SOSECURE

SOSECURE

แชร์

#SOSECURE
WE ARE CYBERSECURITY EXPERT.

03/08/2026

ไม่ได้เข้าร่วม แต่อยากมีส่วนร่วมด้วย 🙌
SOSECURE มอบโอกาสสุดพิเศษ พร้อมสนับสนุนคนไทย
จัดแคมเปญ Thai Cyber Boost 60/40 🇹🇭
พบกับโปรโมชั่นครั้งใหญ่ ลดเยอะที่สุดเท่าที่เคยมีมา !!
ใน Cyberdemy ( powered by SOSECURE )
ไม่จำกัดหลักสูตรการเรียนรู้ ลด 60% ทุกคอร์สเรียน !!
ผู้เรียนสามารถเลือกพัฒนาทักษะได้ตามเป้าหมายของตนเอง
[ Click Here >> https://cyberdemy.co/courses ]
SOSECURE สนับสนุนส่วนลดสูงสุด 60%
ผู้เรียนชำระเพียง 40%
อัปสกิลก่อน ได้เปรียบก่อน
🔥 รีบคว้าโอกาสก่อนจะหมดสิทธ์
ระยะเวลาแคมเปญสิ้นสุด 30 ก.ย. 2026 เท่านั้น !!
Tel : 02-511-2422
LINE :
Website : [www.sosecure.co.th](http://www.sosecure.co.th/)
#ไทยช่วยไทย

#คอร์สออนไลน์
#เรียนCybersecurity
#ย้ายสายงาน #เรียนCybersecurity
#คนทั่วไป #เปลี่ยนสายงาน #อัปสกิล

Photos from SOSECURE's post 31/07/2026

⚠️ ภัยจาก AI อันตรายขึ้น เพราะ
กลโกงเดิม “เนียนกว่าเดิม”
ภัยจาก AI คือการที่อาชญากรไซเบอร์
นำเครื่องมือ AI มาช่วยยกระดับกลโกงแบบเดิม
ให้สร้างได้เร็วขึ้น สมจริงขึ้น และ
" ตรวจจับได้ยากกว่าเดิม "
สิ่งที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน
คือ “จุดสังเกต” ที่เราเคยใช้จับพิรุธ
เช่น
❌ ภาษาไทยผิด ๆ
❌ เว็บไซต์ปลอมที่ออกแบบไม่เนียน
❌ เสียงโทรศัพท์ที่ฟังดูผิดธรรมชาติ
❌ ภาพหรือวิดีโอที่ดูไม่สมจริง
ปัจจุบัน AI สามารถช่วยสร้างข้อความ
ภาพสินค้า เว็บไซต์ เสียง และวิดีโอปลอม
ที่ดูน่าเชื่อถือได้ภายในเวลาไม่กี่นาที
อีกทั้งยังช่วยให้อาชญากรสามารถกระจาย
การโจมตีไปยังเหยื่อจำนวนมากได้พร้อมกัน
กลุ่มที่มีความเสี่ยงจากภัย AI
👤 ผู้ใช้งานทั่วไป
อาจตกเป็นเหยื่อของโปรโมชันปลอม
ลิงก์หลอกลวง เว็บไซต์ปลอม หรือบัญชี LINE
ที่แอบอ้างเป็นแบรนด์และบุคคลที่รู้จัก
จนนำไปสู่การเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวหรือโอนเงิน
🏢 แบรนด์และธุรกิจที่ถูกแอบอ้าง
โลโก้ ชื่อแบรนด์ และภาพลักษณ์อาจ
ถูกนำไปสร้างเว็บไซต์หรือแคมเปญหลอกลวง
ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของลูกค้า
แม้แบรนด์จะไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นั้นเลย
💬 องค์กรที่ใช้ LINE ในการสื่อสารงาน
มีความเสี่ยงจากการแอบอ้างเป็นผู้บริหาร ฝ่ายบัญชี
หรือฝ่าย IT โดยเฉพาะเมื่อพนักงานไม่สามารถ
ยืนยันตัวตนของผู้ส่งได้อย่างชัดเจน
สิ่งที่ทำให้ภัยจาก AI น่ากังวล ไม่ได้มีเพียง
ความสามารถของเทคโนโลยี แต่คือการที่
อาชญากรไซเบอร์นำ AI มาผสมผสานกับหลักจิตวิทยา
พวกเขาสามารถปรับข้อความ รูปแบบการสื่อสาร
และสถานการณ์หลอกลวงให้ตรงกับความสนใจ
ความกลัว หรือความไว้วางใจของเหยื่อแต่ละกลุ่มได้มากขึ้น
ดังนั้น ก่อนเชื่อ ก่อนคลิก หรือ ก่อนโอนเงิน
ควรหยุดตรวจสอบข้อมูลผ่านช่องทางทางการทุกครั้ง
🌐สนใจสมัครเรียนหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
Tel : 02-511-2422
LINE :
Website : [www.sosecure.co.th](http://www.sosecure.co.th/)

