PS Building Engineering
รับตรวจสอบพลังงาน ตรวจสอบบอยเลอร์ ?
การตรวจสอบลิฟต์ตามกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน อ้างอิงหลักจาก กฎกระทรวงเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น และหม้อน้ำ พ.ศ. 2564
รายการตรวจประจำปี
1. ห้องเครื่องและระบบขับเคลื่อน
มอเตอร์ เบรก เกียร์ เครื่องฉุดลาก พูลเลย์ และฐานยึด
2. ลวดสลิงและอุปกรณ์แขวน
ตรวจการสึกหรอ ลวดขาด สนิม การยืดตัว ร่องพูลเลย์ และจุดยึด
3. ตู้ลิฟต์และโครงตู้
พื้น ผนัง หลังคา แสงสว่าง การระบายอากาศ และป้ายพิกัดน้ำหนัก
4. ประตูชั้นและประตูตู้ลิฟต์
ตรวจ Door Interlock โดยลิฟต์ต้องไม่เคลื่อนที่เมื่อประตูปิดไม่สนิท
5. ระบบเบรกและอุปกรณ์ป้องกันตู้ตก
ตรวจเบรก Safety Gear, Overspeed Governor และ Buffer
6. ระบบควบคุมและสวิตช์ความปลอดภัย
Limit Switch, Final Limit Switch, Emergency Stop และระบบควบคุมการเดินลิฟต์
7. ระบบป้องกันน้ำหนักเกิน
ต้องมีสัญญาณเตือนและตัดการทำงานเมื่อบรรทุกเกินพิกัด
8. ระบบฉุกเฉิน
สัญญาณเตือน โทรศัพท์หรืออินเตอร์คอม ไฟฉุกเฉิน และระบบช่วยเหลือผู้โดยสาร
9. ปล่องลิฟต์ บ่อลิฟต์ และพื้นที่เหนือหลังคาตู้
ตรวจรางนำทาง จุดยึด สภาพบ่อลิฟต์ ระยะปลอดภัย และสวิตช์หยุดฉุกเฉิน
10. ทดสอบการทำงานและการรับน้ำหนัก
ต้องทดสอบด้วยน้ำหนัก ไม่น้อยกว่า 100% ของพิกัดใช้งานสูงสุดที่ผู้ผลิตกำหนด
ขอขอบคุณ คุณลูกค้า #ตรวจลิฟต์
by BuildingBy PS Building Engineering (ผู้รับใบอนุญาตนิติบุคคลด้านวิศวกรรม)ผ่านการขึ้นทะเบียนมาตรา 9 ,และ มาตรา 11 กรมสวัสดิ์ฯรับตรวจสอบความปลอดภัยอาคารและพลังงาน▶️เราพร้อมให้บริการด้วยใจ/ยินดีให้คำปรึกษา "ฟรี"☎️065-0597855📩 อีเมล์ : [email protected]☘️ www.inspectionenergy.comเราคือผู้นำในการตรวจสอบพลังงาน ตรวจสอบอาคาร ตรวจบอยเลอร์ โดยวิศกรผู้มีประสบการณ์โดยตรง เน้นเรื่องคุณภาพให้บริการตรวจสอบรับรองความปลอดภัยดังนี้ ✅ การตรวจทดสอบหม้อไอน้ำ หม้อต้มน้ำมัน ✅ การตรวจสอบภาชนะรับแรงดัน ,ตรวจสอบถังลม ✅ การตรวจสอบระบบไฟฟ้าประจำปี อาคารโรงงาน ✅ การตรวจสอบอาคารประจำปี (ขอใบ ร.1) ✅ การตรวจสอบ ปั้นจั่น เครน ลิฟต์ (Load Test) ✅ การตรวจทดสอบ Fire Pump ☎️065-0597855 📩 [email protected] ✅www.inspectionenergy.com ✅เพิ่มline id : phairoj59
การตรวจสอบระบบไฟฟ้าประจำปีตามกฎหมายของประเทศไทย สรุปได้ดังนี้
1. โรงงาน
