Freedom Bridge
Free All Political Prisoners and Restore Human Rights and Democracy in Thailand.
27/08/2026
26/08/2026
ติดตามสถานการณ์นิรโทษกรรมคดีการเมืองตาม พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุขฯ ที่ไม่รวม ม.112
เมื่อวันที่ 23 ส.ค. 2569 เว็บไซต์พระราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ พระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2569 ซึ่งมีผลบังคับใช้ในการนิรโทษกรรมทางการเมือง สำหรับการชุมนุมหรือแสดงออกทางเมือง อันมีมูลเหตุมาจากความขัดแย้งทางการเมืองหรือแรงจูงใจทางการเมือง ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2548 ถึงวันที่ 16 ก.ค. 2568
อย่างไรก็ตามกฎหมายฉบับนี้ได้กำหนดยกเว้น ไม่ครอบคลุมการกระทำความผิดฐานทุจริต ความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และความผิดแก่ชีวิตหรือทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส
สำหรับขั้นตอนการดำเนินการนั้น แม้ พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุขฯ จะมีผลบังคับใช้แล้ว แต่ผู้ที่เข้าข่ายจะยังไม่ได้การรับการนิรโทษกรรมโดยอัตโนมัติ ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการตั้งคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขขึ้น เพื่อออกประกาศหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องและจัดทำช่องทางให้ผู้มีประโยชน์เกี่ยวข้องสามารถยื่นคำร้องขอนิรโทษกรรมได้ต่อไป
หลังจากมีการตั้งคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข มีกรอบระยะเวลาจะต้องมีการประชุมครั้งแรกภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ พ.ร.บ. นี้มีผลใช้บังคับ (ภายในวันที่ 23 ก.ย. 2569)
หลังจากการประชุมครั้งแรก คณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขจึงจะดำเนินการให้เสร็จภายใน 180 วัน (ประมาณ 6 เดือน) หากคณะกรรมการยังพิจารณาไม่แล้วเสร็จ สามารถขยายได้ไม่เกิน 2 ครั้ง ครั้งละไม่เกิน 90 วัน (รวมแล้วจึงขยายระยะเวลาได้อีกประมาณ 6 เดือน)
ดังนั้น ปัจจุบันอยู่ระหว่างรอการตั้งคณะกรรมการและจะประกาศหลักเกณฑ์การขอนิรโทษกรรมต่อไป ผู้มีประโยชน์เกี่ยวข้องจะยื่นเรื่องร้องขอการนิรโทษกรรมในคดีที่เกี่ยวข้อง ภายหลังการประกาศหลักเกณฑ์และช่องทางการยื่นขอนิรโทษกรรมของคณะกรรมการฯ
ทั้งนี้คณะกรรมการถูกให้อำนาจเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาดว่าคดีที่มีการร้องขอนิรโทษกรรมดังกล่าว จะเข้าเงื่อนไขการนิรโทษกรรมตาม พ.ร.บ. นี้ หรือไม่
ขณะเดียวกัน สำหรับคดีจากการแสดงออกทางการเมืองที่อยู่ระหว่างการพิจารณาคดีของศาล พบว่าหลังพระราชบัญญัติมีผลบังคับใช้แล้ว เริ่มมีคดีที่ศาลสั่งยุติคดีเอง เนื่องจากเห็นว่าเข้าข่ายตามพระราชบัญญัตินี้ ตามมาตรา 8 ซึ่งให้กลไกในกระบวนการยุติธรรมยุติคดีได้ ได้แก่ คดีชุมนุมฝ่าฝืนพระราชกำหนดฉุกเฉินฯ #16สิงหาไล่ล่าทรราช เมื่อปี 2564 แต่ยังต้องติดตามแนวทางการพิจารณาเรื่องนี้ในคดีต่าง ๆ ต่อไป
📌 อ่านสรุปเงื่อนไขและผลของ พ.ร.บ. เพิ่มเติม https://tlhr2014.com/archives/85827
11/08/2026
ชวนอ่านบทความ 'Life Under Charges: ชีวิตภายใต้คดีทางความคิดกับผล กระทบที่สังคมมองไม่เห็น'
บทความที่จะพาไปสำรวจร่องรอยบาดแผลจากการต่อสู้เพื่อเสรีภาพที่ยังคงประทับอยู่บนบ่าของนักต่อสู้ที่ยืนหยัดต่อต้านความอยุติธรรม และคนรอบตัวของพวกเขา
หากวันหนึ่งการพูดในสิ่งที่คิดจะกลายเป็นสิ่งที่ต้องกลัว เราจะยังเรียกตัวเองว่าเป็นมนุษย์ที่มีเจตจำนงเสรีได้อยู่ไหมน?
ในหลายสังคมทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย -- คำถามนี้เป็นคำถามสำคัญที่เกิดขึ้นต่อชีวิตของผู้คนอยู่เสมอ
สำหรับ บุ๊ค ธนายุทธ ณ อยุธยา และผู้ต้องขังจากคดีความคิดคนอื่น ๆ มันคือคำถามที่พวกเขาและคนรอบตัวต้องเผชิญทุกวัน ทั้งช่วงเวลาที่อยู่ในเรือนจำ และหลังจากการก้าวขาออกจากกำแพงเรือนจำ
นับตั้งแต่เดือนกรกฎาคมปี พ.ศ. 2563 จนถึงปัจจุบัน ประเทศไทยมีผู้ถูกดำเนินคดีทางความคิดทั้งหมดเกือบ 2,000 คน และมีคดีที่ยังไม่สิ้นสุดอีกอย่างน้อย 628 คดี โดยจากข้อมูลของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนระบุว่า ในเกือบ 2,000 คนนี้ ประกอบไปด้วยทั้งเยาวชน นักกิจกรรม และคนธรรมดา ผลกระทบที่ตามมาไม่ได้หยุดอยู่แค่ตัวผู้ถูกดำเนินคดีเท่านั้น แต่มันกระทบคนรอบตัวของผู้ถูกดำเนินคดี
และในภาพใหญ่ คดีทางความคิดที่สถิตอยู่ในสังคมต่างกระทบพวกเราทุกคนมากกว่าที่คิด
ฟรีด้อมบริดจ์ (Freedom Bridge) ให้ข้อมูลว่า เมื่อคดีทางความคิดกลายเป็นข่าว หลายคนเลือกลาออกจากงานก่อนที่ที่ทำงานจะรู้เรื่องคดีของพวกเขา บางคนถูกให้ออกจากงาน และที่เหลือส่วนใหญ่ก็ไม่สามารถทำงานในระบบได้อีกต่อไป เพราะความไม่แน่นอนของคดีที่ไม่รู้ว่าจะสิ้นสุดเมื่อไร ทำให้วางแผนชีวิตไม่ได้ สุดท้ายหลายคนจึงหันไปทำงานฟรีแลนซ์ (รับจ้างไม่ประจำ) หรืองานสัญญาระยะสั้นที่ไม่มีความมั่นคง ซึ่งยิ่งทำให้การเตรียมรับมือกับผลของคดีที่จะตามมายากขึ้นไปอีก
“มีเด็กประมาณ 19 คน ที่ไม่ได้อยู่กับพ่อหรือแม่ เนื่องจากคดีทางความคิด และความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดที่ผู้ต้องขังและครอบครัวต้องเผชิญตั้งแต่วันแรกที่โดนคดีคือเรื่องเศรษฐกิจ”
นอกจากฟรีด้อมบริดจ์แล้ว บุ๊ค ธนายุทธ ณ อยุธยา หรือ บุ๊ค Eleven Finger ศิลปินแรปเพื่อสังคมที่มีชื่อเสียงจากภาพยนตร์สารคดีเรื่อง School Town King ทาง Netflix ได้กล่าวว่า
"ตอนที่ผมอยู่ข้างนอก ก็เป็นคนทำงานช่วยพ่อ ดูแลคุณย่า แล้วก็ดูแลแฟนผม แต่พอผมต้องเข้าไป กลายเป็นพ่อที่ต้องทำงานคนเดียว ในการที่จะดูแลครอบครัว แค่ทำงานก็เหนื่อยแล้ว แต่ต้องมาแบกความรู้สึกที่ต้องเจอด้วย ยากกว่า"
อ่านบทความ 'Life Under Charges: ชีวิตภายใต้คดีทางความคิดกับผล กระทบที่สังคมมองไม่เห็น' ไปด้วยกัน ที่ https://bit.ly/4wiRQFa
11/08/2026
05/08/2026
📌 รายงานค่าใช้จ่ายในการช่วยเหลือผู้ต้องขังทางการเมืองระหว่างวันที่ 1-31 ก.ค. 2569
ตลอดเดือนก.ค. ที่ผ่านมา มีผู้ต้องขังทางการเมืองได้รับการปล่อยตัวรวม 9 คน ได้แก่ วชิระ (สงวนนามสกุล), “ปณิธาน” (นามสมมติ), “ตรัณ” (นามสมมติ), เวหา แสนชนชนะศึก, “ลีฟ” วีรวัฒน์, เมธี อมรวุฒิกุล, หอมแดง (นามสมมติ), มีชัย (สงวนนามสกุล) และ ฐาปนา (นามสมมติ) นอกจากนี้ยังมีผู้จต้องขังอีก 1 คนที่พ้นโทษในคดีการเมืองแต่ยังถูกคุมขังในคดีส่วนตัว ได้แก่ วรเวช