#ภัยจากAI
#ภัยไซเบอร์
#มิจฉาชีพออนไลน์


and

24/07/2026

🌏🤖 แนวโน้มภัยคุกคาม AI
ที่กำลังจะเปลี่ยนโลกไซเบอร์ในปี 2026
AI ไม่ได้สร้างภัยไซเบอร์รูปแบบใหม่ทั้งหมด
แต่กำลังทำให้ภัยคุกคามเดิม รวดเร็ว
แนบเนียน และขยายผลได้ง่ายขึ้น
จนวิธีป้องกันแบบเดิมอาจไม่เพียงพออีกต่อไป
ในปี 2026 องค์กรควรจับตาความเสี่ยงสำคัญ
ได้แก่ การใช้ AI ค้นหาช่องโหว่และช่วยวางแผน
โจมตี การสร้างอีเมล Phishing ที่เลียนแบบภาษา
และรูปแบบการสื่อสารขององค์กร การปลอม
ใบหน้าและเสียงผู้บริหารด้วย Deepfake
รวมถึงการวิเคราะห์รูปแบบรหัสผ่านเพื่อเพิ่ม
ประสิทธิภาพของการโจมตีบัญชีผู้ใช้งาน
ความเสี่ยงที่ต้องระวังเป็นพิเศษ คือ
การหลอกให้โอนเงินหรือเปิดเผยข้อมูลสำคัญ
เพราะแม้ภาพ เสียง หรือข้อความจะดูเหมือนมา
จากบุคคลที่รู้จัก ก็อาจถูกสร้างขึ้นด้วย AI ได้
องค์กรจึงไม่ควรพึ่งพาการตรวจสอบด้วยสายตา
หรือความคุ้นเคยเพียงอย่างเดียว แต่ควรเพิ่มมาตรการ
เช่น
🔐 ใช้ Multi-Factor Authentication หรือ Passkey กับบัญชีสำคัญ
📞 ยืนยันคำสั่งโอนเงินผ่านช่องทางอื่นที่กำหนดไว้ล่วงหน้า
🛡️ อัปเดตระบบ ตรวจสอบช่องโหว่ และเฝ้าระวังพฤติกรรมผิดปกติอย่างต่อเนื่อง
📧 เสริมระบบป้องกันอีเมลและการปลอมแปลงโดเมน
👥 ฝึกซ้อมรับมือ Phishing และ Deepfake ให้กับพนักงาน โดยเฉพาะฝ่ายการเงินและผู้บริหาร
📋 จัดทำนโยบายการใช้ AI และแผนตอบสนองเหตุการณ์ที่ชัดเจน
ในยุคที่ผู้โจมตีใช้ AI เป็นตัวเพิ่มขีดความสามารถ
การป้องกันที่มีประสิทธิภาพต้องผสานทั้ง เทคโนโลยี
กระบวนการ และความตระหนักรู้ของบุคลากร
เพราะจุดอ่อนที่สำคัญอาจไม่ใช่ระบบเพียงอย่างเดียว
แต่อาจเป็นช่วงเวลาที่คนกำลังรีบ กดดัน หรือ
เชื่อในสิ่งที่เห็นมากเกินไป
🌐สนใจสมัครเรียนหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
Tel : 02-511-2422
LINE :
Website : [www.sosecure.co.th](http://www.sosecure.co.th/)
#ภัยคุกคามAI


