October Network
อยากรู้ความจริงเรื่อง 6 ตุลาคม click: 6tula2519.net
สอบถาม [email protected]
ย้อนรำลึก 6 ตุลาในสถานการณ์ความรุนแรงปัจจุบัน #ตามหาฆาตกรตัวจริง
โดย วิภา ดาวมณี
เดือนตุลาคมของทุกๆปีจะมีคนจำนวนหนึ่งมาร่วมพิธีกรรมรำลึกถึงผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 เช่นเดียวกับในประเทศเกาหลี อาเจนตินา อาฟริกาใต้ และอีกหลายประเทศที่ประชาชนถูกประหัตประหารจากความรุนแรงของรัฐ คณะกรรมการรับข้อมูลและสืบพยานเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 มีข้อสรุปที่สำคัญจากการสืบพยาน คือ
1. เหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519
21/06/2026
ประชาสัมพันธ์ งานที่จะเกิดขึ้นวันที่ 24 มิถุนายน 2569
ขอพับกบ พบกับ งานอภิ What!!! สยาม วันนี้คณะราษฎรทำาอะไร
วันที่ 24 มิถุนายน คือ วันวาระดีครบรอบการอภิวัฒน์สยาม 2475 ซึ่งเป็นวันเปลี่ยนแปลงการปกครอง ที่ทำให้ไทยไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เพราะว่าประเทศไทยในเวลานั้นได้เปลี่ยนแปลงการปกครอง จากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ มาเป็นระบอบประชาธิปไตย ซึ่งนับจากวันนั้นมา ขั้วการเมืองไทยก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ เป็นการผลัดกันครองอำานาจระหว่างคณะราษฎร และฝ่ายอำนาจเก่า และผลก็จบลงที่คณะราษฎรดับสูญไปในทางอำนาจทางการเมือง
ดังนั้น เนื่องในโอกาสครบรอบ 94 ปี แห่งวันอภิ What!!! สยาม ทางเราจึงเรียนเชิญพ่อแม่พี่น้อง ผู้รักประชาธิปไตยทุกท่านมาร่วมงานเพื่อดูกันซิว่า วันนี้คณะราษฎรเขาทำอะไรกันเมื่อผ่านมา 94 ปีแล้ว
ในงานจะพบกับการปราศรัยเรื่องราวที่คณะราษฎรเคยบุกเบิกเอาไว้แต่ยังไม่แล้วเสร็จ และมีบู๊ธต่างๆ ที่จะลบล้างความเข้าใจผิดเกี่ยวกับคณะราษฎร และจะมีการแสดงสุด Exclusive จากทางผู้จัด และนอกจากนั้นยังมีการวาดภาพระบายสีหมุดคณะราษฎรเพื่อสะท้อนถึงความฝันของพ่อแม่พี่น้องที่ยังไม่สูญหายไปไหน และกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย ถ้าอยากรู้ว่ามีอะไรบ้าง
เจอกันวันที่ 24 มิถุนา อภิ What!!! สยาม วันนี้คณะราษฎรทำอะไร
นัดหมายกับพ่อแม่พี่น้องที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เวลา 17:00 เป็นต้นไป
**อย่าลืมพกอุปกรณ์สำหรับกันฝนมาด้วยนะ**
แล้วพบกันเร็ว ๆ นี้
#อภิWhatสยาม
#วันนี้คณะราษฎรทำอะไร
21/06/2026