ผู้ประกอบกิจการโรงงานต้องจัดให้มีการ ตรวจสอบและรับรองความปลอดภัยของระบบไฟฟ้าอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง โดยวิศวกรหรือผู้มีคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนด พร้อมจัดทำรายงานและเก็บเป็นหลักฐาน ตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมและกฎหมายโรงงานฉบับล่าสุด พ.ศ. 2567
2. สถานประกอบกิจการที่มีลูกจ้าง
ตามกฎหมายความปลอดภัยในการทำงาน นายจ้างต้อง
* ตรวจสอบและบำรุงรักษาระบบไฟฟ้าและบริภัณฑ์ไฟฟ้า อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
* จัดทำบันทึกผลการตรวจ
* แจ้งผลการตรวจต่อพนักงานตรวจความปลอดภัยตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด
รายการตรวจสอบหลัก
โดยทั่วไปจะตรวจ เช่น
* หม้อแปลงไฟฟ้า
* ตู้ MDB / DB
* ระบบสายดิน (Grounding)
* ค่าความต้านทานดิน
* เครื่องตัดไฟรั่ว (RCD/ELCB)
* ฉนวนสายไฟ (Insulation Resistance)
* ระบบป้องกันฟ้าผ่า (Lightning Protection)
* ระบบป้องกันอัคคีภัยที่เกี่ยวข้องกับไฟฟ้า
* การใช้เครื่องมือวัดด้วยกล้องถ่ายภาพความร้อน (Thermoscan)
เอกสารที่ได้รับ
* รายงานผลการตรวจสอบระบบไฟฟ้า
* ใบรับรองความปลอดภัยระบบไฟฟ้า
* รายการข้อบกพร่อง (ถ้ามี)
* ข้อเสนอแนะในการ
ขอขอบคุณ คุณลูกค้า #ตรวจไฟฟ้า
by BuildingBy PS Building Engineering (ผู้รับใบอนุญาตนิติบุคคลด้านวิศวกรรม)ผ่านการขึ้นทะเบียนมาตรา 9 ,และ มาตรา 11 กรมสวัสดิ์ฯรับตรวจสอบความปลอดภัยอาคารและพลังงาน▶️เราพร้อมให้บริการด้วยใจ/ยินดีให้คำปรึกษา "ฟรี"☎️065-0597855📩 อีเมล์ : [email protected]☘️ www.inspectionenergy.comเราคือผู้นำในการตรวจสอบพลังงาน ตรวจสอบอาคาร ตรวจบอยเลอร์ โดยวิศกรผู้มีประสบการณ์โดยตรง เน้นเรื่องคุณภาพให้บริการตรวจสอบรับรองความปลอดภัยดังนี้ ✅ การตรวจทดสอบหม้อไอน้ำ หม้อต้มน้ำมัน ✅ การตรวจสอบภาชนะรับแรงดัน ,ตรวจสอบถังลม ✅ การตรวจสอบระบบไฟฟ้าประจำปี อาคารโรงงาน ✅ การตรวจสอบอาคารประจำปี (ขอใบ ร.1) ✅ การตรวจสอบ ปั้นจั่น เครน ลิฟต์ (Load Test) ✅ การตรวจทดสอบ Fire Pump ☎️065-0597855 📩 [email protected] ✅www.inspectionenergy.com ✅เพิ่มline id : phairoj59
ขั้นตอนตรวจเครื่องทำความเย็นในโรงงาน ตามแนวทางกรมโรงงานอุตสาหกรรม ควรตรวจทั้งเอกสาร สภาพเครื่องจักร ระบบควบคุม และระบบฉุกเฉิน โดยเฉพาะระบบที่ใช้แอมโมเนีย (NH₃)
1. เตรียมข้อมูลก่อนตรวจ
ตรวจสอบเอกสารดังต่อไปนี้
* ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานและรายการเครื่องจักร
* แบบ P&ID และผังห้องเครื่องทำความเย็น
* รายการอุปกรณ์และชนิดสารทำความเย็น
* Design pressure และอุณหภูมิออกแบบ
* คู่มือผู้ผลิตและประวัติซ่อมบำรุง
* รายงานตรวจครั้งก่อนและรายการแก้ไข
* ใบสอบเทียบ Pressure gauge, Temperature gauge และ Gas detector
* ใบรับรองการทดสอบ Safety valve
* รายงานตรวจความหนาถังและท่อ
* SDS ของสารทำความเย็น
* แผนฉุกเฉินกรณีสารทำความเย็นรั่ว
* รายชื่อและหลักฐานอบรมผู้ควบคุมระบบ
โรงงานห้องเย็นที่ใช้แอมโมเนียเป็นสารทำความเย็นอยู่ในกลุ่มโรงงานความเสี่ยงสูงบางกรณี จึงต้องตรวจสอบเพิ่มเติมว่าโรงงานเข้าข่ายต้องจัดทำ “รายงานการวิเคราะห์ความเสี่ยงจากอันตรายที่อาจเกิดจากการประกอบกิจการโรงงาน” หรือไม่ ข้อมูลกรมโรงงานอุตสาหกรรม
2. ตรวจสภาพห้องเครื่อง
* ห้องเครื่องสะอาด ไม่มีวัสดุกีดขวาง
* ทางเข้า–ออกและทางหนีฉุกเฉินใช้งานได้
* มีป้ายเตือนชนิดสารทำความเย็นและข้อห้าม
* การระบายอากาศทั่วไปเพียงพอ
* พัดลมระบายอากาศฉุกเฉินทำงานได้
* จุดดูดและจุดปล่อยอากาศอยู่ในตำแหน่งปลอดภัย
* ระบบไฟฟ้า สายไฟ ตู้ควบคุม และสายดินอยู่ในสภาพดี
* มีแสงสว่างฉุกเฉิน
* มีถังดับเพลิงเหมาะสมและไม่หมดอายุ
* ไม่พบคราบน้ำมัน กลิ่นสารทำความเย็น หรือการรั่วซึม
สำหรับระบบแอมโมเนียควรมีเครื่องตรวจจับก๊าซ สัญญาณเตือน ฝักบัว–ที่ล้างตาฉุกเฉิน ชุดป้องกันสารเคมี และอุปกรณ์ช่วยหายใจตามผลการประเมินความเสี่ยง
3. ตรวจ Compressor
ตรวจขณะหยุดเครื่องและขณะเดินเครื่อง ได้แก่
* ป้ายข้อมูลและพิกัดของเครื่อง
* ฐานเครื่องและ Anchor bolt
* การ์ดครอบเพลา สายพาน และ Coupling
* ระดับและสภาพน้ำมันหล่อลื่น
* แรงดันด้านดูดและด้านส่ง
* อุณหภูมิด้านส่งและอุณหภูมิน้ำมัน
* เสียง การสั่นสะเทือน และความร้อนผิดปกติ
* Mechanical seal, Shaft seal และข้อต่อ
* ระบบหล่อเย็น Compressor
* ระบบ Oil pressure differential
* การทำงานของ Unloader หรือ Capacity control
* ไม่พบการรั่วของน้ำมันหรือสารทำความเย็น
4. ตรวจถังรับแรงดันและอุปกรณ์หลัก
ครอบคลุมอุปกรณ์ เช่น
* Refrigerant receiver
* Accumulator
* Surge drum
* Oil separator
* Intercooler
* Condenser
* Evaporator
รายการตรวจสำคัญ:
* ป้ายชื่อ เลขเครื่อง และค่าความดันออกแบบ
* สภาพผิวถัง รอยบวม รอยบุบ รอยร้าว และการกัดกร่อน
