน ต่อการจ้างคนต่างด้าว 100 คน เว้นแต่เป็นหน่วยงานรัฐหรือหรือองค์กรที่ทำงานเพื่อสาธารณประโยชน์ให้จ้างได้ตามความจำเป็น และคนต่างด้าวที่จะทำงานนี้ต้องได้รับการฝึกอบรมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน

ทั้งนี้ "คนต่างด้าวตามมาตรา 13 (2)" หมายถึงคนต่างด้าวที่เข้ามาหรืออยูในไทยโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง แต่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในประเทศเป็นการชั่วคราวเพื่อรอการส่งกลับตามกฎหมายวาด้วยคนเข้าเมือง

▪️เจ้าหน้าที่สำนักบริหารแรงงานต่างด้าว กรมการจัดหางาน อธิบายว่าโดยความหมายในทางการจ้างงาน "ล่ามแปลภาษา" หมายถึงคนไทยที่สามารถสื่อสาร/แปลระหว่างภาษาต่างประเทศกับภาษาไทยได้ ส่วนคนต่างชาติที่ได้รับการว่าจ้างให้แปลภาษาจะเรียกว่า "ผู้ประสานงานด้านภาษา" ซึ่งต่างจากล่ามอาชีพตรงที่ไม่สามารถรับรองเอกสารได้ และการจ้างต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีกำหนด

▪️โคแฟคพบว่าหน่วยงานราชการจำนวนมากมีการประกาศรับสมัครผู้ประสานงานด้านภาษา เช่น เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. 2569 สำนักจัดหางานจังหวัดนนทบุรีรับสมัครผู้ประสานงานด้านภาษาเมียนมา 1 อัตรา เดือน ต.ค. 2568 กรมการจัดหางานรับสมัครผู้ประสานงานด้านภาษาเมียนมา กัมพูชาและอังกฤษอย่างละ 2 อัตรา เป็นต้น

📌 ข้อสรุปโคแฟค: งานนายหน้าเป็นอาชีพที่ห้ามคนต่างด้าวทำจริง แต่งานล่ามแปลภาษาไม่ได้อยู่ในบัญชีประเภทงานที่ห้ามคนต่างด้าวทำ คนต่างด้าวชาวเมียนมา กัมพูชาและลาวสามารถทำงานแปลภาษาได้แต่เรียกว่า "ผู้ประสานงานด้านภาษา" ซึ่งการรับสมัครและการว่าจ้างจะต้องเป็นไปตามเงื่อนไขในประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีเรื่อง "กําหนดประเภทงานให้คนต่างด้าวตามมาตรา 13 (2) แห่ง พ.ร.บ.การทํางานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2551 ทําได้" และลักษณะการทำงานก็แตกต่างจากอาชีพล่ามแปลภาษาเนื่องจากไม่สามารถรับรองเอกสารแปลได้

⚠️ ประเด็น "คนต่างด้าวแย่งงานคนไทย" มักถูกนำมาใช้ยุยงปลุกปั่นความเกลียดชังแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งด้วยข้อกำหนดและกฎหมายแรงงาน/คนเข้าเมืองที่มีความซับซ้อน ทำให้ยากที่จะตรวจสอบข้อเท็จจริง หากไม่แน่ใจในข้อมูลจึงไม่ควรแชร์เนื้อหาลักษณะนี้

อย่างไรก็ตามประชาชนสามารถตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับประเภทงานที่ห้ามคนต่างด้าวทำได้จาก "ประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง กำหนดงานที่ห้ามคนต่างด้าวทำ" ซึ่งมีงานทั้งหมด 40 ประเภทแบ่งเป็น 4 บัญชี พร้อมคำอธิบายลักษณะงาน

#โคแฟค #แรงงานข้ามชาติ #เมียนมา #กัมพูชา

20/07/2026

HRDF Thailand ประชาสัมพันธ์

🎬 เมื่อแรงงานข้ามชาติ ไม่ใช่แค่แรงงาน แต่คือ “มนุษย์คนหนึ่ง”

