Biz2plus
ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก Biz2plus, สุขภาพ/ความงาม, 66/2 ถนนเพชรบุรีซอย 5 พญาไท ราชเทวี กทม. 10400, Bangkok.
Beyond Business, Beyond Possibilities
“มากกว่าธุรกิจ คือการสร้างโอกาสที่ไร้ขีดจำกัด”
แพลตฟอร์มศูนย์กลางด้านสื่อธุรกิจและการประชาสัมพันธ์เชิงรุก เชื่อมโยงข่าวสาร สร้างการรับรู้ และขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืน
25/07/2026
เมื่อ Generative AI ทำโฆษณาได้ แล้ว “นักโฆษณา” ยังจำเป็นอยู่หรือไม่
เรียบเรียงโดย: ผศ.ดร.บดินทร์ เดชาบูรณานนท์ รองคณบดีฯ และอาจารย์สาขาวิชาการโฆษณาและสื่อสร้างสรรค์ ม.รังสิต
เทคโนโลยีดิจิทัลกำลังเปลี่ยนแปลงโลกอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการเกิดขึ้นของ Generative AI ที่สามารถสร้างสรรค์เนื้อหาต่างๆ ในระยะเวลาอันสั้น จนกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจในยุคปัจจุบัน (SCB EIC, 2024) โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมโฆษณาที่ Gen AI เข้ามามีบทบาทสำคัญ ซึ่งนำไปสู่คำถามที่เกิดขึ้นในแวดวงโฆษณาว่า Gen AI จะมาแทนที่มนุษย์หรือไม่ ผู้เขียนจึงขอนำเสนอเนื้อหาออกเป็น 3 ประเด็น ดังนี้
1) AI เปลี่ยนจากเครื่องมือเป็น Creative Partner ในอดีตซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการออกแบบสร้างสรรค์ สำหรับวงการโฆษณาถูกมองเป็นเพียงเครื่องมือที่ทำหน้าที่สนับสนุนการทำงานของมนุษย์ เช่น โปรแกรมกราฟิกตัดต่อภาพหรือวิดีโอที่ต้องอาศัยทักษะความชำนาญ ปัจจุบันการใช้เทคโนโลยี Gen AI ได้เปลี่ยนจากผู้ปฏิบัติตามคำสั่งไปสู่ “Creative Partner” เปรียบเสมือนเพื่อนคู่คิดที่ช่วยร่างแนวคิด กำหนดไอเดีย และผลิตผลงานเพียง แค่ป้อนคำสั่งหรือ Prompt ระบบ AI ก็สามารถสร้างสรรค์ภาพโฆษณาได้อย่างหลากหลาย
ภาพจำลองแนวคิดการโฆษณาที่ใช้เพื่อการเรียนการสอน โดย ChatGPT
2) สิ่งที่ AI ยังแทนไม่ได้ คือ Human Insight และ Emotional Context “AI ไม่มีหัวใจและอัลกอริทึมไม่เคยมีความรัก” ภาพสะท้อนที่ชัดเจนที่สุดของแนวคิด Marketing 7.0 (Kotler et al., 2026) ที่มุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีเพื่อยกระดับคุณค่าของมนุษย์ (Human-Centric) ลองนึกภาพว่าถ้าแบรนด์ใช้ AI เพื่อจับความสนใจว่าผู้บริโภคกำลังมองหากาแฟลดน้ำหนัก แล้วระดมยิงโฆษณาทุกแพลตฟอร์ม สิ่งที่ตามมาคือความรู้สึกอึดอัดเหมือนโดนสะกดรอยตาม ในทางกลับกันนักโฆษณาจะใช้ Social Listening ที่บอกว่าช่วงนี้คนทำงานออฟฟิศกำลังบ่นเรื่อง “ความเหนื่อยล้าสะสมจากการประชุม” แบรนด์จึงเลือกทำการโฆษณาแฝง (Product Tie-in) ผ่านคลิปวิดีโอสั้นแนวคอมเมดี้ที่ล้อเลียนชีวิตคนออฟฟิศ โดยให้ตัวละครนั่งดื่มกาแฟเงียบๆ ในมุมหนึ่งของโต๊ะทำงาน การโฆษณาแบบนี้ไม่ได้ยัดเยียดให้ซื้อ แต่พยายามสร้างความผูกพันทางอารมณ์
3) สาขาวิชาการโฆษณาและสื่อสร้างสรรค์ต้องปรับตัวอย่างไร หลักสูตรมุ่งเน้นการจัดการเรียนรู้เชิงปฏิบัติการ ครอบคลุมตั้งแต่การสร้างบริษัทโฆษณาจำลอง ที่สอนเทคนิคการเขียน Prompt เพื่อสร้างสรรค์ข้อความ ภาพนิ่ง คลิปวิดีโอโฆษณาอย่างมืออาชีพ ควบคู่ไปกับการใช้ Social Listening วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกของผู้บริโภค เพื่อนำไปต่อยอดในการคิดเชิงกลยุทธ์ นอกจากนี้ยังปลูกฝังจริยธรรมการใช้ปัญญาประดิษฐ์ และความรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อผลิตนักโฆษณาคุณภาพที่ไม่เพียงแต่ใช้เทคโนโลยีได้อย่างทรงพลัง แต่ยังขับเคลื่อนผลงานด้วยความเข้าใจในความรู้สึกของมนุษย์อย่างแท้จริง
รายการอ้างอิง
SCB EIC. (2024). Generative AI helps enhance the potential of Thai SMEs.
