Insure Life
ข้อมูลติดต่อ แผนที่และเส้นทาง แบบฟอร์มติดต่อ เวลาทำการ บริการ คะแนนรีวิว รูปภาพ วิดีโอ และข่าวสารจาก Insure Life, นักวางแผนทางการเงิน, 195/4 Rongmuang 3 Patumwan, Bangkok
เพราะเราอยากเห็นคนไทยทุกคน มีสุขภาพการเงินที่ดี
มาเริ่มต้นวางแผนการเงิน และพัฒนาความรู้ไปด้วยกัน
ภูเพชร วัชรสุรกุล, CISA
สนใจลงโฆษณาหรือรีวิว ติดต่อได้ที่
🟢 Line: https://line.me/ti/p/hbt_A6hXQT
📞 โทร. 084 127 7915
21/09/2026
หุ้นสามัญ vs หุ้นบุริมสิทธิ ต่างกันอย่างไร? 🤔 แม้จะเป็น “หุ้น” เหมือนกัน แต่ สิทธิ ผลตอบแทน และระดับความเสี่ยงแตกต่างกัน แล้วแบบไหนเหมาะกับนักลงทุนลักษณะใด?
📌 หุ้นสามัญ (Common Stock)
ผู้ถือมีสิทธิออกเสียง และมีโอกาสได้รับผลตอบแทนจากการเติบโตของบริษัท แต่เงินปันผลไม่แน่นอน และมีความเสี่ยงสูงกว่า
📌 หุ้นบุริมสิทธิ (Preferred Stock)
มีสิทธิพิเศษบางประการ เช่น ได้รับเงินปันผลก่อนหุ้นสามัญ และมีลำดับการรับชำระคืนก่อนหุ้นสามัญเมื่อเลิกกิจการ แต่โดยทั่วไปอาจมีสิทธิออกเสียงจำกัดหรือไม่มีสิทธิออกเสียง
💡 ก่อนลงทุน อย่าดูแค่ “ผลตอบแทน” แต่ควรพิจารณา สิทธิของผู้ถือหุ้น เงินปันผล ความเสี่ยง และเป้าหมายการลงทุน ร่วมกัน
⭐ สนใจหนังสือสรุปเนื้อหา IC Plain ครบทุกหัวข้อ สั่งซื้อได้เลย ->
✅ แบบเล่มจริง ซื้อได้ที่ -> https://s.shopee.co.th/6VMfnEiiWc?share_channel_code=6
✅ แบบ E-Book ซื้อได้ที่ -> https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiODUyNDM0OCI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjQ1MTgzNiI7fQ
#ผู้แนะนำการลงทุน #หุ้นสามัญ #หุ้นบุริมสิทธิ #หุ้น #การลงทุน #ความรู้การลงทุน
20/09/2026
Primary Market vs Secondary Market ต่างกันอย่างไร?
📌 Primary Market = ตลาดแรก เป็นตลาดที่ผู้ออกหลักทรัพย์เสนอขายหลักทรัพย์ให้ผู้ลงทุนเป็นครั้งแรก
👉 เงินที่ผู้ลงทุนจ่ายจะเข้าสู่บริษัท/ผู้ออกหลักทรัพย์โดยตรง
ตัวอย่างเช่น IPO, หุ้นเพิ่มทุน, หุ้นกู้ที่ออกใหม่
📌 Secondary Market = ตลาดรอง เป็นตลาดที่ผู้ลงทุนซื้อขายหลักทรัพย์กันต่อ หลังจากหลักทรัพย์ถูกออกมาแล้ว
👉 เงินจะเปลี่ยนมือระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย ไม่ได้เข้าบริษัทโดยตรง
ตัวอย่างเช่น การซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ หรือการซื้อขายหุ้นกู้ในตลาดรอง
ทั้ง 2 ตลาดจึงมีความสำคัญต่อระบบตลาดทุน
เพราะตลาดแรกช่วยให้บริษัทสามารถระดมทุน ส่วนตลาดรองช่วยสร้าง สภาพคล่อง ให้ผู้ลงทุนสามารถซื้อขายหลักทรัพย์ได้
⭐ สนใจหนังสือสรุปเนื้อหา IC Plain ครบทุกหัวข้อ สั่งซื้อได้เลย ->