ไดอารีดาวแดง EP.15 : 'สหายชัด - ชูชัย' เรื่องราวของ 'สุเทพ สุริยะมงคล' กับบาดแผลในความทรงจำจากเหตุการณ์ 6 ตุลา
หากกล่าวถึงประวัติศาสตร์บาดแผลที่ปรากฏอยู่ในประวัติศาสตร์การเมืองไทย 'เหตุการณ์ 6 ตุลา' จะต้องเป็นเหตุการณ์ต้นๆ ที่ใครหลายคนนึกถึง เพราะเหตุการณ์ครั้งนั้นไม่ใช่เพียงการใช้ความรุนแรงที่รัฐกระทำต่อประชาชน แต่ยังพบกระบวนการหลายอย่างที่ทับซ้อนกันอยู่ในเหตุการณ์นั้น เช่น การทำร้ายศพ การโฆษณาชวนเชื่อจากฝ่ายรัฐอย่างหนักหน่วง การปลุกปั่นกระแสชาตินิยมอย่างเข้มข้น จนประชาชนสามารถลุกขึ้นมาใช้กำลังห้ำหั่นกันเองได้
สุเทพ สุริยะมงคล คือนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่ร่วมเคลื่อนไหวในช่วงนั้น แม้เขาจะรอดพ้นจากการล้อมสังหารในย่ำรุ่งวันที่ 6 ตุลาคม 2519 ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์มาได้ แต่เขากลับต้องสูญเสียเพื่อนหลายคนไปในเหตุการณ์นั้น และเมื่อการรัฐประหารเกิดขึ้นในเย็นวันเดียวกัน การเมืองที่นำโดยนายกรัฐมนตรีที่ขึ้นชื่อว่า 'ขวาตกขอบ' อย่าง 'ธานินทร์ กรัยวิเชียร' ประกอบกับการตามล่าฝ่ายซ้ายอย่างเข้มข้นทำให้สุเทพตัดสินใจเข้าร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์ โดยในเวลานั้นเขาเองก็ไม่รู้ว่าจะต้องไปยังพื้นที่ใด อย่างไรก็ตามเมื่อตัดสินใจเข้าป่าแล้ว ชีวิตของสุเทพก็ต้องเผชิญกับความทายท้าหลายอย่างที่เข้ามาทดสอบกำลังใจของเขา และกลายมาเป็นบทเรียนของชีวิตที่หล่อหลอมให้เขายังคงยืนเด่นโดยท้าทายแม้เวลาจะผ่านไปหลายสิบปี
สัมภาษณ์และเรียบเรียง : ธนพล พันธุ์งาม
ภาพ : ธนพล พันธุ์งาม และภาพถ่ายส่วนตัวของสุเทพ สุริยะมงคล
อ่านต่อที่ https://commonmuze.com/node/1373
#ไดอารีดาวแดง #6ตุลา #สหาย
#พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย
21/06/2026
เป็นเวลากว่าสองทศวรรษที่ประเทศไทยเผชิญความขัดแย้งทางการเมือง จากการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อสีเหลือง การทำรัฐประหาร 2549 การสลายการชุมนุมคนเสื้อแดงในปี 2553 การกวาดล้างครั้งใหญ่หลังการรัฐประหาร 2557 จนถึงการเคลื่อนไหวของคนรุ่นใหม่ในช่วงปี 2563 ประชาชนจำนวนมากออกมาใช้เสรีภาพในการแสดงออกและชุมนุมเพื่อเรียกร้องอนาคตที่ดีกว่า แต่สิ่งที่ตามมากลับไม่ใช่การรับฟัง หากเป็นการ "กดปราบ" ทางการเมืองทุกวิถีทาง ทั้งการถูกคุมขัง การลี้ภัย และการสูญเสีย
บ้างจากบ้านไปสู่เรือนจำ
บ้างถูกผลักไปสู่การลี้ภัยในต่างแดน
และบางคนจากไปโดยไม่มีวันกลับ