25/07/2026
“Gourmet & Cuisine Young Chef 2026 ผนึกพันธมิตร ปั้นเชฟรุ่นใหม่ ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหารไทย ชูโจทย์ “Festive Finger Foods”
หมวดหมู่: ท่องเที่ยว-ไลฟ์สไตล์-บัตรเครดิต
นิตยสาร Gourmet & Cuisine ผนึกกำลังพันธมิตรจากภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้เชี่ยวชาญในแวดวงอาหาร จัดแถลงข่าวการแข่งขันทำอาหารระดับอุดมศึกษา “Gourmet & Cuisine Young Chef 2026” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 เพื่อเปิดเวทีให้นิสิตนักศึกษาได้แสดงศักยภาพ พัฒนาทักษะ และต่อยอดสู่การเป็นเชฟมืออาชีพ พร้อมร่วมพัฒนาบุคลากรคุณภาพสู่อุตสาหกรรมอาหารไทย ภายใต้แนวคิด “Festive Finger Foods” ที่ท้าทายผู้เข้าแข่งขันสร้างสรรค์เมนูอาหารคำเล็ก ถ่ายทอดรสชาติ เทคนิค และประสบการณ์การกินในรูปแบบใหม่
งานแถลงข่าวจัดขึ้นเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 ณ ลาน Eden ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ พร้อมเปิดตัว 10 ทีมสุดท้ายจากกว่า 75 ทีมทั่วประเทศที่ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ชิงรางวัลรวมมูลค่ากว่า 300,000 บาท โดยมี เชฟอิน-ณรงค์ฤทธิ์ แซ่ขอ เชฟและครีเอเตอร์ด้านอาหารชื่อดัง ร่วมพูดคุยถึงประสบการณ์การใช้งานอุปกรณ์ครัว Tecnoplus พร้อมด้วย แก๊ป-ธนเวทย์ สิริวัฒน์ธนกุล ถ่ายทอดแนวคิดการออกแบบครัวร่วมสมัยและการเลือกใช้อุปกรณ์ครัวอย่างมีประสิทธิภาพ
ภริตา วิริยะรังสฤษฎ์ บรรณาธิการบริหาร นิตยสาร Gourmet & Cuisine เปิดเผยว่า การแข่งขันปีนี้เลือกใช้แนวคิด “Festive Finger Foods” เพื่อเปิดพื้นที่ให้เชฟรุ่นใหม่แสดงศักยภาพผ่านเมนูขนาดพอดีคำที่สะท้อนทั้งความคิดสร้างสรรค์ เทคนิคการปรุง และศิลปะการนำเสนอ
“เราอยากเห็นผู้เข้าแข่งขันกล้าคิด กล้าทดลอง และต่อยอดวัตถุดิบคุณภาพสู่ประสบการณ์อาหารรูปแบบใหม่ เวทีนี้ไม่ใช่เพียงการแข่งขันเพื่อค้นหาผู้ชนะ แต่เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ที่ช่วยสร้างเชฟรุ่นใหม่ให้พร้อมเติบโตในสายอาชีพ และร่วมขับเคลื่อนวงการอาหารไทยในอนาคต”
ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวว่า กระทรวง อว. ให้ความสำคัญกับการพัฒนากำลังคนสมรรถภาพสูงควบคู่กับการส่งเสริมนวัตกรรม เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมอาหาร ซึ่งเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ของประเทศ การแข่งขันครั้งนี้จึงเปิดโอกาสให้นิสิตนักศึกษาได้เรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริง พร้อมพัฒนาทักษะด้าน Culinary Skill ความคิดสร้างสรรค์ (Creativity) และการนำเสนออาหาร ผ่านโจทย์การแข่งขันที่สะท้อนมาตรฐานการทำงานของอุตสาหกรรมอาหารในปัจจุบัน
“การแข่งขันครั้งนี้ยังสะท้อนความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคการศึกษา ภาคเอกชน และผู้เชี่ยวชาญในแวดวงอาหาร ในการร่วมพัฒนาบุคลากรคุณภาพ พร้อมต่อยอดองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สู่การสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลิตภัณฑ์อาหาร ควบคู่กับการคำนึงถึงคุณภาพ ความปลอดภัย และความยั่งยืน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนา Food Innovation และการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมอาหารไทยในอนาคต” เชฟเมย์–นลินธรณ์ รัตนเศรษฐ์ดิลก ผู้ชนะเลิศระดับเอเชีย รายการ Global Chefs Challenge 2023, Executive Chef และ Co-Founder แห่ง AIM Phuket รวมถึง Thailand National Culinary Head Coach เน้นย้ำว่า การเป็นเชฟมืออาชีพไม่ได้วัดเพียงรสชาติของอาหาร แต่ต้องมีพื้นฐานที่แข็งแรง ทั้งด้านความปลอดภัยของอาหาร (Food Safety) การเลือกใช้วัตถุดิบคุณภาพ และมาตรฐานในการประกอบอาหาร โดยคำนึงถึงผู้บริโภคเป็นสำคัญ พร้อมถ่ายทอดแนวคิด “ทำน้อย แต่มาก” ผ่านการสร้างสรรค์เมนู “Festive Finger Foods” ที่อัดแน่นด้วยรายละเอียดทั้งรสชาติ เนื้อสัมผัส กลิ่น และเทคนิคการปรุง แม้จะเป็นอาหารเพียงคำเดียว แต่ต้องสามารถสะท้อนตัวตน ความคิดสร้างสรรค์ และศักยภาพของผู้เข้าแข่งขันได้อย่างชัดเจน
ด้าน กฤตนัน สนธิจิรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เดอะซิกเนเจอร์ แบรนด์ จำกัด ระบุว่า บริษัทให้การสนับสนุนการแข่งขันมาอย่างต่อเนื่อง เพราะเชื่อว่าการพัฒนาเชฟรุ่นใหม่คือรากฐานสำคัญของอุตสาหกรรมอาหารไทย พร้อมสนับสนุนอุปกรณ์ครัวคุณภาพจาก Tecnoplus เพื่อให้ผู้เข้าแข่งขันสามารถควบคุมการปรุงอาหารได้อย่างแม่นยำ และถ่ายทอดความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างเต็มศักยภาพ