ค่าใช้จ่ายในเดือนก.ค. 2569 ที่ผ่านมา รวมทั้งสิ้น 435,305.45 บาท แบ่งออกเป็น 8 ประเภท ได้แก่
1.สนับสนุนฝากเงินรายเดือน 39 คน คนละ 5,000 บาท รวม 195,330.52 บาท โดยมีการฝากให้ผู้ต้องขังหนึ่งรายเพิ่ม 200 บาท จากยอดที่ขาดไปในเดือนที่ผ่านมาและเนื่องจากในเดือนนี้มีการฝากเงินผ่านธนาณัติสำหรับผู้ต้องขัง 2 คน จึงมีค่าใช้จ่ายในการฝากเพิ่มขึ้นมาเล็กน้อย
2. สนับสนุนอาหารและของใช้ ทั้งรายวันและรายครั้ง รวมถึงอาหารในวันเกิด จำนวน 42 คน ใน 9 เรือนจำ รวม 132,484 บาท
3.สนับสนุนครอบครัวผู้ต้องขังที่ได้รับการปล่อยตัว 40,595.43 บาท
4.สนับสนุนครอบครัวผู้ต้องขังซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบาง สำหรับ 8 ครอบครัว รวม 26,548 บาท
5.สนับสนุนค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ ผู้ต้องขัง 2 คน รวม 16,021.5 บาท
6. สนับสนุนของใช้เด็กอ่อนแพมเพิสและนมและอาหารสำหรับผู้สูงอายุ 6 ครอบครัว รวม 14,685 บาท
7.สนับสนุนค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน ที่พักอาศัย 7,000 บาท
8.สนับสนุนค่าเดินทางและค่าอาหารสำหรับการเยี่ยมญาติ 2,641 บาท
---------------------
ร่วมกับ Freedom Bridge เพื่อสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ต้องขังและครอบครัว
---------------------
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา
เลขบัญชี 800-9-71446-2
ชื่อบัญชี มูลนิธิสิทธิเพื่อความยุติธรรม
ผู้ที่สะดวกสนับสนุนผ่านบัตรเครดิตสามารถสนับสนุนได้ที่เว็บไซต์ engagethailand (เฉพาะผู้ที่มีรายได้ในสหรัฐอเมริกาสามารถลดหย่อนภาษีได้)
https://www.engagethailand.org/supportpoliticalprisoners
04/08/2026
31 ปี วันคล้ายวันเกิด บุ้ง เนติพร 🕊
"ความยุติธรรมที่ล่าช้า คือความอยุติธรรม" ?
ขอเชิญชวนประชาชนทุกคน มาร่วมทบทวนและทำความเข้าใจคำพิพากษายกฟ้องในคดี "โพลขบวนเสด็จฯ (มาตรา 112)" ซึ่งบุ้งเป็นหนึ่งในจำเลยของคดีนี้
ก่อนที่จะได้รับความยุติธรรมผ่านผลคำพิพากษา บุ้งถูกศาลสั่งถอนประกันและเธอต้องเสียชีวิตลง ในระหว่างการถูกคุมขังระหว่างพิจารณาในคดี
ต่อมา ศาลได้มีคำสั่งให้ไต่สวนการเสียชีวิตที่ยังคงคลุมเครือของเธอ ในขณะที่ครอบครัวยังตามหาความรับผิดชอบจากการเสียชีวิต พร้อมกับคำถามถึงการรักษาพยาบาลของราชทัณฑ์มีคุณภาพแล้วหรือไม่
ทั้งหมด ยังคงเป็นคำถามสำคัญไม่เพียงแต่ครอบครัวของเธอ แต่ของสังคมไทยที่ควรตั้งคำถามว่าเราจะยอมให้ "เสรีภาพในการแสดงออก" ต้องแลกมาด้วยชีวิตของใครอีกกี่คน
⭕️13.15 น.