โดยมาถึงวันนี้ การกดปราบจากรัฐยังไม่มีแนวโน้มจะที่จะหยุดลง มีแต่ความต่อเนื่องต่อไปเรื่อยๆ
การต้องลาจากกันบ้าง ไม่ได้ทำให้เรื่องราว ความทรงจำ และการต่อสู้ของพวกเขา ต้องจางหายหรือถูกลืมเลือนไป
เนื่องในวาระก้าวย่างใหม่ของสถาบันปรีดี พนมยงค์ ไอลอว์ขอชวนร่วมฟังคำกล่าวเพื่อการระลึกถึงในหัวข้อ “Never Stop, Never Forget: จากกัน ไม่จากใจ” วงสนทนาว่าด้วยการระลึกถึงผู้คนที่ไม่ได้อยู่ด้วยกันในวันนี้ เพราะผลกระทบจากความขัดแย้งทางการเมือง ระลึกถึงพวกเขาผ่านความทรงจำและคำบอกเล่าจากเพื่อน คนใกล้ชิด และผู้ที่เคยร่วมเส้นทางกับพวกเขา
กำหนดการ
11.00 - 11.15 น. กล่าวเปิดในหัวข้อ "ความฝันที่มาก่อนกาล? จากคณะราษฎร 2475 ถึง ราษฎร 2563"
รำลึกถึงผู้คนและเรื่องราวครั้งทำการใหญ่ในปี 2475 โดย อานนท์ ชวาลาวัณย์ ผู้ก่อตั้งพิพิธภัณฑ์สามัญชน
11.15 - 12.30 น. งานเสวนา “Never Stop, Never Forget จากกัน ไม่จากใจ”
ผู้ร่วมเสวนา
○ ณัฐชนน ไพโรจน์ จากเครือข่ายประชาชนเพื่อสิทธิทางการเมือง (Thumb Rights)
พูดถึง เบนจา อะปัญ อดีตนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่วันนี้ไม่ได้อยู่ในประเทศไทย
○ ณัฐนิช ดวงมุกสิทธิ์ นักกิจกรรมอิสระ
พูดถึง บุ้ง-เนติพร อดีตผู้ต้องขังในคดีมาตรา 112 ที่เสียชีวิตระหว่างถูกคุมขัง
○ ชาลิณี ทองยศ จากมูลนิธิไอแพม (IPAM)
พูดถึง ไผ่-จตุภัทร์ ผู้ต้องขังคดีมาตรา 112 จากการปราศรัย
○ โชคชัย ไพบูลย์รัชตะ นักกิจกรรมอิสระ
พูดถึง เอกชัย หงส์กังวาน ผู้ต้องขังคดีมาตรา 110 จากการร่วมชุมนุมเมื่อขบวนเสด็จของพระราชินีเคลื่อนผ่าน
○ กฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความสิทธิมนุษยชน
พูดถึง สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล อดีตอาจารย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่วันนี้ไม่ได้อยู่ในประเทศไทย
ดำเนินรายการโดย สหรัฐ จันทสุวรรณ์ จาก iLaw
23 มิถุนายน 2569 เวลา 11:00 -12:30 น.
อาคาร PRIDI สถาบันปรีดี พนมยงค์ ชั้น 4ซอยสุขุมวิท 55 (ทองหล่อ)
https://maps.app.goo.gl/grbE78vePYruUEGm8
20/06/2026
19/06/2026
ชีวประวัติโดยย่อของ “ลุงโชติ” (ประสงค์ อรุณสันติโรจน์)
1. วัยเด็ก ครรลองชีวิตชาวจีน และการแต่งงาน (พ.ศ. 2480–2500)
