Design for Disasters
DESIGN FOR DISASTERS (D4D) is a non-profit research and design initiative focusing on disaster risk management through creativity.
Through multi-disciplinary collaborations, D4D is working to create a safe, resilient, and sustainable Global Community.
22/08/2026
เที่ยงนี้ น้ำลดเรียบร้อย ที่พักพิงเวอร์ชั่นทดลอง ทั้ง 2 หลัง (บ้านแพ และบ้านสะเทินน้ำสะเทินบก) ลดระดับกลับสู่สภาพปกติ …
ขอส่งพลังให้ชาวน่านเก็บกวาดซ่อมแซมบ้านได้อย่างราบรื่นนะคะ 🙏🏻
#น้ำท่วมกับหมวกยายเตียม 
เมื่อวานกับวันนี้ ขอขอบคุณคุณจอนนี่ช่วยเข้าไปเก็บภาพและวิดีโอของที่พักพิงทั้ง 2 หลังในช่วงน้ำท่วม  เพื่อเราจะได้มีข้อมูลในการปรับปรุงและพัฒนาต้นแบบนี้ต่อไป …
ขอขอบคุณพี่จุ๋ม Chumpon Apisuk ที่ช่วยส่งเรือออกมารับคุณจอนนี่นะคะ 🙏🏻
#น้ำท่วมกับหมวกยายเตียม
21/08/2026
เช้านี้ ที่หนองน้ำครก น้ำเริ่มลดลงมาได้ประมาณนึงแล้ว แต่ที่บ้านน้ำครกใหม่ น้ำเพิ่มสูงมากขึ้น . ที่พักพิงเวอร์ชั่นทดลอง ทั้ง 2 หลัง (บ้านแพ และบ้านสะเทินน้ำสะเทินบก) ยังคงลอยอยู่ตามระดับน้ำเช่นเคย …
ขอให้ชาวน่านปลอดภัยนะคะ 🙏🏻
#น้ำท่วมกับหมวกยายเตียม 
20/08/2026
เที่ยงนี้ ที่พักพิงเวอร์ชั่นทดลอง ทั้ง 2 หลัง (บ้านแพ และบ้านสะเทินน้ำสะเทินบก) ยังคงลอยอยู่ตามระดับน้ำ …
ขอให้ชาวน่านปลอดภัยนะคะ 🙏🏻
#น้ำท่วมกับหมวกยายเตียม
19/08/2026
เช้ามืดวันนี้ ที่พักพิงเวอร์ชั่นทดลอง ทั้ง 2 หลัง (บ้านแพ และบ้านสะเทินน้ำสะเทินบก) ยังคงลอยอยู่ตามระดับน้ำ …
ขอให้ชาวน่านปลอดภัยนะคะ 🙏🏻
#น้ำท่วมกับหมวกยายเตียม
19/08/2026
คืนนี้ ที่พักพิงเวอร์ชั่นทดลอง ทั้ง 2 หลัง (บ้านแพ และบ้านสะเทินน้ำสะเทินบก) ค่อยๆลอยขึ้นตามระดับน้ำ …
ขอให้ชาวน่านปลอดภัยนะคะ 🙏🏻
#น้ำท่วมกับหมวกยายเตียม
16/07/2026
🙏ขอเชิญร่วมเป็นเจ้าภาพต้นไม้ในวันอาสาฬหบูชานี้
ผ่านระบบ E-Donation กับ เทใจ ลดหย่อนภาษีได้ 1 เท่า
บริจาคที่ https://taejai.com/th/project/env-treefordhamma-2026
มาทำบุญเพื่อช่วยสร้างอากาศและเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับชุมชนกันะคะ🌳☺️🌳
อาสาฬหบูชานี้ มาร่วมสร้างกุศลใหญ่ที่ยั่งยืนกว่าเดิม ด้วยการส่งมอบ'ความร่มเย็น'เป็นพุทธบูชา