#ความปลอดภัยไซเบอร์

Photos from TXEC's post 21/07/2026
17/07/2026

🚀 เปิดเคล็ดลับการสร้างโปรไฟล์
ให้โดดเด่นในสายงาน Cyber Security
อยากเริ่มต้นหรือเติบโตในสาย Cyber Security
โปรไฟล์ที่ดีไม่ควรมีเพียงวุฒิการศึกษา
แต่ต้องแสดงให้เห็นถึง ทักษะ ประสบการณ์
และความพร้อมในการทำงานจริง
นอกจากการพัฒนาความรู้แล้ว “เรซูเม่”
คืออีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญที่ช่วยสร้างความ
ประทับใจให้กับองค์กรตั้งแต่ครั้งแรก โดยเรซูเม่
ที่ดูเป็นมืออาชีพควรมีรูปแบบที่อ่านง่าย กระชับ
และเน้นข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งงานมากที่สุด
สิ่งที่ควรมีและควรเน้นในเรซูเม่ ได้แก่
✅ Professional Summary แนะนำตัว ข้อมูลครบ
ชื่อ อายุ สถาบัน คณะและสาขาที่เรียนจบ พร้อมระบุสายงานและจุดแข็งที่ชัดเจน
✅ Technical Skills เช่น IT, Network, System, Linux, Cloud, SIEM หรือเครื่องมือด้าน Security
✅ Certificate ที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งงานและช่วยยืนยันความรู้เฉพาะทาง
✅ ประสบการณ์ทำงานหรือฝึกงาน พร้อมอธิบายหน้าที่และผลลัพธ์ที่ทำได้จริง
✅ Project และ Portfolio เช่น Lab, Cyber Range, CTF, GitHub หรือ Security Write-up
✅ การอบรมและกิจกรรม ที่แสดงให้เห็นถึงการเรียนรู้และอัปเดตความรู้อย่างต่อเนื่อง
เคล็ดลับสำคัญคือ ควรปรับเรซูเม่ให้เหมาะกับ
แต่ละตำแหน่ง หลีกเลี่ยงการใส่ข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้อง
และใช้คำอธิบายที่แสดงให้เห็นว่าเรา “ทำอะไร”
“ใช้เครื่องมืออะไร” และ “สร้างผลลัพธ์อย่างไร”
เพราะองค์กรไม่ได้มองหาเพียงคนที่ “รู้”
แต่กำลังมองหาคนที่สามารถ วิเคราะห์ปัญหา
รับมือภัยคุกคาม และนำความรู้ไปใช้งานได้จริง
เริ่มสร้างเรซูเม่และพัฒนาโปรไฟล์ตั้งแต่วันนี้
เพื่อเพิ่มโอกาสก้าวเข้าสู่สายงาน Cyber Security
อย่างมั่นใจ
[สามารถอ่านต่อเพิ่มเติมได้ที่ >> https://www.sosecure.co.th/th/activity/cybersecurity-demand-in-2025]
💬สนใจสมัครเรียนหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
Tel : 02-511-2422
LINE :
Website : [www.sosecure.co.th](http://www.sosecure.co.th/)

13/07/2026

Thai Cyber Boost 🇹🇭🔥พลังไทยช่วยไทย 60/40
โอกาสดีสำหรับคนไทยที่อยากอัปสกิล
ด้าน Cybersecurity ให้พร้อมรับมือโลกดิจิทัลอย่างมั่นใจ
SOSECURE ขอร่วมสนับสนุนการเรียนรู้ของคนไทย
เพื่อเพิ่มโอกาสในการลงทุนกับทักษะแห่งอนาคต
ในราคาที่เข้าถึงง่ายขึ้น
มอบส่วนลดสูงสุด 60% ทุกคอร์สใน Cyberdemy
ครอบคลุมตั้งแต่พื้นฐาน Cybersecurity ไปจนถึง
ทักษะเฉพาะทางที่นำไปต่อยอดในการทำงานได้จริง
💻 เรียนออนไลน์ได้ทุกที่
📚 เนื้อหาออกแบบโดยผู้เชี่ยวชาญ
🚀 เพิ่มทักษะ พร้อมสร้างโอกาสใหม่ในสายงาน Cybersecurity
📅 โปรโมชันตั้งแต่วันที่ 13 กรกฎาคม – 30 กันยายน 2569
" เริ่มต้นเรียนรู้วันนี้ เพื่อเพิ่มทักษะ เพิ่มโอกาส
และเตรียมพร้อมสำหรับอนาคตในโลกไซเบอร์ "
Click Here >> https://cyberdemy.co/courses
💬สนใจสมัครเรียนหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
Tel : 02-511-2422
LINE :
Website : [www.sosecure.co.th](http://www.sosecure.co.th/)
#ไทยช่วยไทย