• กำเนิดและครอบครัว: ลุงโชติเกิดเมื่อวันที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2480 ที่หมู่บ้านรางทอง ตำบลทุ่งน้อย อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม เป็นบุตรคนที่ 4 (ลูกชายคนโต) ในบรรดาพี่น้องทั้งหมด 9 คน ของคุณพ่อซุ่นเจียงและคุณแม่หงส์ มีชื่อภาษาจีนเดิมว่า “เป้งซ้ง” (แปลว่าต้นสนที่แข็งแกร่ง) ด้วยความที่เป็นบุตรชายคนโตตามธรรมเนียมจีน จึงถูกบิดาเคี่ยวเข็ญให้ท่องตำราจีนโบราณตั้งแต่เด็ก
• การศึกษาและการทำงาน: ได้เข้าเรียนภาษาจีนจนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จากโรงเรียนเจ้งเม้งกงฮัก และเรียนภาคภาษาไทยต่อจนจบชั้นมัธยมปลาย ที่ศาลาวัดไร่เกาะ เนื่องจากฐานะทางบ้านยากจน จึงต้องออกมาช่วยบิดามารดาทำไร่ไถนาและหาบของไปขายอย่างหนักตั้งแต่เด็ก โลกทัศน์ในวัยเยาว์จึงจำกัดอยู่เพียงแถวบ้าน นครปฐม และเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ไปเยี่ยมญาติ (น้า 4 ย่านบางโพ) โดยรถไฟเป็นครั้งคราว
• การแต่งงาน: เมื่ออายุได้ 18 ปี บิดามารดาได้จัดการคลุมถุงชนจัดหาคู่ครองมาให้ แม้จะไม่ได้เริ่มต้นจากความรัก แต่ทั้งสองก็ครองคู่กันอย่างมั่นคง
2. จุดเปลี่ยนสู่วิถีการเมืองและเข้าเป็นสมาชิก พคท. (พ.ศ. 2500–2503)
• การเปิดโลกทัศน์: ในยุคที่รัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม เปิดขยายเสรีภาพและเริ่มญาติดีกับจีนแผ่นดินใหญ่ ลุงโชติได้เข้าไปเปิดหน่วยสอนภาษาจีนตามบ้านที่ตลาดต้นสำโรงตอนกลางคืน ทำให้ได้รู้จักกับกลุ่มเยาวชนหัวก้าวหน้า เช่น ตังปิว (สมยศ) และเฮียหมง จนได้รวมกลุ่มศึกษาอภิปรายทฤษฎีการเมือง ชีวทัศน์ของเยาวชน ร่วมกิจกรรมทางสังคม และเริ่มอ่านหนังสือนิยาย วรรณกรรมก้าวหน้าทั้งของไทยและต่างประเทศ (เช่น งานของศรีบูรพา เสนีย์ เสาวพงศ์ ปาจิน และหลู่ซิ่น) ซึ่งเปลี่ยนโลกทัศน์ของเขาอย่างสิ้นเชิง
• การทำงานอาชีพ: เพื่อลดความขัดแย้งกับบิดาเรื่องการทำกิจกรรม ลุงโชติได้เข้าทำงานเป็นเสมียนทำบัญชีงบดุลให้กับโรงฆ่าสัตว์ (หลงจี้เซียะฮวย) ตื่นตีสามไปจดน้ำหนักและแบ่งหมูชำแหละ ได้เงินเดือนแรก 800 บาท ซึ่งถือว่าสูงมากในยุคนั้น
• เข้าสู่พรรคคอมมิวนิสต์: อั้งเง็ก (กล้า) แกนนำเยาวชนก้าวหน้า ได้ชักชวนลุงโชติเข้าสู่เส้นทางการเมือง หลังผ่านกระบวนการพิสูจน์ตนเองในฐานะ “สมาชิกเตรียม” เป็นเวลา 6 เดือนและทำภารกิจหาเป้าแกนสำเร็จ ลุงโชติจึงได้ปฏิญาณตนต่อหน้าธงค้อนเคียว เข้าเป็นสมาชิกสมบูรณ์ของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) ในปี พ.ศ. 2503 โดยใช้ชื่อจัดตั้งว่า “นิยม”