เทศกาลภาพยนตร์แห่งเมืองเชียงใหม่ ครั้งที่ 4 ประจำปี 2569
Chiang Mai Film Festival 2026: Local in Motion
ขอเชิญร่วมชมภาพยนตร์พิเศษในโปรแกรม

SPECIAL PROGRAM 3: Asian Cross-Border Voices
คัดสรรโดย บดินทร์ เทพรัตน์

🎥 MONGREL
ภาพยนตร์รางวัลจากเทศกาลหนังเมืองคานส์ ที่สะท้อนชีวิตของแรงงานข้ามชาติที่ไม่มีใบอนุญาต กับความท้าทายของการทำงานดูแลผู้สูงอายุและผู้พิการ

“เมื่อการดูแลคือหน้าที่ แต่ความเห็นใจคือทางเลือก”

เรื่องราวของ อุ้ม แรงงานข้ามชาติที่แม้ไม่มีใบอนุญาตและไม่ได้รับการฝึกฝนอย่างเป็นทางการ แต่กลับทำหน้าที่ผู้ดูแลผู้ป่วยได้ด้วยความเอาใจใส่ ท่ามกลางข้อจำกัดของชีวิตและการดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด

ภาพยนตร์โดย เจียงเว่ยเหลียง
ได้รับรางวัล Special Mention Caméra d'Or จากเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ และเข้าชิงรางวัลม้าทองคำ 7 สาขา

📅 วันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม 2569
⏰ เวลา 13.00–15.10 น.
📍 ห้องนิทรรศการ TCDC Chiang Mai
🎟️ เข้าชมฟรี
🔊 Soundtrack พร้อมคำบรรยายไทย/อังกฤษ

ร่วมเปิดมุมมองต่อชีวิต แรงงานข้ามชาติ และความหมายของ “ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์” ผ่านภาพยนตร์และการเรียนรู้ร่วมกัน

Chiang Mai Film Festival 2026
24–26 กรกฎาคม 2569
เวลา 09.00–19.30 น.
ณ ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบเชียงใหม่ (TCDC Chiang Mai)

สนับสนุนลิขสิทธิ์ภาพยนตร์โดย Alpha Violet
สนับสนุนการฉายโดย Common Move และเครือข่ายแรงงานภาคเหนือ



#แรงงานข้ามชาติ #สิทธิมนุษยชน #แรงงานกับศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

SPECIAL PROGRAM 3
เทศกาลหนังแห่งเมืองเชียงใหม่ครั้งที่ 4 ประจำปี 2569 ขอเสนอโปรแกรมพิเศษตลอดเทศกาลจำนวน 3 โปรแกรม ในแต่ละวันจะมีโปรแกรมฉายภาพยนตร์พิเศษและกิจกรรม Film Talk
SPECIAL PROGRAM 3
Asian Cross-Border Voices
— คัดสรรโดย บดินทร์ เทพรัตน์

MONGREL
ภาพยนตร์ระดับรางวัลจากคานส์ ที่กล่าวถึงแรงงานไทยผิดกฎหมายข้ามชาติ

“เมื่อการดูแลคือหน้าที่ แต่ความเห็นใจคือทางเลือก”
อุ้ม (รับบทโดยวัลลภ รุ่งกำจัด) เป็นแรงงานข้ามชาติที่ไม่มีใบอนุญาตและไม่ได้รับการฝึกฝน แต่เขาก็สามารถดูแลผู้พิการและผู้สูงอายุได้ดี วันหนึ่งเมื่อการทำงานเป็นผู้ดูแลผู้ป่วยบนภูเขาสูงเริ่มสร้างความลำบากใจ อุ้มจึงต้องตัดสินใจเลือกระหว่างความเป็นมนุษย์กับความอยู่รอด
ภาพยนตร์โดย เจียงเว่ยเหลียง