#คอร์สออนไลน์
#เรียนCybersecurity

10/07/2026

🔍 วิธีสังเกตลิงก์ปลอม และเทคนิคจับพิรุธมิจฉาชีพ
ที่กำลังสวมรอยหลอกคุณอยู่!
🚨 เช็กสัญญาณเตือน! คุณอาจกำลังตกหลุมพราง
แม้ภัยจาก AI จะสามารถสร้าง Fake Website
หรือ LINE ปลอมได้แนบเนียนจนแยกออกจาก
ของจริงได้ยาก ขอย้ำว่า ...
“ขึ้นชื่อว่าของปลอม ยังไงก็ทิ้งร่องรอยไว้เสมอ”
💬 วิธีสังเกตลิงก์ปลอม และเทคนิคจับพิรุธมิจฉาชีพ

1. URL ผิดปกติ ตัวอักษรเพิ่ม ขาด หรือสลับตำแหน่ง

ลิงก์ของ Fake Website มักใช้เทคนิคหลอกสายตา
เช่น เปลี่ยนเลข 0 เป็นตัวอักษร o เพิ่มเครื่องหมาย
หรือคำบางคำ รวมถึงสลับตำแหน่ง ตัวสะกด
อย่างแนบเนียน เพื่อทำให้ผู้ใช้งานเข้าใจผิด
ว่าเป็นเว็บไซต์จริง
2. เว็บไซต์ขึ้นคำเตือน หรือข้อมูลใบรับรองไม่ตรงกัน

หากเบราว์เซอร์ขึ้นคำเตือนว่า “Not Secure” หรือ
ชื่อโดเมนในใบรับรองไม่สอดคล้องกับเว็บไซต์
ที่กำลังเข้าใช้งาน ควรหยุดดำเนินการทันที

อย่างไรก็ตาม สัญลักษณ์รูปกุญแจหรือ HTTPS
เพียงอย่างเดียวไม่ได้ยืนยันว่าเว็บไซต์นั้นปลอดภัย
หรือเป็นเว็บไซต์ของแบรนด์จริงเสมอไป
3. ขอข้อมูลส่วนตัวเกินความจำเป็น

แบรนด์หรือองค์กรที่น่าเชื่อถือโดยทั่วไป
จะไม่ทักแชตเพื่อขอข้อมูลอ่อนไหว
เช่น Password, รหัส OTP, PIN หรือ
รหัสหลังบัตรเครดิตผ่านทาง LINE

หากมีใครขอข้อมูลเหล่านี้ ให้สันนิษฐาน
ไว้ก่อนว่าอาจเป็นมิจฉาชีพ
4. ตรวจสอบสถานะและตัวตนของบัญชี LINE

ควรตรวจสอบชื่อบัญชี เครื่องหมายยืนยัน
จำนวนผู้ติดตาม ลิงก์เว็บไซต์ และ
ช่องทางติดต่อจากเว็บไซต์ทางการ
ของแบรนด์โดยตรง

บัญชีที่ไม่มีเครื่องหมายยืนยันไม่ได้หมาย
ความว่าเป็นบัญชีปลอมเสมอไป
แต่ควรเพิ่มความระมัดระวัง และไม่ควรเชื่อ
จากชื่อหรือรูปโปรไฟล์เพียงอย่างเดียว
5. สร้างสถานการณ์ฉุกเฉินและเร่งรัดผิดปกติ