เสวนาหัวข้อ "ยกฟ้องหลังความตาย: ชำแหละรอยแผล 112 ถึงสิทธิประกันตัว"
กฤษฎางค์ นุตจรัส
(ทนายความในคดีโพลขบวนเสด็จฯ )
มาริสา ปิดสายะ
(ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน)
ณัฐนิช ดวงมุสิทธิ์
(จำเลยในคดีโพลขบวนเสด็จฯ)
ดำเนินรายการโดย : ยิ่งชีพ อัชฌานนท์
_____________________________
⭕️14.30 น.
เสวนาหัวข้อ "เมื่อร่างกายคืออาวุธสุดท้าย: สำรวจการประท้วงอดอาหารของผู้ต้องขังการเมือง ตีแผ่มาตรฐานการรักษาพยาบาลหลังกำแพง"
อ.ดร.ชญานิษฐ์ พูลยรัตน์
(อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์)
พญ.ชุตินาถ ชินอุดมพร
(แพทย์นักเคลื่อนไหว คลินิกเวชกรรมทานตะวัน)
ศ.ดร.ไทเรล ฮาเบอร์คอร์น
(ศาสตราจารย์ประจำคณะภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย มหาวิทยาลัยวิสคอนซิน เมดิสัน)
ดำเนินรายการโดย: ธีรภัทร ระดับแก้ว
15.30 น. พบกับ กิจกรรมร่วมร้องเพลงอวยพรวันเกิดให้เพื่อนในเรือนจำที่เกิดในเดือนสิงหาคม
🎵🥁 ดนตรีโดย: มายด์ ภัสราวลี และณัฐชนน ไพโรจน์
_____________________________
📍สถานที่: ชั้น 4 หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
สถาบันปรีดี พนมยงค์ ทองหล่อ
🗓 วันเสาร์ที่ 8 สิงหาคม 2569 เวลา 13.15 น. - 16.00 น.
มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการติดตามสถานการณ์ และส่งกำลังใจให้เพื่อนของเราไปด้วยกัน
#บุ้งเนติพร #ความยุติธรรมที่ล่าช้าคือความอยุติธรรม
03/08/2026
สถานการณ์ประกันตัวผู้ต้องขังทางการเมือง ครึ่งปี 2569 พบศาลยกคำร้องกว่า 91% และการ ‘ได้ประกันตัว แต่ยังถูกขัง’ จากคดีถอนประกัน
ข้อมูลจนถึงสิ้นเดือนมิถุนายน 2569 มีผู้ต้องขังทางการเมืองในเรือนจำอย่างน้อย 61 คน โดยในจำนวนนี้มีผู้ที่ไม่ได้รับการประกันตัวระหว่างการต่อสู้คดีอย่างน้อย 22 คน หากพิจารณาเปรียบเทียบกับช่วงสิ้นปี 2568 ซึ่งมีผู้ต้องขังเดิมจำนวน 55 คน ต่อมามีผู้ถูกปล่อยตัวจากการถูกขังครบโทษ 1 คน จึงเหลือผู้ต้องขังเดิม 54 คน
ตลอด 6 เดือนแรกของปี 2569 มีผู้ถูกคุมขังเพิ่มเข้ามาใหม่ 7 คน ส่งผลให้มียอดผู้ต้องขังทางการเมืองสะสมรวม 61 คน (ทั้งนี้ ในวันที่เผยแพร่รายงานฉบับนี้ จำนวนผู้ต้องขังทางการเมืองลดลงเหลือ 52 คน เนื่องจากได้รับการปล่อยตัวเนื่องจากเข้าเกณฑ์อภัยโทษฯ โดยไม่มีผู้ต้องขังระหว่างพิจารณาคดีได้รับการปล่อยตัวด้วยสิทธิประกันตัวแต่อย่างใด)
สำหรับผู้ต้องขังที่ถูกขังใหม่ในปี 2569 จำนวน 7 คน ได้แก่ “ภราดร” (นามสมมติ), “ฟ้า” พรหมศร วีระธรรมจารี, ยศวริศ ชูกล่อม, สุข พลตื้อ, “กวี” (นามสมมติ), “วุฒิภัทร” (นามสมมติ) และ “สิงโต” (นามสมมติ) ในจำนวนนี้มี 2 รายที่เป็นผู้ต้องขังระหว่างพิจารณาคดี คือ “ภราดร” ถูกขังระหว่างพิจารณาคดี และพรหมศร ถูกขังระหว่างชั้นฎีกา