มูลนิธิปลูกต้นไม้ปลูกธรรมะ ขอเชิญชวนทุกท่านมาร่วมสร้างบุญกันอีกครั้ง ด้วยการเป็น"เจ้าภาพต้นไม้"🌳 เพื่อจัดหากล้าไม้สำหรับแจกจ่ายให้ประชาชนนำไปใช้เวียนเทียนในวันอาสาฬหบูชาที่กำลังจะมาถึงนี้
🌿การเวียนเทียนด้วยต้นไม้ คือ การทำบุญวิถีใหม่ โดยใช้กล้าไม้เวียนเทียนแทนการถือธูปเทียนแบบเดิม ซึ่งเป็นการสร้างบุญในหลายมิติ
#ทำบุญเพื่อลมหายใจ กล้าไม้ที่ผ่านการเวียนเทียน เมื่อนำไปปลูกจะเติบโตเป็นเครื่องฟอกอากาศธรรมชาติ ให้อากาศสะอาดกับพวกเราและคนรุ่นต่อไป
#ทำบุญเพื่อความยั่งยืน ช่วยลดปริมาณขยะและสารพิษจากการเผาไหม้ พร้อมทั้งเพิ่มพื้นที่สีเขียวอันร่มเย็นให้กับชุมชน
#ทำบุญเพื่อสร้างรมณียสถาน ร่วมสร้างพื้นที่สงบร่มรื่นที่เอื้อต่อการปฏิบัติธรรม และส่งเสริมสุขภาวะที่ดีแด่พระภิกษุสงฆ์
ขอเชิญร่วมเป็นเจ้าภาพต้นไม้ตามกำลังศรัทธา เพราะต้นไม้หนึ่งต้น อาจเป็น "ลมหายใจ" ของใครอีกหลายคนในอนาคต
ร่วมทำบุญได้ที่: https://taejai.com/th/project/env-treefordhamma-2026 (เงินบริจาคสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ 1 เท่า ผ่านระบบ e-Donation)
🙏ขออนุโมทนาบุญกับทุกท่านที่ร่วมเป็นเจ้าภาพต้นไม้ และร่วมสร้างบุญที่งอกงามไปพร้อมกับต้นไม้ทุกต้น 🌳
#เจ้าภาพต้นไม้ #อาสาฬหบูชา
#ทำบุญวิถีใหม่ #เวียนเทียนด้วยต้นไม้
13/07/2026
ขอเล่าย้อนหลังนะคะ
ต้นแบบที่พักพิงสะเทินน้ำสะเทินบก สำหรับการทดลอง วิจัย และพัฒนาในพื้นที่จริง . ติดตั้งป้ายเพื่อให้ผู้คนที่ผ่านไปมา สามารถมีส่วนร่วมแชร์ความคิดเห็นในการพัฒนาโครงการไปด้วยกัน . ขอขอบคุณโจ พี่ดร ที่ช่วยทำงานเพิ่มส่วนป้ายนี้ในเวลาที่เหลือจำกัด และน้องนุ่นที่ช่วยเก็บข้อมูลมาทำ CFP ด้วยความตั้งใจนะคะ 🙏
(เครดิตภาพ: n.noun studio)
(ขอแปะข้อความเดิมด้านล่างไว้อ้างอิงแนบมากับความคืบหน้าของทุกวันนะคะ)
ต้นแบบที่พักพิงเวอร์ชั่นนี้ ไม่ได้ถูกออกแบบให้เป็นคำตอบสำเร็จรูปสำหรับทุกพื้นที่ แต่พยายามหาจุดสมดุลระหว่างงบประมาณ วัสดุ เวลา การก่อสร้าง และสภาพน้ำท่วมที่แตกต่างกันของแต่ละพื้นที่
ทุกการตัดสินใจเลยยังมีทั้งข้อดีและข้อจำกัด และเราตั้งใจจะนำไปทดลองกับน้ำท่วมจริง เพื่อเก็บข้อมูลและพัฒนาต่อ จนมั่นใจว่าเป็นแบบที่เหมาะสมจริงๆ ก่อนเผยแพร่เป็นแบบเพื่อสาธารณประโยชน์ต่อไป