มิจฉาชีพมักใช้จิตวิทยาทำให้เหยื่อตื่นตระหนก
และไม่มีเวลาตรวจสอบ เช่น

“ต้องยืนยันตัวตนภายใน 10 นาที
ไม่เช่นนั้นบัญชีจะถูกระงับ”
“คุณได้รับรางวัล ต้องกรอกข้อมูลทันที”
“มีรายการผิดปกติ กรุณากดลิงก์เพื่อยกเลิก”
🛡️ ก่อนคลิกลิงก์ โอนเงิน หรือกรอกข้อมูลสำคัญ
ควรหยุดตรวจสอบชื่อบัญชี URL และ
ติดต่อองค์กรผ่านช่องทางทางการทุกครั้ง
อย่ารีบเชื่อเพียงเพราะข้อความดูน่าเชื่อถือ
เพราะในยุค AI ของปลอมอาจดูเหมือนจริงได้มากกว่าที่คิด
💬สนใจสมัครเรียนหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
Tel : 02-511-2422
LINE :
Website : [www.sosecure.co.th](http://www.sosecure.co.th/)

#ภัยไซเบอร์ #เตือนภัยออนไลน์
#ลิงก์ปลอม #เว็บไซต์ปลอม
#มิจฉาชีพออนไลน์ #ภัยจากAI
#รู้ทันมิจฉาชีพ

07/07/2026

🔴 รายงานภัยใหม่บน macOS: PamStealer
แอบอ้างเป็น Maccy เพื่อขโมยรหัสผ่านและข้อมูล Clipboard
PamStealer คือมัลแวร์ประเภท macOS Infostealer ที่ถูกพบว่าแอบอ้างเป็นแอป Maccy ซึ่งเป็น Clipboard Manager แบบ Open Source ที่มีอยู่จริงบน macOS โดยเว็บไซต์ทางการของ Maccy ยืนยันว่าโดเมนที่ถูกต้องคือ maccy.app และมีคำเตือนเรื่องเว็บไซต์ปลอมที่แอบอ้างชื่อ Maccy ด้วย
⚠️ สิ่งที่ทำให้กรณีนี้น่ากังวลคือ PamStealer ไม่ได้ใช้เพียงหน้าต่างหลอกกรอกรหัสผ่านแบบทั่วไป แต่มีการใช้ระบบ PAM หรือ Pluggable Authentication Modules ของ macOS เพื่อ “ตรวจสอบรหัสผ่านจริง” ก่อนขโมยข้อมูล ทำให้ผู้โจมตีมั่นใจได้ว่ารหัสผ่านที่ได้ไปนั้นใช้งานได้จริง
📌 วิธีการโจมตีที่รายงานพบ

แคมเปญนี้ใช้การโจมตีแบบ Social Engineering โดยหลอกให้ผู้ใช้ดาวน์โหลดไฟล์ติดตั้ง Maccy จากเว็บไซต์ปลอม แทนเว็บไซต์ทางการ จากนั้นไฟล์ที่ถูกแจกจ่ายจะอยู่ในรูปแบบ Disk Image และมีไฟล์ AppleScript ที่ถูกคอมไพล์ไว้ภายใน เมื่อผู้ใช้ถูกหลอกให้รันสคริปต์ โค้ดจะดาวน์โหลด Payload ขั้นต่อไปเพื่อเริ่มขโมยข้อมูล
🧬 รายงานระบุว่า Payload ขั้นที่สองเขียนด้วย Rust และทำงานบน macOS โดยเน้นการขโมยข้อมูลสำคัญ เช่น รหัสผ่าน ข้อมูล Browser ข้อมูลจาก Clipboard และข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ Cryptocurrency / Ethereum accounts ในบางกรณี
🔎 ข้อมูลที่อาจถูกขโมย