✅ แบบเล่มจริง ซื้อได้ที่ -> https://s.shopee.co.th/6VMfnEiiWc?share_channel_code=6
✅ แบบ E-Book ซื้อได้ที่ -> https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiODUyNDM0OCI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjQ1MTgzNiI7fQ
#ผู้แนะนำการลงทุน #ตลาดทุน #ตลาดแรก #ตลาดรอง #การลงทุน #ความรู้การลงทุน
17/09/2026
📌 T+2 คืออะไร? ซื้อหุ้นวันนี้ ได้หุ้นจริงเมื่อไหร่? ซื้อขายหุ้นวันนี้ ไม่ได้หมายความว่าเงินและหุ้นจะส่งมอบกันทันที เพราะตลาดหลักทรัพย์มี “รอบการชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์” ที่เรียกว่า T+2 📅
✅ T+2 คือ การชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ภายใน 2 วันทำการถัดจากวันที่ทำรายการ (Trade Date: T) เช่น ซื้อหุ้นวันจันทร์ หากไม่มีวันหยุด หุ้นและเงินจะเข้าสู่กระบวนการชำระราคาและส่งมอบครบกำหนดในวันพุธ
📊 ฝั่ง ผู้ซื้อ เมื่อส่งคำสั่งซื้อในวัน T จะต้องเตรียมเงินให้พร้อมสำหรับการชำระราคา และเมื่อถึง T+2 จะได้รับการส่งมอบหุ้น ส่วนฝั่ง ผู้ขาย จะส่งมอบหุ้นและได้รับเงินจากการขายเมื่อครบกำหนดตามรอบชำระราคา
💡 ตัว “+2” นับเฉพาะวันทำการ ไม่รวมวันเสาร์–อาทิตย์และวันหยุดของตลาด เช่น หากซื้อขายในวันศุกร์ โดยวันจันทร์และอังคารเป็นวันทำการปกติ รอบ T+2 จะตรงกับวันอังคาร
⚠️ นักลงทุนจึงควรรู้รอบ Settlement เพื่อ วางแผนเงินในบัญชีและการซื้อขายให้ถูกต้อง เพราะหากไม่สามารถชำระเงินหรือส่งมอบหลักทรัพย์ได้ตามกำหนด อาจเกิดปัญหาในการชำระราคาได้
⭐ สนใจหนังสือสรุปเนื้อหา IC Plain ครบทุกหัวข้อ สั่งซื้อได้เลย ->
✅ แบบเล่มจริง ซื้อได้ที่ -> https://s.shopee.co.th/6VMfnEiiWc?share_channel_code=6
✅ แบบ E-Book ซื้อได้ที่ -> https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiODUyNDM0OCI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjQ1MTgzNiI7fQ
#ตลาดหุ้น #หุ้น #การลงทุน
15/09/2026
📌 Call Risk คืออะไร? ทำไมตราสารหนี้อาจถูกไถ่คืนก่อนกำหนดได้? ลงทุนในหุ้นกู้ 5 ปี ไม่ได้หมายความว่าจะได้รับดอกเบี้ยครบ 5 ปีเสมอไป หากตราสารนั้นมี Call Option ที่เปิดโอกาสให้ผู้ออกเรียกไถ่คืนก่อนกำหนด 📄💰
✅ Call Risk คือ ความเสี่ยงที่ผู้ออกตราสารหนี้ใช้สิทธิ เรียกไถ่คืนตราสารก่อนวันครบกำหนด ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ ทำให้นักลงทุนได้รับเงินต้นคืนเร็วกว่าที่คาด และอาจไม่ได้รับดอกเบี้ยในช่วงเวลาที่เหลือ
📉 เหตุการณ์นี้มักเกิดขึ้นเมื่อ อัตราดอกเบี้ยในตลาดลดลง เพราะผู้ออกอาจเลือกไถ่คืนตราสารเดิมที่จ่ายดอกเบี้ยสูง แล้วออกตราสารใหม่ที่มีต้นทุนดอกเบี้ยต่ำกว่า