โจทย์หลักๆ มีประมาณนี้นะคะ
1. ใช้งานได้จริง
- สำหรับ 1–2 คน
- ใช้ประโยชน์ได้ในเวลาปกติ และช่วยเพิ่มโอกาสรอดเวลาน้ำท่วมฉุกเฉิน
2. ปลอดภัย
- ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นอันดับต้นๆ (ยังต้องดูตอนการใช้งานจริง ดูข้อเสียแล้วแก้ไขปรับปรุง)
- มีไฟฟ้าสำรองเมื่อไฟดับ (ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ไฟดับ ประสิทธิภาพของอุปกรณ์โซล่าเซลล์และแบตเตอรี่ที่แปรผันตามงบ)
- ลดความเสี่ยงจากการโจรกรรม
- สามารถปรับให้เหมาะกับสภาพน้ำท่วมของแต่ละพื้นที่ (ตัวบ้านคล้ายกัน แต่มีต่างกันที่โครงสร้างหลัก ยังต้องพัฒนาและทดลองต่อในบริบทอื่นๆเพื่อเปรียบเทียบ)
3. สร้างง่าย ขนส่งง่าย
- งบประมาณไม่เกิน 200,000 บาท (กำลังพยายามคุมงบและเชื่อว่าจะโอเคเมื่อพัฒนาต่อไปเรื่อยๆจนเริ่มจับทางได้มากขึ้น)
- ใช้แรงงานประมาณ 3-5 คน
- ใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 5-7 วัน
- โครงสร้างส่วนใหญ่สามารถถอดประกอบและเคลื่อนย้ายได้ (ข้อดีคือแน่นอนเคลื่อนย้ายได้ แต่ความท้าทายคือจุดเชื่อมต่อต้องแข็งแรงและยืดหยุ่นอย่างปลอดภัย ถ้าน้ำท่วมมาไม่แรงก็คงโอเค แต่ถ้าน้ำมาแรงมากๆ ก็คงจะรองรับได้ถึงจุดนึงเท่านั้น ตรงนี้ต้องตั้งใจดูเยอะๆอย่างรอบคอบเลย)
- ขนส่งด้วยรถบรรทุก 6 ล้อ เพียง 1 เที่ยว (ถ้ามีรถบรรทุกไฟฟ้า ก็ช่วยลดคาร์บอนได้อีกทาง)
4. วัสดุ
- หาได้ง่ายในพื้นที่ (ทั้งวัสดุอุตสาหกรรม/ วัสดุธรรมชาติ/ วัสดุเหลือใช้)
- พยายามเลือกใช้วัสดุคาร์บอนต่ำ (เวอร์ชั่นแรกนี้ที่เป็นเหล็กและเมทัลชีท คาร์บอนยังสูงมาก ในอนาคตจะตัดทอนจนเหลือเฉพาะส่วนจำเป็น แล้วผสมกับวัสดุธรรมชาติอื่นๆในพื้นที่นั้นๆ เช่น ไม้ไผ่ ไม้เก่า ในสัดส่วนที่มากขึ้น)
- ลดเศษวัสดุจากการก่อสร้าง (การคำนวณพิกัดวัสดุสำคัญมากเลย)
- ผนัง หลังคา พื้น ประตู และหน้าต่าง สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามบริบทของแต่ละชุมชน
5. ดูแลรักษาง่าย
- อยู่สบายในระดับพื้นฐาน (อาจไม่ได้สบาย 100% แต่คืออยู่ได้ไม่ลำบากเกินไป แบบปัจจุบันนี้ยังคงมีร้อนไปบ้าง ฝนสาดบ้าง ยุงกัดบ้าง ยังต้องปรับปรุงต่อไป)