* แนวเชื่อม หน้าแปลน และหัวต่อ
* ฐานรองรับ ขาถัง และ Saddle
* กระจกดูระดับหรือ Level gauge
* Pressure gauge และ Temperature gauge
* Safety valve และแนวท่อระบาย
* การกัดกร่อนใต้ฉนวน หรือ CUI
* ตรวจวัดความหนาด้วย Ultrasonic Thickness เมื่อถึงรอบหรือพบความเสี่ยง
* ประเมินความหนาถังรับแรงดัน
5. ตรวจท่อ วาล์ว และฉนวน
* ตรวจแนวท่อด้านดูด ด้านส่ง ท่อของเหลว และท่อน้ำมัน
* ตรวจการกัดกร่อน รอยรั่ว และการสั่นสะเทือน
* ตรวจหน้าแปลน ข้อต่อ วาล์ว และ Packing
* ตรวจ Pipe support, Hanger และ Expansion provision
* ตรวจฉนวนและแผ่นหุ้มว่าชำรุดหรือมีน้ำเข้าไหม
* มีสีท่อ ป้ายชื่อ และลูกศรแสดงทิศทางการไหล
* วาล์วสำคัญต้องเข้าถึงและใช้งานได้
* Emergency shut-off valve ต้องมีป้ายระบุชัดเจน
* ไม่วางท่อในตำแหน่งเสี่ยงต่อการชนกระแทก
6. ตรวจการรั่วของสารทำความเย็น
* ตรวจด้วยเครื่องตรวจจับที่เหมาะกับสารทำความเย็น
* ตรวจบริเวณ Seal, Fl**ge, Valve stem และข้อต่อ
* ใช้น้ำสบู่ตรวจยืนยันบริเวณที่สงสัย
* ตรวจ Gas detector ประจำห้องเครื่อง
* บันทึกตำแหน่งและระดับการรั่ว
* ห้ามใช้เปลวไฟตรวจหารอยรั่ว
* หากเป็นแอมโมเนียและพบการรั่วรุนแรง ให้หยุดตรวจ อพยพ และใช้แผนฉุกเฉินทันที
7. ทดสอบอุปกรณ์นิรภัย
ทดสอบโดยจำลองสัญญาณอย่างปลอดภัย ไม่ควรเพิ่มแรงดันจริงจนถึงสภาวะอันตราย
* High-pressure cut-out
* Low-pressure cut-out
* Oil pressure failure
* High discharge temperature
* Low liquid temperature หรือ Freeze protection
* Motor overload
* Emergency stop
* Gas detector และสัญญาณเสียง–แสง
* พัดลมระบายอากาศฉุกเฉิน
* การตัด Compressor เมื่อเกิดเหตุผิดปกติ
* ระบบ Interlock ของปั๊ม พัดลม และวาล์ว
* ระบบไฟฟ้าสำรองหรืออุปกรณ์แจ้งเหตุ
Safety valve ต้องตรวจขนาด แรงดันตั้ง สภาพซีล วันครบกำหนดทดสอบ และท่อระบายไปยังจุดปลอดภัย รวมทั้งต้องไม่มีวาล์วปิดกั้นโดยไม่ควบคุมตำแหน่ง
8. ตรวจระบบน้ำหล่อเย็นและอุปกรณ์ประกอบ
* Cooling tower และ Condenser water pump
* Cooling water flow และอุณหภูมิน้ำเข้า–ออก
* สภาพพัดลม มอเตอร์ สายพาน และการ์ด
* คุณภาพน้ำ ตะกรัน สนิม และการอุดตัน
* Brine pump หรือ Secondary refrigerant pump
* Water treatment และบันทึกการบำรุงรักษา
9. ตรวจความพร้อมกรณีฉุกเฉิน
โดยเฉพาะระบบแอมโมเนีย:
* แผนตอบโต้เหตุสารเคมีรั่ว
* เบอร์โทรฉุกเฉินและผู้รับผิดชอบ