ชญาน์ณันท์พัช แกทเทนบี้ เดวี่ส์ กรรมการบริหารฝ่ายการตลาด บริษัท ธรรมชาติซีฟู้ด รีเทล จำกัด กล่าวว่า ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความปลอดภัย และแหล่งที่มาของวัตถุดิบมากขึ้น ARCTIC SALMON จากนอร์เวย์จึงตอบโจทย์ทั้งคุณภาพและความหลากหลายในการสร้างสรรค์เมนู เหมาะกับแนวคิด “Festive Finger Foods” ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าแข่งขันถ่ายทอดทั้งรสชาติ เทคนิค และความคิดสร้างสรรค์ผ่านวัตถุดิบคุณภาพ
ขณะที่อุรชา บูรพาชลทิศน์ กรรมการ บริษัท พิบูลย์ชัยน้ำพริกเผาไทยแม่ประนอม จำกัด กล่าวว่า เชฟรุ่นใหม่คือกำลังสำคัญในการต่อยอดอาหารไทยสู่เวทีโลก โดยนำวัตถุดิบไทยที่มีเอกลักษณ์อย่างน้ำพริกเผาไทยแม่ประนอมมาสร้างสรรค์เป็นเมนูร่วมสมัยที่ยังคงอัตลักษณ์ของรสชาติไทย พร้อมสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอาหารไทย บริษัท จึงร่วมสนับสนุนการแข่งขัน เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนได้เรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริง พัฒนาทักษะและความคิดสร้างสรรค์ ต่อยอดสู่การเป็นเชฟมืออาชีพ และร่วมยกระดับอุตสาหกรรมอาหารไทยในอนาคต
ต่อพงศ์ ตริยานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท น้ำมันพืชปทุม จำกัด กล่าวว่า ผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสำคัญทั้งรสชาติ คุณภาพ และคุณค่าทางโภชนาการ น้ำมันมะพร้าว ตราเกสรเพียว จึงได้รับการพัฒนาให้ตอบโจทย์การประกอบอาหารและเบเกอรี่ ด้วยรสชาติเป็นกลาง ช่วยดึงรสชาติของวัตถุดิบได้อย่างเต็มที่ พร้อมสนับสนุนให้เชฟรุ่นใหม่ได้ทดลองใช้วัตถุดิบคุณภาพและพัฒนาทักษะสู่การเป็นบุคลากรสำคัญของอุตสาหกรรมอาหารไทย
ด้านศุภรา ศรีบูรณ์ ผู้อำนวยการธุรกิจการค้าในประเทศ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ กล่าวว่า ประเทศไทยมีวัตถุดิบอาหารคุณภาพ และ CPF เชื่อว่าเชฟคือผู้ต่อยอดคุณค่าของวัตถุดิบไทยสู่เมนูสร้างสรรค์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภค บริษัท จึงสนับสนุนเชฟรุ่นใหม่ให้เรียนรู้การคัดเลือกและใช้วัตถุดิบอย่างเหมาะสม โดยนำหมูชีวา ซึ่งเลี้ยงในระบบฟาร์มปิด ไม่ใช้สารเร่งเนื้อแดง ไม่ใช้ยาปฏิชีวนะ และมีโอเมก้า 3 จากธรรมชาติ มาเป็นหนึ่งในวัตถุดิบหลักของการแข่งขัน เพื่อร่วมพัฒนาเชฟรุ่นใหม่ ยกระดับอุตสาหกรรมอาหารไทย และผลักดัน Soft Power ของประเทศ
นอกจากนี้ การแข่งขันยังได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรในแวดวงอาหารและธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ บริษัท ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้สนับสนุนถุงมือยางอเนกประสงค์ I’m glove, บริษัท อีสท์เวสท์เทรดิ้งแอนด์เอเย่นซีส์ จำกัด ผู้สนับสนุนผลิตภัณฑ์ถั่วปรุงสุก, บริษัท คิงส์แพ็ค อินดัสเตรียล จำกัด ผู้สนับสนุนบรรจุภัณฑ์สำหรับอาหาร และบริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ผู้สนับสนุนของรางวัลพิเศษ
พร้อมกันนี้ ได้ประกาศรายชื่อ 10 ทีมสุดท้ายที่ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ Gourmet & Cuisine Young Chef 2026 จากผลงานกว่า 75 ทีมทั่วประเทศ ซึ่งได้รับการคัดเลือกจากแนวคิด เทคนิค และการตีความโจทย์ “Festive Finger Foods” อย่างสร้างสรรค์ ได้แก่
1. ทีม กงกงฉี – วิทยาลัยดุสิตธานี : นายมาร์เซลัส เอ็นจี, นางสาวภคินี เฉยดี
2. ทีม คู่เทพ – วิทยาลัยดุสิตธานี : นายกันต์กวี คำสุนทร, นายรัชชานนท์ ปัญโญ
3. ทีม แสบสนิท – วิทยาลัยดุสิตธานี : นายณัฐวรรธน์ ธีนเลิศพาณิช, นายภูมิธรรม สมบูรณ์
4. ทีม ประเดประดัง – มหาวิทยาลัยมหาสารคาม : นางสาวจุฑารัตน์ สารบรรณ, นางสาวพัชราภรณ์ มาทา
5. ทีม รถขนฝัน – วิทยาลัยดุสิตธานี พัทยา : นางสาวโอปอล แย้มพินิจ, นายอนนต์เศรษฐ์ กลับเสถียร
6. ทีม ลูกแม่แพ้ไม่ได้ – มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี : นายนนทวัฒน์ พิลา, นางสาวพรลพัชร์ พันธุ์เจริญ
7. ทีม Exotic – มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย : นายวีระพงษ์ จิรานุกุลสวัสดิ์, นายรพีภัทร นินบ่อ