หนังเข้าฉายในเทศกาลหนังเมืองคานส์ (สาย Directors’ Fortnight) โดยคว้ารางวัล Special Mention Caméra d'Or และได้เข้าชิงรางวัลม้าทองคำ 7 รางวัล (รวมถึงนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม)
วันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม 2026
13.00 - 15.10 น. ฉายภาพยนตร์ MONGREL (128 นาที)

เข้าชมฟรี
เสียงซาวน์แทร็ค มีคำบรรยายไทย/อังกฤษ
สนับสนุนลิขสิทธิ์ภาพยนตร์โดย Alpha Violet
สนับสนุนการฉายโดย Common Move และเครือข่ายแรงงานภาคเหนือ
//////////
ชมฟรี!!!
เทศกาลภาพยนตร์แห่งเมืองเชียงใหม่ครั้งที่ 4 ประจำปี 2569
Chiang Mai Film Festival 2026
Local in Motion
การเปลี่ยนผ่านของท้องถิ่นในบริบทสังคมร่วมสมัย
24–26 กรกฎาคม 2569
เวลา 09.00–19.30 น.
ห้องนิทรรศการ
ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบเชียงใหม่ (TCDC Chiang Mai)
https://maps.app.goo.gl/uE7FKRMx7mgejsph6
ปิดท้ายเทศกาล CMFF 2026
ด้วยกิจกรรม “กาดมั่ว คัวฮอม” – ลานอาหารท้องถิ่นเหนือ
และ พิธีประกาศผลรางวัลซึ่งจะจัดขึ้นในวันสุดท้ายของเทศกาล
ในวันที่ 26 กรกฎาคม 2569
ในแต่ละวันเราจัด 6 โปรแกรมฉายตั้งแต่เวลา 09.00-19.30 น.
พบกับ ผลงานภาพยนตร์จาก คนทำหนังภาคประชาชน และนักเรียน-นักศึกษาจากทั่วประเทศ ที่ส่งหนังเข้าร่วมคัดเลือกจัดฉายและประกวดในเทศกาลครั้งนี้กว่า 119 เรื่อง โดยถูกคัดเลือกให้จัดฉายและประกวดจำนวน 50 เรื่อง
//////////
สนับสนุนโดย
#กระทรวงวัฒนธรรม #กรมส่งเสริมวัฒนธรรม
เครือข่ายร่วมจัด
คณะสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยแม่โจ้
BordersFilmProject
Filmspace
MovingImage
ปันยามูฟวี่คลับ
COZOMIA_Performing_Arts_Archive
ContentChiangmai
TCDC ChiangMai
Lanner
WhiteHouse
Common Move
เครือข่ายแรงงานภาคเหนือ

20/07/2026

📢 วันนี้วันสุดท้าย! อย่าปล่อยให้สิทธิของคุณหายไป
ผู้ประกันตนที่มีสิทธิเลือกตั้ง บอร์ดประกันสังคม อย่าลืมลงทะเบียนใช้สิทธิ ภายในวันนี้ (20 กรกฎาคม 2569)
การเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม คือโอกาสที่ผู้ประกันตนจะได้มีส่วนร่วมกำหนดทิศทางการบริหารกองทุนประกันสังคม ซึ่งส่งผลต่อสิทธิประโยชน์ของแรงงานทุกคนในอนาคต
✅ ลงทะเบียนได้ที่: ระบบลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม
https://www.sso.go.th/sbe2/
ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที แต่เป็นสิทธิที่มีความหมายต่อแรงงานทุกคน
#ประกันสังคม #บอร์ดประกันสังคม #สิทธิแรงงาน

20/07/2026

POV: เมื่อลูกจ้างประสบอุบัติเหตุจากการทำงาน
#ความรู้ #กองทุนเงินทดแทน

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ องค์กร ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร ใน Bangkok?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่


ซอย สิทธิชน
Bangkok
10310

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00