จากรายงานที่เผยแพร่ พฤติกรรมของ PamStealer เข้าข่ายการเก็บข้อมูลประเภทต่อไปนี้
1. รหัสผ่านบัญชี macOS ผ่านการหลอกแสดง Prompt ที่ดูคล้ายระบบจริง
2. ข้อมูล Clipboard ซึ่งอาจมีรหัสผ่าน, Token, OTP, Seed phrase, API Key หรือข้อความสำคัญที่ผู้ใช้คัดลอกไว้
3. ข้อมูล Browser เช่น Cookies, Session, Credentials หรือข้อมูลเข้าสู่ระบบ
4. ข้อมูล Cryptocurrency / Ethereum ตามที่มีการรายงานในบางแหล่ง
5. ข้อมูลไฟล์หรือฐานข้อมูลภายในเครื่อง หากมัลแวร์ได้รับสิทธิ์เข้าถึงเพียงพอ
🚨 ทำไมกรณีนี้ถึงน่ากังวล

ประเด็นสำคัญไม่ใช่แค่ “มีมัลแวร์บน macOS” แต่คือเทคนิคที่ใช้มีความแนบเนียนขึ้นมาก โดยเฉพาะการปลอมเป็นแอปที่ผู้ใช้รู้จักจริงอย่าง Maccy และการใช้ฟังก์ชันของ macOS เอง เช่น AppleScript, JXA และ PAM ทำให้การทำงานดูกลมกลืนกับระบบมากกว่ามัลแวร์ทั่วไป
📋 อีกจุดที่ควรระวังคือ Clipboard Manager เป็นแอปที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลที่ผู้ใช้คัดลอกโดยตรง หากผู้ใช้เคยคัดลอกรหัสผ่าน, Recovery Phrase, Access Token, API Key หรือข้อมูลลูกค้า ข้อมูลเหล่านี้อาจกลายเป็นเป้าหมายของ Infostealer ได้ทันที
🛡️ ข้อควรระวังสำหรับผู้ใช้ macOS

ควรดาวน์โหลด Maccy จากแหล่งทางการเท่านั้น โดยเว็บไซต์ทางการคือ maccy.app หรือผ่าน App Store / GitHub ทางการของโปรเจกต์ ไม่ควรดาวน์โหลดจากโดเมนที่สะกดคล้ายกัน หรือเว็บไซต์ที่มาจากโฆษณา/ลิงก์ค้นหาโดยไม่ตรวจสอบ
⚠️ องค์กรควรแนะนำผู้ใช้ให้ระวังไฟล์ประเภท .dmg, .scpt, AppleScript หรือขั้นตอนติดตั้งที่ขอให้กด Run/Command บางอย่างผิดปกติ เพราะพฤติกรรมลักษณะนี้ไม่ใช่วิธีติดตั้งแอปทั่วไป และอาจเป็นสัญญาณของ Social Engineering

🏢 แนวทางป้องกันสำหรับองค์กร

สำหรับองค์กรที่มีผู้ใช้ macOS ควรดำเนินการดังนี้
1. จำกัดการติดตั้งแอปจากแหล่งภายนอก และอนุญาตเฉพาะ App Store, Developer ID ที่เชื่อถือได้ หรือ Software Catalog ภายในองค์กร
2. ใช้ MDM / EDR เพื่อตรวจจับการรัน AppleScript, JXA, Script Editor และพฤติกรรมดาวน์โหลด Payload ผิดปกติ
3. ตรวจสอบการเข้าถึง Clipboard, Browser database, Keychain, Crypto wallet และไฟล์ฐานข้อมูลสำคัญ
4. บังคับใช้ Password Manager ที่ไม่เปิดเผยรหัสผ่านผ่าน Clipboard โดยไม่จำเป็น
5. ให้ความรู้ผู้ใช้เรื่องโดเมนปลอม โดยเฉพาะแอปยอดนิยมบน macOS
6. หากสงสัยว่าติดมัลแวร์ ควรเปลี่ยนรหัสผ่าน, revoke session, rotate token/API key และตรวจสอบบัญชีที่ใช้งานบนเครื่องทันที
🔐 macOS ไม่ได้ปลอดภัยจากมัลแวร์โดยอัตโนมัติ
การดาวน์โหลดแอปจากแหล่งที่ถูกต้อง และการตรวจสอบสิทธิ์การทำงานของแอป จึงยังเป็นสิ่งสำคัญสำหรับทั้งผู้ใช้ทั่วไปและองค์กร
ติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติม ได้แล้ววันนี้ !!
👉 ลงทะเบียนเข้าร่วมเป็นสมาชิก
https://txec.sosecure.co.th/register
Contact Us
☎️ Tel. 02-511-2422
📬 [email protected]
🌐 txec.sosecure.co.th