8. ทีม Playground – มหาวิทยาลัยขอนแก่น : นายกฤตพล ฝ่ายบุญ, นางสาวประทายรัตน์ ทานะสิน
9. ทีม Red Rock – มหาวิทยาลัยรังสิต : นางสาวณัฐธนิษา ใจกันธา, นายศิวกร หุ่นหลา
10. ทีม Tip of Spoon – มหาวิทยาลัยบูรพา : นางสาวรัตนาภรณ์ แซ่เตีย, นางสาวกนกวรรณ แก้วเกตุ เตรียมลุ้นศึกประชันฝีมือรอบชิงชนะเลิศ ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 19 กันยายน 2569 ณ อิมแพ็ค คูลิโนวา เพื่อเฟ้นหาผู้ชนะการแข่งขัน พร้อมชิงรางวัลรวมมูลค่ากว่า 300,000 บาท ถ้วยรางวัลเกียรติยศ และประกาศนียบัตร โดยสามารถติดตามรายละเอียดได้ทาง Facebook: Gourmet & Cuisine Young Chef
#เชฟระดับอุดมศึกษา
25/07/2026
BAM จัดพิธีบำเพ็ญกุศลและทำบุญตักบาตร ถวายเป็นพระกุศล แด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ในวาระครบ 50 วัน (ปัญญาสมวาร) แห่งการสิ้นพระชนม์
ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมคณะผู้บริหาร และพนักงาน บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM ประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลและทำบุญตักบาตรพระสงฆ์จำนวน 47 รูป เพื่อถวายเป็นพระกุศล แด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ในวาระครบ 50 วัน (ปัญญาสมวาร) แห่งการสิ้นพระชนม์ ท่ามกลางบรรยากาศอันสงบและเปี่ยมด้วยความอาลัย ทุกดวงใจของผู้บริหารและพนักงาน BAM พร้อมกันน้อมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ตลอดจนพระปณิธานและพระกรณียกิจนานัปการที่ทรงบำเพ็ญเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนและแผ่นดินไทย
23/07/2026
ยานยนต์ สแควร์ กรุ๊ป ทุ่มงบโฆษณา ดัน BIG MOTOR SALE 2026 กระหึ่มก่อนเปิดฉาก 21-30 ส.ค.นี้ ที่ไบเทค บางนา
ยานยนต์ สแควร์ กรุ๊ป เดินหน้าโหมประชาสัมพันธ์งาน BIG MOTOR SALE 2026 อย่างเต็มกำลัง ด้วยการทุ่มงบโฆษณาครั้งใหญ่ ครบทั้ง สื่อออนไลน์ บิลบอร์ด ควบคู่กับสื่อบนรถโดยสารประจำทางของบริษัท สมายบัส จำกัด กว่า 550 คัน เพื่อสร้างการรับรู้และกระตุ้นกำลังซื้อก่อนงานจะเปิดฉากระหว่างวันที่ 21-30 สิงหาคม 2569 ณ ไบเทค บางนา
นายจรวย ขันมณี ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ยานยนต์ สแควร์ กรุ๊ป และประธานกรรมการอำนวยการจัดงาน BIG MOTOR SALE 2026 เปิดเผยว่า งานปีนี้จัดขึ้นเป็นปีที่ 13 ภายใต้แนวคิด "เราจะยกโชว์รูมมาขายที่นี่ เปิดทางเลือกใหม่ให้ผู้ซื้อ และผู้จำหน่าย" โดยรวบรวมค่ายรถยนต์และรถจักรยานยนต์ชั้นนำ นำยนตรกรรมรุ่นใหม่ล่าสุดมาจัดแสดงและจำหน่ายอย่างครบครัน ทั้งรถยนต์นั่ง รถอเนกประสงค์ จากค่ายต่างๆ อาทิ
AVATR, BMW, BYD, CHERY, DEEPAL DENZA, GAC, GEELY, GWM,
HONDA ,I-CAR , LEPAS, MAXUS, BENZ, MG, MINI, MITSUBISHI,
NEVO, NISSAN, OMODA, JAECOO, RIDDARA, TESLA, TOYOTA, VOLVO,
XPENG , ZEEKR , ETON , THAI HONDA, YAMAHA และ I-MOTOR รถยนต์พลังงานไฟฟ้า และรถจักรยานยนต์ พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคได้เปรียบเทียบ ทดลองขับ และจองรถได้ในสถานที่เดียว พร้อมรับข้อเสนอและโปรโมชั่นพิเศษจากผู้ผลิตและผู้จำหน่ายตลอด 10 วันของการจัดงาน
นายจรวยกล่าวว่า ภาพรวมตลาดยานยนต์ในปัจจุบันมีการแข่งขันสูง ค่ายรถต่างทยอยเปิดตัวรถรุ่นใหม่ตลอดทั้งปี ทำให้แนวคิดเรื่องฤดูกาลขายหรือช่วงโลว์ซีซั่นแทบไม่หลงเหลืออีกต่อไป ดังนั้นการสื่อสารการตลาดจึงมีบทบาทสำคัญในการสร้างการรับรู้และดึงดูดผู้บริโภคให้เข้าร่วมงาน
เพื่อรองรับเป้าหมายดังกล่าว บริษัทจึงอนุมัติงบประมาณประชาสัมพันธ์ครั้งใหญ่ ด้วยการประชาสัมพันธ์ป้ายบิลบอร์ดขนาดใหญ่ในทำเลยุทธศาสตร์ทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล พร้อมปูพรมสื่อโฆษณาบนรถโดยสารประจำทางของบริษัท สมายบัส จำกัด มากกว่า 550 คัน รวมถึงซื้อพื้นที่ประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อสิ่งพิมพ์และสื่อออนไลน์ชั้นนำอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ BIG MOTOR SALE 2026 เข้าถึงผู้บริโภคในทุกช่องทาง
นอกจากนี้ ผู้จัดงานยังได้จัดพิมพ์บัตรเข้าชมงานฟรีกว่า 4 ล้านใบ ร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อนำไปแจกจ่ายผ่านกิจกรรมส่งเสริมการขายของแต่ละองค์กร เพิ่มโอกาสให้ประชาชนเข้าร่วมงานได้อย่างทั่วถึง