💡 ตัวอย่าง หุ้นกู้อายุ 5 ปี จ่ายดอกเบี้ย 5% ต่อปี และสามารถ Call ได้หลังปีที่ 2 หากผู้ออกใช้สิทธิในปีที่ 2 นักลงทุนจะได้รับเงินต้นคืน แต่จะ ไม่ได้รับดอกเบี้ยของอีก 3 ปีที่เหลือ ตามที่อาจคาดไว้ตั้งแต่แรก
⚠️ สำหรับนักลงทุน ความเสี่ยงสำคัญคือ Reinvestment Risk เพราะเมื่อนำเงินที่ได้รับคืนไปลงทุนใหม่ในช่วงที่ดอกเบี้ยตลาดลดลง อาจหาโอกาสลงทุนที่ให้ผลตอบแทนเท่าเดิมได้ยากขึ้น
⭐ สนใจหนังสือสรุปเนื้อหา IC Plain ครบทุกหัวข้อ สั่งซื้อได้เลย ->
✅ แบบเล่มจริง ซื้อได้ที่ -> https://s.shopee.co.th/6VMfnEiiWc?share_channel_code=6
✅ แบบ E-Book ซื้อได้ที่ -> https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiODUyNDM0OCI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjQ1MTgzNiI7fQ
#ตราสารหนี้ #หุ้นกู้ #การลงทุน
14/09/2026
📌 Inflation vs Real Return ต่างกันอย่างไร? ผลตอบแทนที่เห็นว่าเป็นบวก ไม่ได้หมายความว่า “กำลังซื้อของเราเพิ่มขึ้น” เสมอไป เพราะยังมีสิ่งที่ต้องหักออก นั่นคือ เงินเฟ้อ 📈💰
✅ Inflation (เงินเฟ้อ) คือ ภาวะที่ราคาสินค้าและบริการโดยทั่วไปปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้เงินจำนวนเท่าเดิมซื้อสินค้าได้น้อยลง หรือพูดง่าย ๆ ว่า “กำลังซื้อของเงินลดลง”
📊 Nominal Return คือ ผลตอบแทนที่เราเห็นตามตัวเลข โดยยังไม่ได้คำนึงถึงผลกระทบจากเงินเฟ้อ ขณะที่ Real Return คือ ผลตอบแทนที่สะท้อนกำลังซื้อจริงหลังคำนึงถึงเงินเฟ้อแล้ว โดยประมาณได้ง่าย ๆ จาก Real Return ≈ Nominal Return − Inflation
💡 ตัวอย่าง หากการลงทุนให้ผลตอบแทน 5% และเงินเฟ้ออยู่ที่ 2% จะมี Real Return ประมาณ 3% แต่หากได้ผลตอบแทน 3% ขณะที่เงินเฟ้อ 4% แม้ตัวเลขผลตอบแทนจะเป็นบวก แต่ Real Return ≈ −1% หมายความว่ากำลังซื้อจริงของเงินลดลง
⚠️ ดังนั้น การวางแผนลงทุนระยะยาวไม่ควรดูเพียงว่า “ได้ผลตอบแทนกี่เปอร์เซ็นต์” แต่ควรพิจารณาด้วยว่าผลตอบแทนนั้นสามารถ ชนะเงินเฟ้อ และรักษาหรือเพิ่มกำลังซื้อของเราได้หรือไม่
✨ TIPS ง่าย ๆ: ผลตอบแทนที่เห็น = Nominal Return | ผลตอบแทนหลังคำนึงถึงเงินเฟ้อ = Real Return
⭐ สนใจหนังสือสรุปเนื้อหา IC Plain ครบทุกหัวข้อ สั่งซื้อได้เลย ->
✅ แบบเล่มจริง ซื้อได้ที่ -> https://s.shopee.co.th/6VMfnEiiWc?share_channel_code=6
✅ แบบ E-Book ซื้อได้ที่ -> https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiODUyNDM0OCI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjQ1MTgzNiI7fQ
#เงินเฟ้อ #การลงทุน
13/09/2026