* ป้ายบอกทิศทางลม หรือ Windsock
* จุดรวมพลและเส้นทางอพยพ
* ชุดป้องกันสารเคมีและถุงมือ
* หน้ากากและถังอากาศ SCBA
* ฝักบัวและที่ล้างตาฉุกเฉิน
* อุปกรณ์ปิดวาล์วจากระยะปลอดภัย
* บันทึกการฝึกซ้อมแผนฉุกเฉิน
* ผู้ปฏิบัติงานต้องผ่านการอบรมและทราบตำแหน่งวาล์วฉุกเฉิน
10. จัดทำรายงานผลตรวจ
รายงานควรประกอบด้วย
1. ข้อมูลโรงงานและเจ้าของเครื่อง
2. รายละเอียดเครื่องทำความเย็น
3. ชนิดและปริมาณสารทำความเย็น
4. P&ID หรือผังระบบ
5. ค่าที่ตรวจวัดขณะเดินเครื่อง
6. ผลตรวจ Compressor ถัง ท่อ วาล์วและอุปกรณ์นิรภัย
7. ผลตรวจรอยรั่วและความหนา
8. ภาพถ่ายตำแหน่งตรวจ
9. รายการข้อบกพร่องและระดับความรุนแรง
10. ข้อเสนอแนะและกำหนดเวลาแก้ไข
11. ผลสรุป “ใช้งานได้ / ใช้งานได้โดยมีเงื่อนไข / ต้องหยุดใช้งาน”
12. ลงชื่อผู้ตรวจและวิศวกรผู้รับผิดชอบตามขอบเขตกฎหมาย
ขอขอบคุณ ลูกค้า #ตรวจเครื่อทำความเย็น by @ BuildingBy PS Building Engineering (ผู้รับใบอนุญาตนิติบุคคลด้านวิศวกรรม)ผ่านการขึ้นทะเบียนมาตรา 9 ,และ มาตรา 11 กรมสวัสดิ์ฯรับตรวจสอบความปลอดภัยอาคารและพลังงาน▶️เราพร้อมให้บริการด้วยใจ/ยินดีให้คำปรึกษา "ฟรี"☎️065-0597855📩 อีเมล์ : [email protected]☘️ www.inspectionenergy.comเราคือผู้นำในการตรวจสอบพลังงาน ตรวจสอบอาคาร ตรวจบอยเลอร์ โดยวิศกรผู้มีประสบการณ์โดยตรง เน้นเรื่องคุณภาพให้บริการตรวจสอบรับรองความปลอดภัยดังนี้ ✅ การตรวจทดสอบหม้อไอน้ำ หม้อต้มน้ำมัน ✅ การตรวจสอบภาชนะรับแรงดัน ,ตรวจสอบถังลม ✅ การตรวจสอบระบบไฟฟ้าประจำปี อาคารโรงงาน ✅ การตรวจสอบอาคารประจำปี (ขอใบ ร.1) ✅ การตรวจสอบ ปั้นจั่น เครน ลิฟต์ (Load Test) ✅ การตรวจทดสอบ Fire Pump ☎️065-0597855 📩 [email protected] ✅www.inspectionenergy.com ✅เพิ่มline id : phairoj59
การตรวจถังรับแรงดันตามกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
กฎหมายหลักคือ กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัยฯ เกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น และหม้อน้ำ พ.ศ. 2564
ถังใดเข้าข่าย
“ภาชนะรับความดัน” คือภาชนะปิดที่ความดันภายในและภายนอกแตกต่างกัน มากกว่า 50 kPa เช่น
* ถังพักลม หรือ Air Receiver Tank
* ถังไนโตรเจนในระบบ
* ถังปฏิกิริยา Reactor
* ถังในระบบทำความเย็น
* ถังเก็บของไหลภายใต้แรงดัน
กรมสวัสดิการฯ ยืนยันว่าถังพักลมของเครื่องอัดอากาศที่มีความดันเกินเกณฑ์ดังกล่าวเข้าข่ายเป็นภาชนะรับความดันด้วย