สถานการณ์ผู้ต้องขังระหว่างพิจารณาคดีและการคุมขังที่ยาวนานขึ้นนี้ สะท้อนประเด็นสำคัญถึง “สิทธิในการประกันตัว” ซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้ต้องหาหรือจำเลยเพื่อออกมาต่อสู้คดีอย่างเป็นธรรม ตามหลักการ “สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด” ซึ่งถูกรับรองไว้ในรัฐธรรมนูญและกติการะหว่างประเทศ แต่ทว่าในทางปฏิบัติแล้วสำหรับผู้ต้องขังทางการเมือง การยื่นประกันตัวในครึ่งแรกของปี 2569 ยังคงถูกปฏิเสธมากกว่า 91% ของการยื่นประกันตัวทั้งหมด
ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2569 มีการยื่นคำร้องขอประกันตัว และยื่นอุทธรณ์คำสั่งไม่ให้ประกันตัวผู้ต้องขังในคดีทางการเมือง รวมแล้วอย่างน้อย 108 ฉบับ ในจำนวน 30 คดี (โดยแบ่งเป็นคำร้องขอประกันตัว 84 ฉบับ และคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว 24 ฉบับ)
จากจำนวนที่ยื่นต่อศาลทั้งหมด 108 ฉบับนั้น พบว่าศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัวเพียง 6 ฉบับ (หรือคิดเป็นร้อยละ 5.56) ในจำนวน 4 คดี และมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัว 99 ฉบับ (หรือคิดเป็นร้อยละ 91.67) ในจำนวน 26 คดี
ส่วนอีก 3 ฉบับนั้น ศาลไม่ได้ทำคำสั่งและระบุว่าให้รอวางเงินประกัน ส่วนอีกกรณีหนึ่งคือศาลมีคำสั่งให้นำหลักฐานมาแสดงเพิ่มเติมก่อนพิจารณาสั่ง
📌อ่านรายงานฉบับเต็มบนเว็บไซต์: https://tlhr2014.com/archives/85317
02/08/2026
พรุ่งนี้พบกัน!
เหล่าพ่อมดแม่มดและมักเกิ้ลผู้รักประชาธิปไตยทั้งหลาย
🗓 วันอาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม 2569
🕔 เวลา 17.00 น.
📍 หน้าร้านแมคโดนัลด์ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
เตรียมไม้กายสิทธิ์ให้พร้อม และเตรียมอุปกรณ์กันฝนมาเผื่อๆ
มาเสกคาถาผู้พิทักษ์ เพื่อหวนระลึกถึง #ม็อบแฮรี่พอตเตอร์ จากการชุมนุม ‘เสกคาถาผู้พิทักษ์ปกป้องประชาธิปไตย' และ ‘เสกคาถาผู้พิทักษ์ปกป้องประชาชน’
พร้อมร่ายมนตร์ต่อสู้ความมืดมิดสีน้ำเงินเข้มโดย บอย-ธัชพงศ์, ลูกตาล-สุวรรณา, อานนท์ ชวาลาวัลย์, ’ป้าปุ๊ย‘ คน 6 ตุลา, ใบปอ-ณัฐนิช, และมาย-ภัสราวลี
นอกจากขยับไม้กายสิทธิ์ ยังมีกิจกรรมขยับปากกา ทั้งเขียนจดหมายถึงเหล่าผู้ต้องขัง เข้าชื่อเสนอกฎหมาย #ยกเลิกมรดกรัฐประหาร6ตุลา และเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญแบบ ีน้ำเงิน ไปพร้อมกัน
01/08/2026
เดือนสิงหาคมเป็นเดือนเกิดของเพื่อนๆผู้ต้องขังทางการเมืองถึง 7 คน ประกอบด้วย
"อานนท์" เรือนจำกลางคอลงเปรม ถูกคุมขังมาแล้ว 2 ปี 10 เดือน
"อุดม" เรือนจำจังหวัดนราธิวาส ถูกคุมขังมาแล้ว 2 ปี 10 เดือน
"ก้อง" อุกฤษฏ์ เรือนจำกลางบางขวาง ถูกคุมขังมาแล้ว 2 ปี 5 เดือน
"มานี" ทัณฑสถานหญิงกลาง ถูกคุมขังมาแล้ว 1 ปี 12 เดือน