3. งานใต้ดินและบนดินในจังหวัดนครปฐม (พ.ศ. 2503–2507)
• รูปแบบการทำงาน: ลุงโชติใช้การสอนภาษาจีนตามบ้าน (หน่วยย่อยวัฒนธรรม) เป็นฉากบังหน้า (งานบนดิน) เพื่อเพาะเป้าสร้างแกน ขยายจัดตั้งมวลชนลูกหลานจีนเข้าสู่องค์การสันนิบาตเยาวชนแห่งประเทศไทย (ส.ย.ท.) และรับเลือกเข้าพรรค (งานใต้ดิน) นอกจากนี้ยังได้รับหน้าที่ขนส่ง เชื่อมต่อรับส่งคนจากภาคตะวันตกเข้าสู่กรุงเทพฯ เพื่อส่งไปศึกษาต่อในประเทศพี่น้อง
• การศึกษาการเมือง: ได้รับการคัดเลือกให้เข้าร่วม “สหศึกษา” ร่วมกับสหายจากเขตงานอื่นในบ้านเช่าปิดลับ (องค์การ) ในกรุงเทพฯ เพื่อศึกษาสถานการณ์และทฤษฎีลัทธิมาร์กซอย่างเข้มงวดภายใต้กฎงานลับ
• วิกฤตการณ์และการย้ายเขตงาน: ในช่วงนี้ลุงโชติย้ายมาอยู่หน่วยนำงานของ "ครูวิมล" งานขยายจัดตั้งและการเผยแพร่แถลงการณ์พรรคสร้างแรงสั่นสะเทือนจนรัฐบาลเผด็จการ (จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์) เริ่มกวาดล้าง สหายหลายคนถูกจับกุม ต่อมาในปี พ.ศ. 2506 เถ้าแก่โรงหมูหนีหนี้ล้มละลาย ทำให้ลุงโชติตกงานและประสบภาวะทางการเงินชักหน้าไม่ถึงหลัง จนกระทั่งปี พ.ศ. 2507 ทางจัดตั้งจึงสั่งการให้เขาโยกย้ายไปขยายงานมวลชนในเขตงานใหม่ที่อำเภอสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
4. งานมวลชนที่สามร้อยยอดและการเดินทางไปจีน (พ.ศ. 2507–2510)
• ขยายงานสามร้อยยอด: ลุงโชติเดินทางไปปลูกกระต๊อบในไร่สับปะรดที่สามร้อยยอด เผชิญชีวิตที่ยากลำบาก ต้องขี่จักรยานไปขนน้ำขุ่นมาแกว่งสารส้มเพื่อดื่มกิน โดยร่วมมือกับ "สหายเกียรติ" ขยายการสอนภาษาจีนบังหน้าเพื่อสร้างแกนนำและจัดตั้งหน่วยพรรค ทั้งในเขตไร่ใหม่ ไร่เก่า และศาลาลัย รวมถึงเป็นสถานีเชื่อมต่อระหว่างเมืองกับป่าเขาตะนาวศรี
• ทัศนศึกษาและฝึกอาวุธที่ประเทศจีน (พ.ศ. 2509): ลุงโชติทำหน้าที่เป็นหัวหน้าคณะนำเยาวชนก้าวหน้าเดินทางผ่านฮ่องกงและมาเก๊าเข้าสู่ประเทศจีน ได้รับการต้อนรับจากสหายหลี่หัว คณะของเขาถูกส่งไปอบรมทฤษฎีมาร์กซิสต์ ฝึกวินัยทหาร การทำระเบิด และยุทธวิธีจรยุทธในค่ายทหารที่เมืองนานกิงนานร่วมสองเดือน ท่ามกลางกระแสการปฏิวัติวัฒนธรรม และได้มีโอกาสเข้าร่วมงานฉลองวันชาติจีน ณ จัตุรัสเทียนอานเหมิน ได้เห็นประธานเหมาเจ๋อตงและผู้นำจีนคนสำคัญ ก่อนจะเดินทางกลับสู่ประเทศไทยอย่างปลอดภัยในปี พ.ศ. 2510
5. งานใต้ดินในกรุงเทพฯ ภาวะเสียลับ และการฟื้นฟูจัดตั้ง (พ.ศ. 2510–2513)