- ไม่มีห้องน้ำ เพื่อลดความซับซ้อนและควบคุมงบประมาณ
- ซ่อม เปลี่ยน และต่อยอดได้ง่าย
- ชุมชนสามารถเรียนรู้และพัฒนาเองได้ (ไอเดียดีๆหลายครั้งมักจะมาจากผู้ใช้งานจริง คนในพื้นที่ และภูมิปัญญาท้องถิ่นเสมอ เราเองก็อยากเรียนรู้จากชุมชนเช่นกัน)
6. ไม่ใช่ที่พักพิงแบบเดียวใช้ได้ทั้งประเทศ
น้ำท่วมแต่ละพื้นที่ไม่เหมือนกัน ทั้งระดับน้ำ กระแสน้ำ สิ่งที่พัดมากับน้ำ ระยะเวลา และภูมิประเทศ แบบจึงควรปรับใช้ได้ มากกว่าบังคับให้ทุกพื้นที่ใช้แบบเดียวกัน (อันนี้สำคัญมากเลย ต้องระบุสโคปให้ชัดว่าที่พักพิงแต่ละแบบ จะเหมาะสมปลอดภัยสำหรับเฉพาะพื้นที่แบบไหน น้ำท่วมแบบไหน และห้ามรุนแรงเกินเท่าไร ต้องป้องกันการเข้าใจผิดว่าแบบๆนึงจะใช้ได้กับทุกพื้นที่และกับน้ำท่วมทุกแบบ)
7. เป็นงานทดลอง
ต้นแบบนี้ยังไม่ใช่ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป โดยต้องทดลองกับน้ำท่วมจริง เก็บข้อมูล ทดสอบโครงสร้าง และในระยะต่อไปจะติดตั้งเซนเซอร์และระบบ IoT เพื่อเก็บข้อมูลแบบเรียลไทม์ร่วมกับนักวิจัย ก่อนนำผลมาปรับปรุงให้ดีขึ้น
8. สร้างองค์ความรู้ร่วมกัน
เป้าหมายของเราไม่ได้มีแค่ที่พักพิง 1 หลัง แต่คือการสร้างข้อมูลและบทเรียนที่ทุกคนสามารถนำไปต่อยอดได้ ทั้งชุมชน นักวิชาการ วิชาชีพ ภาครัฐ และภาคเอกชน
เราไม่ได้คาดหวังให้ต้นแบบแรกสมบูรณ์แบบ แต่หวังให้เป็น "จุดเริ่มต้น" ที่ทุกภาคส่วนช่วยกันเรียนรู้และพัฒนาต่อ ถ้าเพื่อนๆมีความเห็นอะไรยังไง รบกวนแนะนำติชมมาได้เต็มที่นะคะ ขอบคุณมากๆค่ะ 🙂🙏
#น้ำท่วมกับหมวกยายเตียม
08/07/2026
06-07.07.69
ต้นแบบที่พักพิงสะเทินน้ำสะเทินบก สำหรับการทดลอง วิจัย และพัฒนาในพื้นที่จริง ติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์แบบ Hybrid เรียบร้อย ส่วนที่เรือนแพหลังแรกเป็นแบบ Off-Grid โดยสเปควัสดุอุปกรณ์แปรผันตามกำลังไฟฟ้าที่ใช้และงบที่มี . ขอขอบคุณคุณกบ ผู้เชี่ยวชาญด้านการติดตั้งโซลาร์เซลล์ในพื้นที่ จ.น่าน ที่ให้คำแนะนำช่วยเราหาสมดุลระหว่างโหลดไฟและงบที่มีถึงดึกดื่น พร้อมช่วยเร่งสั่งของแต่เช้า เพื่อติดตั้งให้เสร็จทันกำหนดการเดินทางกลับของทีมงาน . ขอขอบคุณช่างอาร์มและทีม ที่มาช่วยเร่งติดตั้งด้วยค่ะ 🙏
(เครดิตภาพ: n.noun studio)