รอบการตรวจตามขนาดถัง
1. ถังขนาดตั้งแต่ 1 ลูกบาศก์เมตรขึ้นไป หรือความดันตั้งแต่ 500 kPa ขึ้นไป
ต้องจัดให้มีการ ทดสอบความปลอดภัย ตามรอบที่ผู้ผลิต มาตรฐานการออกแบบ หรือคู่มือการใช้งานกำหนด โดยผู้ให้บริการที่มีคุณสมบัติหรือขึ้นทะเบียนถูกต้อง และเก็บรายงานไว้ให้พนักงานตรวจความปลอดภัยตรวจสอบได้
กรณีติดตั้งใหม่ ต้องมีวิศวกรควบคุมการติดตั้งและทดสอบก่อนใช้งาน ตามข้อ 113–114
2. ถังปริมาตรน้อยกว่า 1 ลูกบาศก์เมตร และความดันน้อยกว่า 500 kPa
ต้องตรวจโดยวิศวกรอย่างน้อย 5 ปีต่อ 1 ครั้ง โดยอย่างน้อยประกอบด้วย
* ตรวจพินิจด้วยสายตา
* ตรวจสภาพภายนอกและภายใน
* วัดความหนาผนังถัง
* ประเมินความปลอดภัยและอายุการใช้งาน
เป็น #ข้อกำหนดตามข้อ 115
คำว่า “หรือ” ในข้อกำหนดขนาด หมายความว่า ถังที่ปริมาตรไม่ถึง 1 ลูกบาศก์เมตร แต่ความดันตั้งแต่ 500 kPa หรือประมาณ 5 bar ขึ้นไป จะอยู่ในกลุ่มที่ต้องทดสอบตามข้อ 114
รายการตรวจหน้างานที่ควรมี
1. ตรวจป้ายประจำถัง
ผู้ผลิต เลขประจำเครื่อง ปีผลิต ปริมาตร ความดันออกแบบ ความดันใช้งาน และมาตรฐานการผลิต
2. ตรวจสภาพตัวถัง
สนิม การกัดกร่อน รอยบุบ รอยแตกร้าว การบวมผิดรูป และรอยรั่ว
3. ตรวจแนวเชื่อมและหัวต่อ
แนวเชื่อมรอบถัง หัวถัง Nozzle หน้าแปลน ข้อต่อ และฐานรองรับ
4. วัดความหนา
ใช้ Ultrasonic Thickness Gauge วัดตัวถัง หัวถัง และบริเวณที่เสี่ยงต่อการกัดกร่อน
5. ตรวจอุปกรณ์ความปลอดภัย
Safety Valve, Pressure Gauge, Pressure Switch, Drain Valve และ Check Valve
6. ทดสอบ Safety Valve
ตรวจค่า Set Pressure การเปิด การปิดกลับ และสภาพซีล
7. ทดสอบแรงดันเมื่อจำเป็น
Hydrostatic Test หรือวิธีทดสอบตามมาตรฐานและคู่มือ โดยต้องมีวิศวกรกำหนดแรงดันทดสอบและมาตรการควบคุมความปลอดภัย
8. คำนวณประเมิน
ความหนาต่ำสุดที่ยอมรับได้ อัตราการกัดกร่อน MAWP และอายุการใช้งานคงเหลือ
ขอขอบคุณ คุณลูกค้า #ตรวจถังลม
by BuildingBy PS Building Engineering (ผู้รับใบอนุญาตนิติบุคคลด้านวิศวกรรม)ผ่านการขึ้นทะเบียนมาตรา 9 ,และ มาตรา 11 กรมสวัสดิ์ฯรับตรวจสอบความปลอดภัยอาคารและพลังงาน▶️เราพร้อมให้บริการด้วยใจ/ยินดีให้คำปรึกษา "ฟรี"☎️065-0597855📩 อีเมล์ : [email protected]☘️ www.inspectionenergy.comเราคือผู้นำในการตรวจสอบพลังงาน ตรวจสอบอาคาร ตรวจบอยเลอร์ โดยวิศกรผู้มีประสบการณ์โดยตรง