📌 Credit Risk vs Default Risk ต่างกันอย่างไร? สองคำนี้เกี่ยวกับความเสี่ยงของตราสารหนี้เหมือนกัน แต่ Credit Risk มีความหมายกว้างกว่า และ Default Risk เป็นเพียงส่วนหนึ่งของ Credit Risk 🔍
✅ Credit Risk คือ ความเสี่ยงที่ฐานะทางการเงินของผู้ออกตราสารหนี้แย่ลง แม้ยังไม่ผิดนัดชำระหนี้ก็ถือว่าเกิด Credit Risk ได้ เช่น อันดับเครดิตถูกปรับลด หนี้เพิ่มขึ้น หรือกำไรและกระแสเงินสดอ่อนแอลง ซึ่งอาจทำให้ ราคาตราสารลดลงและ YTM เพิ่มขึ้น
⚠️ Default Risk คือ ความเสี่ยงที่ผู้ออกตราสาร ไม่สามารถชำระดอกเบี้ยหรือคืนเงินต้นได้ตามกำหนด เช่น ไม่จ่ายดอกเบี้ยตามกำหนด หรือไม่สามารถคืนเงินต้นเมื่อครบอายุ จึงถือเป็นเหตุการณ์ที่รุนแรงกว่าและเป็นส่วนหนึ่งของ Credit Risk
📊 ตัวอย่าง บริษัท A ถูกปรับลดอันดับเครดิตจาก A เป็น BBB แต่ยังจ่ายดอกเบี้ยได้ตามปกติ ถือว่า Credit Risk เพิ่มขึ้น แต่ยังไม่ Default ขณะที่บริษัท B ไม่สามารถจ่ายดอกเบี้ยหรือคืนเงินต้นตามกำหนด ถือว่าเกิด Default Risk
💡 ดังนั้น ก่อนลงทุนในตราสารหนี้ ไม่ควรดูเพียงผลตอบแทนที่เสนอ แต่ควรพิจารณา Credit Rating ฐานะการเงิน กระแสเงินสด และความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ออกตราสาร ควบคู่กัน
⭐ สนใจหนังสือสรุปเนื้อหา IC Plain ครบทุกหัวข้อ สั่งซื้อได้เลย ->
✅ แบบเล่มจริง ซื้อได้ที่ -> https://s.shopee.co.th/6VMfnEiiWc?share_channel_code=6
✅ แบบ E-Book ซื้อได้ที่ -> https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiODUyNDM0OCI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjQ1MTgzNiI7fQ
#ตราสารหนี้ #หุ้นกู้ #การลงทุน
12/09/2026
📌 Systematic Risk vs Unsystematic Risk ต่างกันอย่างไร?
ความเสี่ยงจากการลงทุนไม่ได้เหมือนกันทั้งหมด เพราะบางความเสี่ยง “กระจายพอร์ตแล้วลดได้” แต่บางความเสี่ยงต่อให้กระจายดีแค่ไหน ก็ยังหลีกเลี่ยงไม่ได้ทั้งหมด 📊
✅ Systematic Risk (ความเสี่ยงที่เป็นระบบ) คือ ความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกที่ส่งผลกระทบต่อตลาดหรือสินทรัพย์จำนวนมาก เช่น การเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ย เงินเฟ้อ ภาวะเศรษฐกิจถดถอย หรือเหตุการณ์ทางการเมือง ความเสี่ยงประเภทนี้ไม่สามารถกำจัดได้ด้วยการกระจายการลงทุนเพียงอย่างเดียว
✅ Unsystematic Risk (ความเสี่ยงที่ไม่เป็นระบบ) คือ ความเสี่ยงเฉพาะบริษัทหรือเฉพาะอุตสาหกรรม เช่น ผู้บริหารลาออก บริษัทขาดทุน โรงงานเกิดอุบัติเหตุ หรือสินค้ามีปัญหา ซึ่งสามารถลดผลกระทบได้ด้วยการกระจายเงินลงทุนไปยังหลายบริษัทหรือหลายอุตสาหกรรม