นอกจากนี้ภายในงานยังมีอุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์จากผู้ผลิตทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงแคมเปญส่งเสริมการขาย โปรโมชั่นพิเศษ และกิจกรรมลุ้นรับรางวัลอีกมากมาย ตอกย้ำการเป็นมหกรรมจำหน่ายยานยนต์ครั้งสำคัญของประเทศไทยในช่วงครึ่งหลังของปี 2569
#ยานยนต์สแควร์กรุ๊ป
#เราจะยกโชว์รูมมาขายที่นี่
#จรวยขันมณี
🚨 สัญญาณเริ่มต้น "โปรแรง" กำลังมา!
Big Motor Sale 2026 เปิดเวทีแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ พร้อมนับถอยหลังสู่มหกรรมยานยนต์ที่นักช้อปรถห้ามพลาด
รวมรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และรถมือสองระดับพรีเมียม พร้อมแคมเปญสุดคุ้มจากหลายค่าย รอคุณอยู่ระหว่าง 21-30 สิงหาคม 2569 ที่ BITEC บางนา
🎥 ชมคลิป แล้วเตรียมลิสต์รถในฝันไว้ได้เลย!
#ยานยนต์ #นักเลงรถ #นักเลงรถกระบะ #นักเลงมอเตอร์ไซค์ #บิ๊กมอเตอร์เซล2026
21/07/2026
SCGP ไตรมาส 2/69 ธุรกิจอินโดนีเซียพลิกกำไร เวียดนามโตต่อเนื่อง จ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาท/หุ้น เดินหน้าขยายพอร์ตโซลูชันครบวงจรในอาเซียน
SCGP รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2569 เติบโตอย่างมีคุณภาพ โดยมีรายได้จากการขาย 32,454 ล้านบาท และกำไรสำหรับงวด 2,304 ล้านบาท หลังธุรกิจในอินโดนีเซียพลิกกลับมาทำกำไร ขณะที่ความต้องการบรรจุภัณฑ์ในอาเซียนยังขยายตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะเวียดนามที่เติบโตแข็งแกร่ง บริษัทประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในอัตรา 0.40 บาทต่อหุ้น พร้อมเดินหน้าลงทุนเพิ่มศักยภาพธุรกิจบรรจุภัณฑ์กระดาษ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของโซลูชันบรรจุภัณฑ์ครบวงจรในภูมิภาคอาเซียน
นายวิชาญ จิตร์ภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP กล่าวว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ในไตรมาส 2 ปี 2569 ฟื้นตัวต่อเนื่องจากไตรมาสก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากการบริโภคภายในประเทศอาเซียนและการส่งออกที่เพิ่มขึ้น หลังผ่านช่วงวันหยุดสำคัญในอินโดนีเซียและเวียดนาม ประกอบกับเป็นฤดูกาลผลผลิตทางการเกษตร การเร่งสะสมสต็อกสินค้าเพื่อรองรับความไม่แน่นอนของห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและลดค่าครองชีพของภาครัฐ ตลอดจนกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการแข่งขันฟุตบอลโลก 2569 ส่งผลให้ความต้องการใช้บรรจุภัณฑ์ โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคและอาหาร เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนวัตถุดิบ ราคาพลังงาน และค่าขนส่งยังอยู่ในระดับสูงจากผลกระทบของสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ทำให้บริษัทมุ่งบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการรักษาความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจของลูกค้า และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันผ่านเครือข่ายการผลิตในภูมิภาค รวมถึงการนำเสนอโซลูชันบรรจุภัณฑ์ครบวงจรที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคได้ครอบคลุมมากขึ้น
ปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้ธุรกิจในอินโดนีเซียสามารถพลิกกลับมาทำกำไร จากยอดขายบรรจุภัณฑ์ในประเทศที่เพิ่มขึ้น การปรับราคาสอดคล้องกับตลาด การบริหารต้นทุน การปรับโครงสร้างการใช้พลังงาน และการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ขณะที่ธุรกิจในเวียดนามยังได้รับแรงสนับสนุนจากการขยายตัวของเศรษฐกิจและการบริโภคภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งร่วมพัฒนาบรรจุภัณฑ์กับลูกค้าให้สอดรับกับสภาพตลาดที่เปลี่ยนแปลง
สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2569 บริษัทมีรายได้จากการขาย 32,454 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 11% จากไตรมาสแรก ขณะที่ EBITDA อยู่ที่ 5,821 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37% เมื่อเทียบกับปีก่อน และเพิ่มขึ้น 25% จากไตรมาสก่อน ส่วนกำไรสำหรับงวดอยู่ที่ 2,304 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 128% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 47% จากไตรมาสก่อน
เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 คณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกของปี 2569 ในอัตรา 0.40 บาทต่อหุ้น รวมเป็นเงิน 1,717 ล้านบาท โดยกำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 4 สิงหาคม 2569 กำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิรับเงินปันผล (Record Date) วันที่ 5 สิงหาคม 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 19 สิงหาคม 2569
สำหรับแนวโน้มไตรมาส 3 ปี 2569 นายวิชาญประเมินว่า อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ยังมีทิศทางเติบโตเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากการผลิตสินค้าเพื่อเตรียมสต็อกในช่วงปลายไตรมาส 3 ต่อเนื่องถึงไตรมาส 4 รองรับทั้งการส่งออกและการบริโภคภายในประเทศ โดยเฉพาะในเวียดนาม อินโดนีเซีย และไทย ขณะที่ความต้องการบรรจุภัณฑ์ในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคยังอยู่ในเกณฑ์ดี และคาดว่าความผันผวนของราคาน้ำมันจะลดลง แม้ยังต้องติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศอย่างใกล้ชิด เพื่อบริหารจัดการต้นทุนให้เหมาะสม พร้อมเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ โซลูชัน และบริการที่สร้างคุณค่าเพิ่มให้ลูกค้า
ด้านแผนการลงทุน SCGP ยังคงเดินหน้ากลยุทธ์เชิงรุกในการขยายธุรกิจบรรจุภัณฑ์กระดาษในอาเซียน โดยเตรียมเพิ่มกำลังการผลิตกล่องลูกฟูกในภาคใต้ของเวียดนามอีก 26,800 ตันต่อปี ภายในพื้นที่โรงงานเดิมของ Vina Kraft Paper Co., Ltd. (VKPC) ในนครโฮจิมินห์ ด้วยงบลงทุน 748 ล้านบาท เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดเวียดนาม คาดว่าจะเริ่มเดินเครื่องผลิตได้ในเดือนกันยายน 2570
ขณะเดียวกัน บริษัทเดินหน้ายกระดับศักยภาพการแข่งขันของธุรกิจในอินโดนีเซีย ผ่านการเพิ่มยอดขายภายในประเทศ และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี Artificial Intelligence (AI), Machine Learning, Deep Learning รวมถึงหุ่นยนต์ที่ทำงานร่วมกับพนักงาน (Collaborative Robot: Cobot) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การบริหารต้นทุน การควบคุมคุณภาพ และการวิเคราะห์ข้อมูล
ในส่วนของการเปลี่ยนผ่านตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ภายหลังการเกษียณอายุของนายวิชาญ จิตร์ภักดี คณะกรรมการบริษัทมีมติแต่งตั้งนายดนัยเดช เกตุสุวรรณ ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2570 เป็นต้นไป เพื่อสานต่อการบริหารงานอย่างต่อเนื่อง รองรับทิศทางการเติบโตในระยะยาวของ SCGP พร้อมต่อยอดจุดแข็งขององค์กร ควบคู่กับการนำแนวคิดและมุมมองใหม่มายกระดับประสิทธิภาพ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนให้แก่ผู้ถือหุ้น ลูกค้า และผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย
21/07/2026
SCGD เผยไตรมาส 2 และครึ่งปีแรก ปี 2569 ผลการดำเนินงานแกร่ง เร่งทรานฟอร์มธุรกิจ เดินหน้าสร้างโอกาสใหม่ พร้อมจ่ายปันผล 0.155 บาท/หุ้น
กรุงเทพฯ – 21 กรกฎาคม 2569: SCGD เผยผลการดำเนินงานไตรมาส 2 และครึ่งปีแรกของปี 2569 (ไม่รวมรายการพิเศษ) แข็งแกร่ง โดยไตรมาส 2 มี Adjusted EBITDA 805 ล้านบาท กำไรสุทธิ 268 ล้านบาท เติบโตทั้งจากไตรมาสก่อนและปีก่อน เร่งทรานฟอร์มธุรกิจ เสริมความแข็งแกร่งผ่านการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพและวินัยการเงินที่รัดกุม เดินหน้าสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ พร้อมจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.155 บาทต่อหุ้น ดูแลผู้ถือหุ้นต่อเนื่อง
SCGD มีผลการดำเนินงานไตรมาส 2 และครึ่งปีแรกของปี 2569 เติบโต โดยไม่รวมรายการค่าใช้จ่ายที่ไม่เกิดขึ้นเป็นประจำ (Non-recurring expenses) ซึ่งส่วนใหญ่เป็นรายการด้อยค่าสินทรัพย์และค่าใช้จ่ายในการปรับโครงสร้างธุรกิจ จากโครงการรวมศูนย์การผลิตในประเทศไทย (Plant Consolidation) โดยไตรมาส 2 บริษัทมี Adjusted EBITDA 805 ล้านบาท และกำไรในส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัท (Adjusted Profit attributable to Owners of the Company) 268 ล้านบาท ขณะที่ครึ่งปีแรกมี Adjusted EBITDA 1,566 ล้านบาท และกำไรในส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัท (Adjusted Profit attributable to Owners of the Company) 500 ล้านบาท ทั้งนี้ รายการค่าใช้จ่ายที่ไม่เกิดขึ้นเป็นประจำดังกล่าว ส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นครั้งเดียว (One-time expenses) และเป็นรายการที่ไม่ใช่เงินสด (Non-cash items)
ผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นเป็นผลจากรายได้ที่ต่างประเทศที่เติบโตโดยเฉพาะในเวียดนาม การบริหารจัดการต้นทุนเพื่อลดผลกระทบจากความผันผวนของราคาพลังงาน และการบริหารการเงินอย่างรัดกุม ส่งผลให้บริษัทสามารถรักษาระดับความสามารถในการทำกำไรได้ ทั้งนี้ บริษัทเตรียมเดินหน้าต่อยอดการเติบโต ผ่านการขยายโอกาสทางธุรกิจ การเสริมความแข็งแกร่งของเครือข่ายในภูมิภาค และการสร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ เพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาว
นอกจากนี้ คณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกของปี 2569 ในอัตรา 0.155 บาทต่อหุ้น เป็นเงินทั้งสิ้น 256 ล้านบาท (อัตราส่วนการจ่ายปันผลที่ร้อยละ 60 จากกำไรสุทธิที่ไม่รวมการรับรู้ค่าใช้จ่ายที่ไม่เกิดขึ้นเป็นประจำ) โดยกำหนดจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในวันที่ 19 สิงหาคม 2569 กำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผล (Record Date) วันที่ 5 สิงหาคม 2569 และกำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) วันที่ 4 สิงหาคม 2569
21/07/2026
บีไอจี ร่วมกับ กปภ. และ CJ Corporation Thailand นำนวัตกรรมไนโตรเจนคาร์บอนต่ำ ช่วยล้างท่อประปา ลดปัญหาน้ำขุ่น ยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชน
บริษัท บางกอกอินดัสเทรียลแก๊ส จำกัด (บีไอจี) ผู้นำนวัตกรรมก๊าซอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำของประเทศไทย ร่วมกับการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) บริษัท ซีเจ คอร์ปอเรชั่น จำกัด และบริษัท เซนีปัง จำกัด จากประเทศเกาหลีใต้ นำเทคโนโลยีการทำความสะอาดท่อประปาด้วยก๊าซไนโตรเจนแรงดันสูง (High-Pressure Nitrogen Purging Technology) มาใช้บริเวณแนวท่อประปาในพื้นที่อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบำรุงรักษาระบบท่อส่งน้ำประปา และยกระดับคุณภาพน้ำสำหรับชุมชน
ทั้งนี้ จากการนำเทคโนโลยีการทำความสะอาดท่อประปาด้วยก๊าซไนโตรเจนแรงดันสูงในครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการระบบท่อส่งจ่ายน้ำ และช่วยลดการสะสมของคราบตะกอนภายในท่อ ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุของปัญหาน้ำประปาขุ่น และไม่มีการกัดกร่อนท่อประปา มีความปลอดภัยสูงในการใช้น้ำเพื่อการอุปโภคและบริโภค โดย กปภ. ได้มีการติดตามประเมินผลการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด เพื่อนำผลที่ได้ไปต่อยอด และพัฒนาระบบการบำรุงรักษาและบริหารจัดการระบบท่อส่งจ่ายน้ำให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมทั้งบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการนำนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์มาพัฒนาระบบประปาของประเทศ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน
โครงการนี้สะท้อนความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการนำเทคโนโลยีมาช่วยพัฒนาระบบสาธารณูปโภคให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมช่วยเพิ่มความมั่นคงของระบบจ่ายน้ำ และสร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพน้ำประปาให้กับประชาชนในพื้นที่
“บีไอจี ในฐานะผู้ให้บริการโซลูชันก๊าซอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ มุ่งมั่นพัฒนาและส่งมอบเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ทั้งภาคอุตสาหกรรมและระบบสาธารณูปโภค ควบคู่กับการสนับสนุนแนวทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ความร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นอีกก้าวสำคัญในการนำนวัตกรรมมาช่วยพัฒนาระบบสาธารณูปโภคของประเทศ และสนับสนุนการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน” คุณอรลา เจริญลาภ กรรมการผู้จัดการ บีไอจี กล่าว
21/07/2026
BAM คว้าหนี้เสีย SCB กว่า 6 พันล้าน ต่อยอด “เริ่มต้นใหม่กับ BAM” เป้าผลตอบแทน 15%
BAM ตอกย้ำความเป็นผู้นำในธุรกิจบริหารสินทรัพย์ (AMC) ของประเทศไทย เดินหน้าตามแผนการลงทุนในสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ ด้วยการเข้าซื้อหนี้ด้อยคุณภาพแบบ Exclusive Big Lot จากธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB มูลค่าหนี้รวมกว่า 6,000 ล้านบาท นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการขยายพอร์ตสินทรัพย์และเสริมศักยภาพการเติบโตของบริษัท พร้อมต่อยอดกับโครงการ “เริ่มต้นใหม่กับ BAM” คาดสามารถสร้างผลตอบแทนได้มากกว่า 15% ด้วยยอดผลเรียกเก็บเงินสดไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท
ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM เปิดเผยว่า BAM ได้ซื้อหนี้ด้อยคุณภาพแบบ Exclusive Big Lot จากธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB มูลค่าหนี้รวมกว่า 6,000 ล้านบาท เข้ามาบริหารจัดการตอกย้ำความแข็งแกร่งและศักยภาพทางการเงินในการเป็น AMC อันดับหนึ่งของประเทศ นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการขยายพอร์ตสินทรัพย์และเสริมศักยภาพการเติบโตของ BAM
การเข้าซื้อสินทรัพย์ด้อยคุณภาพครั้งนี้ BAM พร้อมต่อยอดโครงการ “เริ่มต้นใหม่กับ BAM” เข้ามาปรับใช้กับลูกหนี้ในพอร์ตของ SCB ทันที โดยมุ่งเน้นการปรับโครงสร้างหนี้ให้สอดคล้องกับศักยภาพของลูกหนี้แต่ละราย เพื่อเพิ่มโอกาสในการกลับมาตั้งหลักทางการเงินและสามารถชำระหนี้ได้อย่างยั่งยืน สอดคล้องกับบทบาทของ BAM ในการเป็นผู้สร้างโอกาสทางการเงินและช่วยฟื้นฟูระบบเศรษฐกิจ โดยคาดว่าการลงทุนในครั้งนี้จะสามารถสร้างอัตราผลตอบแทนได้มากกว่าร้อยละ 15 และคาดว่าจะสามารถเรียกเก็บเงินสดจากพอร์ตดังกล่าวได้ไม่น้อยกว่า 500 ล้านบาท ภายในปี 2569 นี้ ซึ่งจะเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยสนับสนุนผลการดำเนินงานของบริษัทให้เติบโตตามเป้าหมาย
ดร.รักษ์ กล่าวอีกว่าการเข้าซื้อหนี้ครั้งนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของ BAM ในศักยภาพของตลาดสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ และตอกย้ำกลยุทธ์การลงทุนอย่างมีวินัย ควบคู่กับการบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ เพื่อสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมแก่ผู้ถือหุ้น และยังคงมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจ โดยไม่ได้ทำหน้าที่เพียงบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจ สร้างโอกาสให้ลูกหนี้กลับเข้าสู่ระบบการเงิน ส่งเสริมให้ทรัพย์สินที่มีศักยภาพสามารถกลับมาสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้อีกครั้ง รวมทั้งขับเคลื่อนการเติบโตขององค์กรอย่างยั่งยืน
21/07/2026
ธอส. เดินหน้ากระตุ้นตลาดบ้านแนวราบ จัดมหกรรมบ้านเดี่ยวออนไลน์ 2569 คัดบ้านคุณภาพดีกว่า 3,000 รายการ ลดราคาสูงสุด 50% พร้อมสินเชื่อพิเศษดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 2 ปี
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) กระตุ้นตลาดที่อยู่อาศัยแนวราบช่วงครึ่งหลังปี 2569 จัดมหกรรมบ้านเดี่ยว ธอส. ประจำปี 2569 รูปแบบออนไลน์ ระหว่างวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 เวลา 09.00 น. ถึงวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 เวลา 16.30 น. ผ่าน Application : GHB ALL HOME โดยนำทรัพย์ประเภทบ้านเดี่ยว คุณภาพดี ทำเลเด่น ออกจำหน่ายกว่า 3,000 รายการทั่วประเทศ โดยมีรายการทรัพย์ที่น่าสนใจ อาทิ บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ขนาดเนื้อที่ 103.5 ตารางวา ในโครงการฟลอร่าวิลล์พาร์คซิตี้ เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร ราคา 2,890,000 บาท และบ้านเดี่ยว ขนาดเนื้อที่ 70.70 ตารางวา ในโครงการเดอะริเวอร์ ARK อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี ราคา 5,225,000 บาท พิเศษ 3 ต่อ! ต่อที่ 1 ลดราคาสูงสุด 50% ต่อที่ 2 สินเชื่อดอกเบี้ยพิเศษ 0% ต่อปี นานสูงสุด 2 ปี และต่อที่ 3 ผู้ที่ทำสัญญาจะซื้อจะขายภายใน วันที่ 31 กรกฎาคม 2569 รับบัตรกำนัลแทนเงินสด มูลค่า 1,000 บาท จำนวน 30 รางวัล (1 รายการทรัพย์ ต่อ 1 รางวัล)
ผู้ที่สนใจสามารถดูรายการทรัพย์ที่นำเข้าร่วมงานได้ทาง Application : GHB ALL HOME สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ G H BANK Call Center โทร.0-2645-9000 กด 5 หรือ Facebook Fanpage บ้านมือสอง ธอส. หรือดูข้อมูลบ้านมือสอง ธอส. ได้ที่ Application : GHB ALL HOME และ Line Official Account : @บ้านมือสอง ธอส.
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ประเภท
เว็บไซต์
ที่อยู่
66/2 ถนนเพชรบุรีซอย 5 พญาไท ราชเทวี กทม. 10400
Bangkok
10400