#รู้ก่อนรับมือก่อน

Photos from SOSECURE's post 03/07/2026

นอกจาก “เว็บไซต์ปลอม” แล้ว อีกหนึ่งภัยจาก AI
ที่พบได้บ่อยในไทยคือ “LINE ปลอม”
เพราะ LINE เป็นแพลตฟอร์มที่คนไทยคุ้นเคยและ
ใช้ติดต่อกันในชีวิตประจำวัน ทั้งการซื้อขายสินค้า
การติดต่อธุรกิจ และการรับบริการจากแบรนด์ต่าง ๆ
ความคุ้นเคยนี้อาจทำให้หลายคนลดความระมัดระวังลง
โดยเฉพาะเมื่อบัญชีที่ติดต่อมาดูเหมือนเป็นบุคคลจริง
แบรนด์จริง หรือแอดมินจากกลุ่มที่เข้าร่วมอยู่
ยุคที่ AI สามารถช่วยสร้างข้อความ รูปโปรไฟล์
โลโก้ และรูปแบบการสื่อสารให้ดูน่าเชื่อถือได้มากขึ้น
LINE ปลอมจึงกลายเป็นช่องทางหลอกลวงที่แนบเนียนกว่าเดิม
พบได้บ่อยในปัจจุบัน แบ่งออกเป็น 3 รูปแบบหลัก
1.LINE ปลอมแบบบัญชีส่วนตัว
แอบอ้างเป็นพนักงานขาย เจ้าหน้าที่ ลูกค้า คู่ค้า
หรือคนรู้จัก เพื่อหลอกให้โอนเงิน ส่งข้อมูลส่วนตัว
หรือกดลิงก์ปลอม
2.LINE ปลอมแบบบัญชีทางการ
เลียนแบบชื่อแบรนด์ โลโก้ โปรโมชัน หรือ
ข้อความของ LINE Official Account
เพื่อหลอกให้ผู้ใช้งานเข้าใจผิดว่าเป็น
ช่องทางจริงของแบรนด์
3.LINE ปลอมแบบแอดมิน OpenChat
แฝงตัวในกลุ่ม หรือแอบอ้างเป็นแอดมิน
เพื่อชักชวนให้คุยส่วนตัว ส่งลิงก์ปลอม
หรือหลอกให้เปิดเผยข้อมูลสำคัญ
สิ่งที่ทำให้ภัยรูปแบบนี้อันตรายมากขึ้น คือ AI
สามารถช่วยให้ข้อความดูเป็นธรรมชาติ ใช้ภาษา
ได้เหมือนมนุษย์จริง และปรับรูปแบบการหลอกลวง
ให้เหมาะกับเหยื่อแต่ละกลุ่มได้รวดเร็วขึ้น
ดังนั้น ก่อนโอนเงิน กดลิงก์ หรือให้ข้อมูลส่วนตัว
ผ่าน LINE ควรตรวจสอบบัญชีให้ชัดเจนทุกครั้ง
โดยเฉพาะบัญชีที่อ้างว่าเป็นแบรนด์ หน่วยงาน
หรือเจ้าหน้าที่ ควรตรวจสอบผ่านช่องทางทางการ
เช่น เว็บไซต์หลัก เพจหลัก หรือ LINE Official Account
ที่ได้รับการยืนยัน
ในมุม Cybersecurity ภัยจาก LINE ปลอมไม่ใช่แค่
ความเสี่ยงของผู้ใช้งานรายบุคคล แต่ยังส่งผลต่อ
ความน่าเชื่อถือ ชื่อเสียง และความปลอดภัยของแบรนด์โดยตรง
💬สนใจสมัครเรียนหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
Tel : 02-511-2422
LINE :
Website : [www.sosecure.co.th](http://www.sosecure.co.th/)