เน้นเรื่องคุณภาพให้บริการตรวจสอบรับรองความปลอดภัยดังนี้ ✅ การตรวจทดสอบหม้อไอน้ำ หม้อต้มน้ำมัน ✅ การตรวจสอบภาชนะรับแรงดัน ,ตรวจสอบถังลม ✅ การตรวจสอบระบบไฟฟ้าประจำปี อาคารโรงงาน ✅ การตรวจสอบอาคารประจำปี (ขอใบ ร.1) ✅ การตรวจสอบ ปั้นจั่น เครน ลิฟต์ (Load Test) ✅ การตรวจทดสอบ Fire Pump ☎️065-0597855 📩 [email protected] ✅www.inspectionenergy.com ✅เพิ่มline id : phairoj59
การตรวจสอบและทดสอบเครื่องสูบน้ำดับเพลิง (Fire Pump) ตามมาตรฐาน NFPA 25 (Standard for the Inspection, Testing, and Maintenance of Water-Based Fire Protection Systems) มีข้อกำหนดที่เข้มงวดเพื่อให้อุปกรณ์พร้อมใช้งานตลอด 24 ชั่วโมง โดยแบ่งความถี่ออกเป็นรายสัปดาห์ รายเดือน ราย 3 เดือน ราย 6 เดือน และรายปี ดังนี้ครับ
1. การตรวจสอบด้วยสายตา (Inspection) - รายสัปดาห์ (Weekly)
เป็นการตรวจสภาพทั่วไปของห้องเครื่องเพื่อให้แน่ใจว่าระบบอยู่ในสภาวะปกติ:
* สภาพห้องเครื่อง: อุณหภูมิห้องต้องไม่ต่ำกว่า 4°C (40°F) สำหรับปั๊มมอเตอร์ไฟฟ้า หรือ 21°C (70°F) สำหรับปั๊มเครื่องยนต์ดีเซล เพื่อป้องกันน้ำแข็งเกาะหรือเครื่องยนต์สตาร์ทติดยาก
* ระบบวาล์ว: วาล์วควบคุมน้ำเข้า-ออก (Suction & Discharge Valves) ต้องอยู่ในตำแหน่ง "เปิดสุด" และมีการล็อกกุญแจหรือซีลไว้
* ระบบน้ำมันและเชื้อเพลิง (ดีเซล): ปริมาณน้ำมันดีเซลในถังต้องไม่ต่ำกว่า \frac{2}{3} ของความจุถัง สภาพแบตเตอรี่และระดับน้ำกลั่นต้องปกติ
* ตู้ควบคุม (Controller): ไฟแสดงสถานะต้องอยู่ที่ตำแหน่ง "Automatic" และไม่มีไฟเตือนความผิดปกติ (Fault Light) โชว์
2. การทดสอบเดินเครื่องโดยไม่มีการไหล (No-Flow Test / Churn Test)
การสตาร์ทปั๊มเพื่อทดสอบระบบกลไกและการควบคุม โดยไม่มีการเปิดระบายน้ำออกจากระบบท่อหลัก:
| ประเภท Fire Pump | ความถี่ในการทดสอบ | ระยะเวลาในการเดินเครื่อง |
|---|---|---|
| เครื่องยนต์ดีเซล (Diesel Engine) | รายสัปดาห์ (Weekly) | ต้องเดินเครื่องต่อเนื่องอย่างน้อย 30 นาที |
| มอเตอร์ไฟฟ้า (Electric Motor) | รายเดือน (Monthly) * | ต้องเดินเครื่องต่อเนื่องอย่างน้อย 10 นาที |
> *หมายเหตุ: สำหรับปั๊มไฟฟ้า หากเป็นอาคารสูงมาก (High-rise) หรือระบบที่มีความเสี่ยงสูง NFPA 25 อาจกำหนดให้ทดสอบรายสัปดาห์เช่นกัน
>
สิ่งต้องตรวจสอบขณะทดสอบ Churn Test:
* ตรวจสอบว่าปั๊มสตาร์ทอัตโนมัติเมื่อแรงดันในระบบลดลงถึงจุดที่ตั้งไว้ (Pressure Switch Start)