• ภัยคุกคามในเมือง: หลังจากลุงโชติเดินทางกลับไทย งานที่ราบเริ่มถูกเพ่งเล็ง ประกอบกับ "ผิน บัวอ่อน" (สหายอุทัย) แกนนำระดับสูงถูกจับกุมในพ.ศ. 2510 และเกิดคนทรยศ (ยักษ์ใหญ่) ขายความลับให้ทางการ ทำให้เครือข่าย พคท. ในภาคกลางตะวันตกและเมืองท่องเที่ยวอย่างหัวหินถูกกวาดล้างอย่างหนัก สหายหลายคนรวมถึง "สหายลุง" (สัมผัส พึ่งประดิษฐ์) ทยอยถูกจับกุม จัดตั้งในที่ราบตัดขาดกับชั้นบน
• ขึ้นเขาตะนาวศรีครั้งแรก (ปลายปี 2510): ลุงโชติเดินทางร่วมกับสหายลุงบุกป่าเข้าสู่เทือกเขาตะนาวศรีฝั่งราชบุรีเพื่อร่วมงานฉลองครบรอบ 25 ปีวันก่อตั้ง พคท. (1 ธันวาคม พ.ศ. 2510) ได้พบกับสหายพลอย (ไสว มาลยเวช) และร่วมกิจกรรมปลุกระดมกับมวลชนกะเหรี่ยง ขาลงเกิดการปะทะกับทหารรัฐบาล แต่สามารถหลบหนีตัดเส้นทางใหม่กลับเข้ากรุงเทพฯ ได้สำเร็จ
• ความผิดพลาดจากการลอกเลียนทางความคิด: ในช่วงพ.ศ. 2511–2513 อิทธิพลจากการปฏิวัติวัฒนธรรมของจีนทำให้จัดตั้งดำเนินแนวทางซ้ายจัด บังคับให้สหายย้าย "องค์การ" (บ้านเช่า) จากเมืองลงสู่ชนบทและวิจารณ์ตัวเองอย่างรุนแรง ส่งผลให้สหายหญิงคนหนึ่งและเยาวชนทนไม่ไหวหนีไปมอบตัวและคายความลับ ลุงโชติต้องพาลูกเมียหนีกลับบ้านเดิม ส่วนตัวเองย้ายหนีตระเวนเปลี่ยนบ้านเช่าอย่างฉุกละหุกหลายแห่ง ตั้งแต่พระประแดง ห้วยขวาง จนถึงวงเวียนใหญ่ เพื่อหนีการจับกุมของตำรวจอย่างหวุดหวิด
• ฟื้นจัดตั้งและส่งคนเข้าป่า: ลุงโชติร่วมมือกับ "สหายดำ" และ "สหายกด" แกนนำคนใหม่ เพื่อฟื้นฟูสายงาน จัดตั้งหน่วยศึกษากลุ่มเยาวชนในกรุงเทพฯ (สหายมุก สหายเพ็ญ) และครูจีน (สหายชา) พร้อมจัดตั้งสถานีขนส่งชายป่าด่านสิงขรส่งคนและเสบียงหนุนช่วยในป่า แม้จะสูญเสียสหายศักดิ์จากการถูกโจรปล้นฆ่าฝั่งพม่า แต่สหายเจิมก็บุกป่าเชื่อมต่อกับกองกำลังติดอาวุธเทือกเขาตะนาวศรีสำเร็จในกลางปี พ.ศ. 2513
6. สู่สงครามประชาชนบนเทือกเขาตะนาวศรีและบทสรุป (พ.ศ. 2513–2527)
• ในช่วงปลายปี พ.ศ. 2513 หลังจากการประสานงานระหว่างที่ราบและป่าเขาเสร็จสมบูรณ์ เพื่อระบายคนและดำเนินตามแนวทาง "ใช้ชนบทล้อมเมือง" ลุงโชติจึงได้เดินทางเข้าป่าเพื่อร่วมขบวนการต่อสู้ด้วยอาวุธบนเทือกเขาตะนาวศรีอย่างเต็มตัวเป็นเวลานานร่วม 10 ปี (พ.ศ. 2513–2523) เผชิญความยากลำบากในป่าดงดิบ
• ภายหลังจากสิ้นสุดยุคต่อสู้ในป่า ลุงโชติย้ายกลับมาทำงานใต้ดินในเมืองอีกครั้ง และท้ายที่สุดในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2527 เขาถูกทางการจับกุมตัวได้ที่บ้านเช่าในซอยเรวดี จังหวัดนนทบุรี และนี่คือหน้าหนึ่งในบันทึกประวัติศาสตร์ของนักปฏิวัติอาชีพที่ไม่เคยแม้สักครั้งที่จะคิดทรยศต่ออุดมการณ์