📊 ตัวอย่าง หากธนาคารกลางขึ้นดอกเบี้ยและทำให้หุ้นหลายกลุ่มได้รับผลกระทบพร้อมกัน นี่คือ Systematic Risk แต่หากบริษัทแห่งหนึ่งเรียกคืนสินค้าและราคาหุ้นของบริษัทนั้นลดลง เป็น Unsystematic Risk
💡 ดังนั้น การกระจายพอร์ต (Diversification) ช่วยลด Unsystematic Risk ได้มาก แต่ไม่สามารถกำจัด Systematic Risk ได้ทั้งหมด นักลงทุนจึงต้องบริหารทั้งการกระจายสินทรัพย์และระดับความเสี่ยงของพอร์ตให้เหมาะกับตนเอง
⭐ สนใจหนังสือสรุปเนื้อหา IC Plain ครบทุกหัวข้อ สั่งซื้อได้เลย ->
✅ แบบเล่มจริง ซื้อได้ที่ -> https://s.shopee.co.th/6VMfnEiiWc?share_channel_code=6
✅ แบบ E-Book ซื้อได้ที่ -> https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiODUyNDM0OCI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjQ1MTgzNiI7fQ
#ความเสี่ยง #การลงทุน
11/09/2026
📌 Interest Rate Risk คืออะไร? ทำไมดอกเบี้ยขึ้น ราคาตราสารหนี้ถึงลง? ตราสารหนี้ให้ดอกเบี้ยคงที่ ไม่ได้หมายความว่า “ราคาจะคงที่” เพราะเมื่ออัตราดอกเบี้ยในตลาดเปลี่ยน ราคาตราสารหนี้ก็เปลี่ยนตามไปด้วย 📉📈
✅ Interest Rate Risk คือ ความเสี่ยงที่มูลค่าของตราสารหนี้จะเปลี่ยนแปลงจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยในตลาด โดยทั่วไป ดอกเบี้ยตลาดเพิ่มขึ้น → ราคาตราสารหนี้ลดลง และ ดอกเบี้ยตลาดลดลง → ราคาตราสารหนี้เพิ่มขึ้น
💡 เหตุผลคือ หากดอกเบี้ยตลาดเพิ่มขึ้น ตราสารหนี้ออกใหม่จะให้ผลตอบแทนที่น่าสนใจขึ้น ตราสารเดิมที่จ่ายดอกเบี้ยต่ำกว่าจึงต้องมี ราคาลดลง เพื่อให้แข่งขันกับตราสารใหม่ได้
⏳ อายุของตราสารก็สำคัญ โดยตราสารหนี้อายุยาวมักมีความไวต่อการเปลี่ยนแปลงของดอกเบี้ยมากกว่าตราสารอายุสั้น จึงมี Interest Rate Risk สูงกว่า
⚠️ ความเสี่ยงนี้มีผลโดยเฉพาะกับผู้ที่ต้องขายตราสารก่อนครบกำหนด หรือผู้ลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ที่ NAV เปลี่ยนแปลงตามราคาตลาด ส่วนการถือตราสารหนี้รายตัวจนครบกำหนด ผลกระทบจากราคาตลาดระหว่างทางจะมีความสำคัญน้อยลง หากผู้ออกสามารถชำระหนี้ได้ตามเงื่อนไข
⭐ สนใจหนังสือสรุปเนื้อหา IC Plain ครบทุกหัวข้อ สั่งซื้อได้เลย -> https://s.shopee.co.th/7AbIyHV2Qo?share_channel_code=6
#ตราสารหนี้ #หุ้นกู้ #อัตราดอกเบี้ย #การลงทุน
10/09/2026
📌 Sharpe Ratio คืออะไร? ผลตอบแทนสูงกว่า = ดีกว่าเสมอไหม? การเลือกกองทุน อย่าดูแค่ว่าใครให้ผลตอบแทนสูงกว่า เพราะสิ่งสำคัญคือ “ผลตอบแทนนั้นคุ้มกับความเสี่ยงที่ลงทุนหรือไม่” 📊
✅ Sharpe Ratio คือ ตัวชี้วัดผลตอบแทนส่วนเพิ่มที่ได้รับต่อความเสี่ยง 1 หน่วย โดยนำ ผลตอบแทนจากการลงทุนคิดต่อด้วยความเสี่ยงของการลงทุน