"แอมป์" ณวรรษ เรือนจำพิเศษกรุงเทพ ถูกคุมขังมาแล้ว 1 ปี 7 เดือน
"ไผ่" จตุภัทร เรือนจำพิเศษกรุงเทพ ถูกคุมขังมาแล้ว 10 เดือน
"บอส" ฉัตรมงคล เรือนจำกลางเชียงราย ถูกคุมขังมาแล้ว 10 เดือน
เพื่อนๆหลายคนเป็นผู้ที่ถูกขังระหว่างพิจารณาคดี แม้ยื่นประกันตัวหลายครั้งแต่ไม่ได้รับอนุญาตให้ประกันตัว หวังว่าในเดือนเกิด ทุกๆ คนจะยังสุขภาพแข็งแรงและมีกำลังใจที่เข้มแข็งเพื่อรอวันได้ออกมาใช้ชีวิตกับครอบครัว
28/07/2026
สถานการณ์ผู้ต้องขังคดีการเมืองประจำเดือน ก.ค. 2569
จากการติดตามของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ในปี 2569 ยังคงมีผู้ถูกคุมขังในเรือนจำในคดีจากการแสดงออกทางการเมือง หรือมีมูลเหตุจากแรงจูงใจทางการเมือง จำนวนอย่างน้อย 52 คน (เป็นคดีมาตรา 112 จำนวน 29 คน และคดีมาตรา 110 จำนวน 5 คน) แยกเป็น
ผู้ต้องขังที่ไม่ได้รับการประกันตัวระหว่างการต่อสู้คดี อย่างน้อย 22 คน (เป็นคดีตามมาตรา 112 จำนวน 12 คน และคดีมาตรา 110 จำนวน 5 คน)
ผู้ต้องขังที่คดีถึงที่สุดแล้วถูกคุมขังในเรือนจำ อย่างน้อย 30 คน (เป็นคดีตามมาตรา 112 จำนวน 17 คน)
ในจำนวนทั้งหมดนี้ มีผู้ต้องขังลดลงจำนวนทั้งหมด 3 ราย แบ่งเป็นกลุ่มผู้ต้องขังที่ได้รับอภัยโทษ 2 ราย ได้แก่ “หอมแดง” (นามสมมติ) เกษตรกรวัย 59 ปี และ “มีชัย” อดีตพนักงานโรงแรมวัย 54 ปี
และแบ่งเป็นคดีที่ศาลเยาวชนฯ สั่งยุติการดำเนินคดี 1 ราย ได้แก่ "ฐาปนา" (นามสมมติ) เป็นเยาวชนที่ถูกคุมขังจากคดีการวางเพลิงตู้จราจรพญาไท และขว้างปาวัตถุระเบิดในช่วงการชุมนุมดินแดง เมื่อวันที่ 1 ต.ค. 2564
เขาถูกคุมขังมาตั้งแต่ช่วงวันที่ 29 เม.ย. 2567 ในวันนี้เขาถูกปล่อยตัวจากศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชนชายบ้านกรุณา หลังครบกำหนดระยะเวลาการฝึกอบรมขั้นต่ำตามคำสั่งศาล สิ้นสุดการคุมขังเป็นเวลา 2 ปี 3 เดือน
อย่างไรก็ตาม ในช่วงเดือน ก.ค.69 ก็มีผู้ต้องขังคดีการเมืองเพิ่ม 1 ราย ได้แก่ “อติรุจ” (สงวนนามสกุล) โปรแกรมเมอร์ วัย 29 ปี ผู้ต้องขังในคดีมาตรา 112 จากกรณีตะโกนว่า “ไปไหนก็เป็นภาระ” ใส่ขบวนเสด็จของรัชกาลที่ 10 ขณะเคลื่อนออกจากศูนย์การประชุมสิริกิติ์ เมื่อปี 2565
กรณีของอติรุจ เขาเข้าเรือนจำเนื่องจากตัดสินใจไม่ยื่นฎีกาต่อ และถูกส่งตัวเข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ในวันที่ 15 ก.ค. 2569 ที่ผ่านมา
📌ดูรายชื่อผู้ต้องขังการเมืองบนเว็บไซต์ : https://tlhr2014.com/archives/80978
คลิกที่นี่เพื่อรับประกาศแบบสปอนเซอร์ของคุณ
หมวดหมู่
เว็บไซต์
ที่อยู่
66/4 Lat Phrao 16, Chom Phon, Chatuchak
Bangkok
10900
แจ้งเตือน
เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ Freedom Bridge โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