(ขอแปะข้อความเดิมด้านล่างไว้อ้างอิงแนบมากับความคืบหน้าของทุกวันนะคะ)
ต้นแบบที่พักพิงเวอร์ชั่นนี้ ไม่ได้ถูกออกแบบให้เป็นคำตอบสำเร็จรูปสำหรับทุกพื้นที่ แต่พยายามหาจุดสมดุลระหว่างงบประมาณ วัสดุ เวลา การก่อสร้าง และสภาพน้ำท่วมที่แตกต่างกันของแต่ละพื้นที่
ทุกการตัดสินใจเลยยังมีทั้งข้อดีและข้อจำกัด และเราตั้งใจจะนำไปทดลองกับน้ำท่วมจริง เพื่อเก็บข้อมูลและพัฒนาต่อ จนมั่นใจว่าเป็นแบบที่เหมาะสมจริงๆ ก่อนเผยแพร่เป็นแบบเพื่อสาธารณประโยชน์ต่อไป
โจทย์หลักๆ มีประมาณนี้นะคะ
1. ใช้งานได้จริง
- สำหรับ 1–2 คน
- ใช้ประโยชน์ได้ในเวลาปกติ และช่วยเพิ่มโอกาสรอดเวลาน้ำท่วมฉุกเฉิน
2. ปลอดภัย
- ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นอันดับต้นๆ (ยังต้องดูตอนการใช้งานจริง ดูข้อเสียแล้วแก้ไขปรับปรุง)
- มีไฟฟ้าสำรองเมื่อไฟดับ (ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ไฟดับ ประสิทธิภาพของอุปกรณ์โซล่าเซลล์และแบตเตอรี่ที่แปรผันตามงบ)
- ลดความเสี่ยงจากการโจรกรรม
- สามารถปรับให้เหมาะกับสภาพน้ำท่วมของแต่ละพื้นที่ (ตัวบ้านคล้ายกัน แต่มีต่างกันที่โครงสร้างหลัก ยังต้องพัฒนาและทดลองต่อในบริบทอื่นๆเพื่อเปรียบเทียบ)
3. สร้างง่าย ขนส่งง่าย
- งบประมาณไม่เกิน 200,000 บาท (กำลังพยายามคุมงบและเชื่อว่าจะโอเคเมื่อพัฒนาต่อไปเรื่อยๆจนเริ่มจับทางได้มากขึ้น)
- ใช้แรงงานประมาณ 3-5 คน
- ใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 5-7 วัน
- โครงสร้างส่วนใหญ่สามารถถอดประกอบและเคลื่อนย้ายได้ (ข้อดีคือแน่นอนเคลื่อนย้ายได้ แต่ความท้าทายคือจุดเชื่อมต่อต้องแข็งแรงและยืดหยุ่นอย่างปลอดภัย ถ้าน้ำท่วมมาไม่แรงก็คงโอเค แต่ถ้าน้ำมาแรงมากๆ ก็คงจะรองรับได้ถึงจุดนึงเท่านั้น ตรงนี้ต้องตั้งใจดูเยอะๆอย่างรอบคอบเลย)
- ขนส่งด้วยรถบรรทุก 6 ล้อ เพียง 1 เที่ยว (ถ้ามีรถบรรทุกไฟฟ้า ก็ช่วยลดคาร์บอนได้อีกทาง)
4. วัสดุ
- หาได้ง่ายในพื้นที่ (ทั้งวัสดุอุตสาหกรรม/ วัสดุธรรมชาติ/ วัสดุเหลือใช้)
- พยายามเลือกใช้วัสดุคาร์บอนต่ำ (เวอร์ชั่นแรกนี้ที่เป็นเหล็กและเมทัลชีท คาร์บอนยังสูงมาก ในอนาคตจะตัดทอนจนเหลือเฉพาะส่วนจำเป็น แล้วผสมกับวัสดุธรรมชาติอื่นๆในพื้นที่นั้นๆ เช่น ไม้ไผ่ ไม้เก่า ในสัดส่วนที่มากขึ้น)