30/06/2026

🕹️ พบช่องโหว่ใหม่ใน Gemini ที่มีความเสี่ยง
ต่อการโจมตีแบบ ASCII Injection
นักวิจัยด้านความปลอดภัยจากบริษัท FireTail
ค้นพบช่องโหว่ใหม่ในระบบ AI ของ Google Gemini
ที่เรียกว่า ASCII Injection ซึ่งช่วยให้ผู้ไม่หวังดี
สามารถซ่อนคำสั่งอันตรายในข้อความที่ดูปกติธรรมดา
โดยใช้อักขระพิเศษใน Unicode ที่มนุษย์มองไม่เห็น
แต่ระบบ AI สามารถอ่านและปฏิบัติตามได้ ส่งผลให้
เกิดความเสี่ยงต่อการรั่วไหลของข้อมูล
การปลอมแปลงข้อมูล และการถูกโจมตี
แบบ Social Engineering
Google ได้รับรายงานปัญหานี้ตั้งแต่ วันที่ 18 กันยายน 2025
แต่ระบุว่าไม่ถือเป็นช่องโหว่ด้านความปลอดภัยที่สำคัญ
อย่างไรก็ตามผู้เชี่ยวชาญยืนยันว่าช่องโหว่นี้
สามารถถูกใช้ในการโจมตีจริงได้
ทำไม Gemini จึงเสี่ยงเป็นพิเศษ ⁉️
1. การเชื่อมต่อกับ Google Workspace
Gemini ถูกออกแบบให้ทำงานร่วมกับ Google Workspace
ได้อย่างลึกซึ้ง ทำให้สามารถเข้าถึง :
- Gmail และอีเมลส่วนตัว
- Google Calendar และการนัดหมาย
- Google Drive และเอกสารสำคัญ
- รายชื่อติดต่อและข้อมูลส่วนตัว
2. การทำงานอัตโนมัติ
- Gemini สามารถประมวลผลข้อมูลและตอบสนองโดยอัตโนมัติ
ซึ่งหมายความว่า :
อีเมลที่มีคำสั่งซ่อนอยู่อาจถูกประมวลผลทันทีที่ได้รับ
คำเชิญประชุมที่มี Payload อันตรายอาจถูกอ่านและ
ดำเนินการโดยอัตโนมัติไม่จำเป็นต้องมีการโต้ตอบจากผู้ใช้
📍 พฤติกรรมที่ควรเฝ้าระวัง (Indicators of Compromise)
องค์กรควรติดตามสัญญาณเตือนภัยเหล่านี้ :

🚨 สัญญาณจากอีเมลและข้อความ
✗ ข้อความหรืออีเมลจากแหล่งที่ไม่รู้จัก แต่มีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับงาน
✗ คำเชิญประชุมที่มีรายละเอียดแปลก ๆ หรือลิงก์ที่ไม่คาดคิด
✗ ไฟล์แนบที่ปรากฏในปฏิทินโดยไม่มีผู้แนบจริง
🚨 สัญญาณจากระบบ AI
✗ Gemini หรือเครื่องมือ AI ตอบสนองโดยอัตโนมัติโดยที่ผู้ใช้ไม่ได้สั่งงาน
✗ การเปลี่ยนแปลงข้อมูลในระบบโดยไม่มีบันทึกการแก้ไข
✗ รายละเอียดการประชุมหรือข้อมูลในปฏิทินเปลี่ยนแปลงโดยไม่มีผู้ใช้แก้ไข
🚨 สัญญาณจาก Logs และระบบตรวจสอบ
✗ การเข้าถึงข้อมูลที่ผิดปกติจาก API ของ Gemini
✗ การส่งข้อมูลไปยัง IP Address หรือโดเมนที่ไม่รู้จัก
✗ การเรียกใช้งาน API ที่มากผิดปกติ
💬สนใจสมัครเรียนหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
Tel : 02-511-2422
LINE :
Website : [www.sosecure.co.th](http://www.sosecure.co.th/)

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง บริการคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ใน Bangkok?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่


Bangkok
10310

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00