* ตรวจสอบการรั่วซึมของซีลเพลา (Packing Gland) ต้องมีน้ำหยดระบายความร้อนเล็กน้อย (ประมาณ 1 หยดต่อวินาที) ไม่ใช่น้ำพุ่งหรือแห้งสนิท
* ตรวจสอบระบบหล่อเย็นของเครื่องยนต์ดีเซลว่ามีน้ำไหลเวียนปกติ
3. การทดสอบสมรรถนะประจำปี (Annual Flow Test)
เป็นการทดสอบที่สำคัญที่สุด โดยจะมีการต่อสายโฮสหรือใช้ชุดทดสอบ (Flow Meter) เพื่อฉีดน้ำตรวจสอบแรงดันและอัตราการไหลจริง แล้วนำค่าไปพล็อตเป็นกราฟเปรียบเทียบกับกราฟมาตรฐานจากโรงงานผู้ผลิต (Factory Curve)
การทดสอบต้องวัดค่าที่ 3 จุดสำคัญ ดังนี้:
[จุดที่ 1: Churn (0% Flow)] ───► [จุดที่ 2: Rated (100% Flow)] ───► [จุดที่ 3: Peak (150% Flow)]
* จุดที่ 1: Churn (0% Flow) – วัดแรงดันสูงสุดขณะปั๊มทำงานแต่ไม่มีการไหลของน้ำ (แรงดันต้องไม่เกิน 140% ของแรงดันใช้งานปกติ)
* จุดที่ 2: Rated Capacity (100% Flow) – วัดแรงดันเมื่อปั๊มจ่ายน้ำที่อัตราการไหลตามพิกัดหน้าปั๊ม (100%)
* จุดที่ 3: Peak Capacity (150% Flow) – วัดแรงดันเมื่อเร่งอัตราการไหลไปถึง 150% ของพิกัด (แรงดันที่จุดนี้ต้องไม่ต่ำกว่า 65% ของแรงดันใช้งานปกติ)
หากผลการทดสอบประจำปีมีประสิทธิภาพลดลงเกินกว่า 5% จากกราฟมาตรฐานเดิม จะต้องทำการหาสาเหตุ ปรับปรุง หรือซ่อมแซมระบบทันทีครับ
by BuildingBy PS Building Engineering (ผู้รับใบอนุญาตนิติบุคคลด้านวิศวกรรม)ผ่านการขึ้นทะเบียนมาตรา 9 ,และ มาตรา 11 กรมสวัสดิ์ฯรับตรวจสอบความปลอดภัยอาคารและพลังงาน▶️เราพร้อมให้บริการด้วยใจ/ยินดีให้คำปรึกษา "ฟรี"☎️065-0597855📩 อีเมล์ : [email protected]☘️ www.inspectionenergy.comเราคือผู้นำในการตรวจสอบพลังงาน ตรวจสอบอาคาร ตรวจบอยเลอร์ โดยวิศกรผู้มีประสบการณ์โดยตรง เน้นเรื่องคุณภาพให้บริการตรวจสอบรับรองความปลอดภัยดังนี้ ✅ การตรวจทดสอบหม้อไอน้ำ หม้อต้มน้ำมัน ✅ การตรวจสอบภาชนะรับแรงดัน ,ตรวจสอบถังลม ✅ การตรวจสอบระบบไฟฟ้าประจำปี อาคารโรงงาน ✅ การตรวจสอบอาคารประจำปี (ขอใบ ร.1) ✅ การตรวจสอบ ปั้นจั่น เครน ลิฟต์ (Load Test) ✅ การตรวจทดสอบ Fire Pump ☎️065-0597855 📩 [email protected] ✅www.inspectionenergy.com ✅เพิ่มline id : phairoj59
คลิกที่นี่เพื่อรับประกาศแบบสปอนเซอร์ของคุณ
หมวดหมู่
เว็บไซต์
ที่อยู่
Bangkok
10160
แจ้งเตือน
เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ PS Building Engineering โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