ลุงโชติ เป็นทั้งนักคิด นักเขียน นักแปล อาจารย์บรรยายพิเศษ ผู้มีผลงานด้านหนังสือทั้งเขียน
และแปลเรียบเรียงแนววรรณกรรม ประวัติศาสตร์ และปรัชญาจีนเล่มใหญ่
เล่มเล็กกว่า 30 เรื่อง ในนามปากกา อรุณ โรจนสันติ และ ส.นิยม
เรื่องเด่นที่นำไปสร้างเป็นละครโทรทัศน์โดยนพพล โกมาชุน คือ เยาวราชในพายุฝน
19/06/2026
ขอคารวะแด่ คุณลุงประสงค์
ปัญญาชนปฏิวัติที่ยืนหยัด
ตลอดกาล
----
คุณลุงประสงค์ อรุณสันติโรจน์ (ลุงโชติ)ได้ถึงแก่กรรมอย่างสงบด้วยโรคมะเร็งปอด เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2569 เวลา 04.04 น. ณ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ หลักสี่ กรุงเทพมหานคร
สิริอายุ 89 ปี
กำหนดการพิธีบำเพ็ญกุศลและสวดอภิธรรม 21-24 มิถุนายน 2569
------
อาลัยลุงโชติ
ลุงโชติจากไปในวันนี้
ศรัทธาที่เคยมีมิรู้หาย
ร่างท่านอาจสูญดับลับมลาย
แต่อุดมการณ์มิคลายจากใจชน
ปากกาวางลงแล้วละจากมือ
แต่ถ้อยคำคงยึดถือไม่สับสน
บทวิเคราะห์พิบูลย์พร่างกลางกมล
ย่อมทายท้าวังวนเผด็จการ
ใต้ธงแดงปฏิวัติท่านยืนหยัด
ส่องประกายฉายชัดให้ขับขาน
ไม่หวังเกียรติสรรเสริญเมินกันดาร
เราลูกหลานเหลือเพียงรอยอาลัย
แม้ร่างลับดับสูญตามกาลเวลา
นาม "ลุงโชติ" คงคุณค่าทุกสมัย
ยังย้ำยุคลุกสู้คู่ปวงไทย
ตลอดไป....ตราบนิจนิรันดร
ซัง ตะวันออก
#เขตงานตะนาวศรี
#สหายโชติ
17/06/2026
วันที่กุหลาบ สายประดิษฐ์จากไปผ่านไปกว่าครึ่งศตวรรษแล้ว
หลุมศพของผู้คนจำนวนมากถูกหญ้าปกคลุม หรืออาจเหลือแค่ป้ายหน้าหลุม
แต่บางชีวิตกลับยิ่งมองเห็นชัดขึ้น
ศรีบูรพา-นามปากกาของเขานับวันยิ่งเด่นชัด
ไม่ใช่เพราะเขาเป็นนักเขียน
ไม่ใช่เพราะเขาเป็นวีรบุรุษ
หากเพราะเขาใช้ชีวิตไปกับความเชื่อว่ามนุษย์ไม่ควรก้มต่ำกว่าศักดิ์ศรีของตนเอง
กาลเวลาอาจเก็บรักษาผู้คนไว้ด้วยชื่อเสียง เกียรติยศ ความมั่งคั่ง หรือความดีที่ต้องตีความ
สำหรับศรีบูรพากาลเวลาเก็บรักษาเขาไว้ด้วยจุดยืนของกบฎทางความคิด ที่ไม่ยอมจำนนต่ออำนาจอภิสิทธิชนใด
และนั่นคือเหตุผลที่เรายังเอ่ยถึงเขาอยู่จนวันนี้
-----
ยังดี โดมพระจันทร์
#แลไปข้างหน้า
#ข้างหลังภาพ
#สงครามชีวิต
#เบื้องหลังการปฏิวัติ2475
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ติดต่อ ธุรกิจของเรา
เบอร์โทรศัพท์
เว็บไซต์
ที่อยู่
Bangkok
10200