- ลดเศษวัสดุจากการก่อสร้าง (การคำนวณพิกัดวัสดุสำคัญมากเลย)
- ผนัง หลังคา พื้น ประตู และหน้าต่าง สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามบริบทของแต่ละชุมชน
5. ดูแลรักษาง่าย
- อยู่สบายในระดับพื้นฐาน (อาจไม่ได้สบาย 100% แต่คืออยู่ได้ไม่ลำบากเกินไป แบบปัจจุบันนี้ยังคงมีร้อนไปบ้าง ฝนสาดบ้าง ยุงกัดบ้าง ยังต้องปรับปรุงต่อไป)
- ไม่มีห้องน้ำ เพื่อลดความซับซ้อนและควบคุมงบประมาณ
- ซ่อม เปลี่ยน และต่อยอดได้ง่าย
- ชุมชนสามารถเรียนรู้และพัฒนาเองได้ (ไอเดียดีๆหลายครั้งมักจะมาจากผู้ใช้งานจริง คนในพื้นที่ และภูมิปัญญาท้องถิ่นเสมอ เราเองก็อยากเรียนรู้จากชุมชนเช่นกัน)
6. ไม่ใช่ที่พักพิงแบบเดียวใช้ได้ทั้งประเทศ
น้ำท่วมแต่ละพื้นที่ไม่เหมือนกัน ทั้งระดับน้ำ กระแสน้ำ สิ่งที่พัดมากับน้ำ ระยะเวลา และภูมิประเทศ แบบจึงควรปรับใช้ได้ มากกว่าบังคับให้ทุกพื้นที่ใช้แบบเดียวกัน (อันนี้สำคัญมากเลย ต้องระบุสโคปให้ชัดว่าที่พักพิงแต่ละแบบ จะเหมาะสมปลอดภัยสำหรับเฉพาะพื้นที่แบบไหน น้ำท่วมแบบไหน และห้ามรุนแรงเกินเท่าไร ต้องป้องกันการเข้าใจผิดว่าแบบๆนึงจะใช้ได้กับทุกพื้นที่และกับน้ำท่วมทุกแบบ)
7. เป็นงานทดลอง
ต้นแบบนี้ยังไม่ใช่ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป โดยต้องทดลองกับน้ำท่วมจริง เก็บข้อมูล ทดสอบโครงสร้าง และในระยะต่อไปจะติดตั้งเซนเซอร์และระบบ IoT เพื่อเก็บข้อมูลแบบเรียลไทม์ร่วมกับนักวิจัย ก่อนนำผลมาปรับปรุงให้ดีขึ้น
8. สร้างองค์ความรู้ร่วมกัน
เป้าหมายของเราไม่ได้มีแค่ที่พักพิง 1 หลัง แต่คือการสร้างข้อมูลและบทเรียนที่ทุกคนสามารถนำไปต่อยอดได้ ทั้งชุมชน นักวิชาการ วิชาชีพ ภาครัฐ และภาคเอกชน
เราไม่ได้คาดหวังให้ต้นแบบแรกสมบูรณ์แบบ แต่หวังให้เป็น "จุดเริ่มต้น" ที่ทุกภาคส่วนช่วยกันเรียนรู้และพัฒนาต่อ ถ้าเพื่อนๆมีความเห็นอะไรยังไง รบกวนแนะนำติชมมาได้เต็มที่นะคะ ขอบคุณมากๆค่ะ 🙂🙏
#น้ำท่วมกับหมวกยายเตียม
07/07/2026
ภาพจากเมื่อคืนนี้
มีน้องวัวพอดีเลย
ขอบคุณภาพโดยอาร์มค่ะ : )
#น้ำท่วมกับหมวกยายเตียม
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ประเภท
ติดต่อ องค์กรนั้น
เว็บไซต์
ที่อยู่
Bangkok