📊 เช่น กองทุน A ให้ผลตอบแทน 10% และมี Sharpe Ratio = 1.00 ขณะที่กองทุน B ให้ผลตอบแทนสูงกว่า 12% แต่มี Sharpe Ratio = 0.50 แสดงว่าแม้กองทุน B จะให้ผลตอบแทนสูงกว่า แต่กองทุน A ให้ผลตอบแทน คุ้มกับความเสี่ยงที่ลงทุนมากกว่า
💡 โดยหลักการ Sharpe Ratio ยิ่งสูงยิ่งดี เพราะสะท้อนว่าการลงทุนสามารถสร้างผลตอบแทนส่วนเพิ่มได้มากเมื่อเทียบกับความเสี่ยงที่รับ ขณะที่ Sharpe Ratio ต่ำหรือติดลบ อาจสะท้อนว่าผลตอบแทนที่ได้รับไม่คุ้มกับความเสี่ยง
⚠️ อย่างไรก็ตาม Sharpe Ratio ควรใช้เปรียบเทียบกองทุนหรือสินทรัพย์ที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน และไม่ควรใช้เป็นเกณฑ์ตัดสินเพียงอย่างเดียว ควรดูนโยบายลงทุน ระยะเวลา ผลตอบแทน และความเสี่ยงด้านอื่นประกอบด้วย
⭐ สนใจหนังสือสรุปเนื้อหา IC Plain ครบทุกหัวข้อ สั่งซื้อได้เลย -> https://s.shopee.co.th/7AbIyHV2Qo?share_channel_code=6
#กองทุนรวม #การลงทุน
09/09/2026
📌 Alpha คืออะไร? ทำไมนิยมใช้วัดฝีมือการบริหารกองทุน? เพราะกองทุนให้ผลตอบแทนสูง ไม่ได้แปลว่าผู้จัดการกองทุนเก่งเสมอไป เพราะต้องดูด้วยว่า “ทำได้ดีกว่า Benchmark แค่ไหน” 📊
✅ Alpha คือ ผลตอบแทนส่วนเพิ่มของพอร์ตหรือกองทุนเมื่อเปรียบเทียบกับ Benchmark โดยแนวคิดง่าย ๆ คือ ผลตอบแทนกองทุน − ผลตอบแทน Benchmark
📈 ตัวอย่าง หากกองทุนให้ผลตอบแทน 12% ขณะที่ Benchmark ให้ผลตอบแทน 10% จะมี Alpha = +2% หมายถึงกองทุนสามารถสร้างผลตอบแทนได้เหนือ Benchmark ในทางกลับกัน หากกองทุนได้ 8% จะมี Alpha = −2% หมายถึงทำผลตอบแทนได้ต่ำกว่า Benchmark
💡 โดยทั่วไป Alpha > 0 สะท้อนว่ากองทุนทำได้ดีกว่า Benchmark ส่วน Alpha < 0 หมายถึงทำได้ต่ำกว่า Benchmark จึงมักใช้เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดสำหรับประเมินผลการบริหารกองทุน
⚠️ อย่างไรก็ตาม Alpha สูง ไม่ได้หมายความว่าความเสี่ยงต่ำ และผลลัพธ์ยังขึ้นอยู่กับ Benchmark ที่นำมาเปรียบเทียบ จึงควรพิจารณาร่วมกับตัวชี้วัดอื่น เช่น Beta และ Sharpe Ratio รวมถึงระดับความเสี่ยงของกองทุน
⭐ สนใจหนังสือสรุปเนื้อหา IC Plain ครบทุกหัวข้อ สั่งซื้อได้เลย -> https://s.shopee.co.th/7AbIyHV2Qo?share_channel_code=6
#กองทุนรวม #วิเคราะห์กองทุน #การลงทุน
คลิกที่นี่เพื่อรับประกาศแบบสปอนเซอร์ของคุณ
หมวดหมู่
เว็บไซต์
ที่อยู่
195/4 Rongmuang 3 Patumwan
Bangkok
10330
แจ้งเตือน
เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ Insure Life โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