Folkation

Folkation

Share

ท่องเที่ยววิถีคน
ใบอนุญาตนำเที่ยว 14/02853 Our programs focus on outdoor activities and interactions with the locals.

Folkation believes a great way to experience Thailand is to visit rural villages where the way of life remains unspoiled and spend some time in that cultural setting. So, our programs that we come up together with the local families have been designed to make you interact with the world they live in through a wide range of their livelihood activities. Expect to sail out with the local fishermen, or elephant-keeping activities, or explore the forest with the Karen! The village will benefit from your visit in many ways, while you as the guests will experience Thailand only a few have seen. Folkation’s Tourism Business License 14/02853
.
.
.
เราเชื่อว่าหนึ่งในวิธีเที่ยวไทยที่ดีที่สุดการไปเที่ยวในชุมชนลับตาที่ยังดำเนินวิถีชีวิตหาอยู่หากินแบบดั้งเดิมและใช้เวลาอยู่ในบริบทวิถีชีวิตของคนที่นั่นดังนั้น โปรแกรมที่เราออกแบบร่วมกับครอบครัวต่างๆจึงเน้นที่การทำความรู้จักกับโลกที่พวกเขาอาศัยอยู่ผ่านกิจกรรมตามวิถีชีวิตของพวกเขาเหล่านั้น

เราเน้นกิจกรรมแบบ outdoor ไม่เน้นพักผ่อนนอนเฉยๆ กิจกรรมของเราจึงมีตั้งแต่การออกเรือกับชาวประมง การเลี้ยงช้าง เดินป่ากับชาวกะเหรี่ยง และอื่นๆอีกมากมาย

นอกจากชาวชุมชนจะได้ประโยชน์จากการมาเที่ยวในหลายๆมิติแล้ว นักเดินทางก็จะยังได้สัมผัสประเทศไทยในแบบที่น้อยคนจะได้สัมผัส

#folkation #เที่ยวชุมชน #localtravel

08/08/2026

วันนี้มีโอกาสได้มาเที่ยวบ้านยุทธ ศิษย์เก่าที่เคยเคยเรียนที่ศูนย์การเรียนบ้านนาโต่ ดอยแม่สลอง ที่พูดถึงในโพสต์ที่แล้ว

ตอนนี้ยุทธกำลังค่อยๆทำบ้านเป็นร้านกาแฟ ทางเข้ากำลังทำแต่ข้างในสวยแล้วนะ ส่วนบรรยากาศก็อย่างที่เห็น เกือบจะเป็นร้านจริงๆเต็มตัว แถมตอนนี้ก็เริ่มคั่วขายตามออร์เดอร์แล้ว

สนใจกาแฟลองแวะเข้าไปเยี่ยมที่เพจของยุทธ แล้วถ้าร้านเปิดแล้วก็อย่าพลาดไปลอง ชา กาแฟ บ้านปางมะหัน

#บ้านปางมะหัน #บ้านนาโต่ #ศูนย์การเรียนบ้านนาโต่

06/08/2026

ที่ลานว่างเล็กๆในหมู่บ้านแห่งหนึ่งบนดอยสูงของจังหวัดเชียงราย เด็กๆกำลังส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าวแข่งกันดีดลูกแก้ว แต่ละคนพยายามทอดลูกแก้วให้หยุดอยู่ใกล้ขอบวงมากที่สุด โดยไม่เลยเส้นที่ขีดไว้บนพื้นดิน เกมดำเนินไปด้วยเสียงหัวเราะและการลุ้นของเพื่อนๆรอบวง

มองภาพนั้นอยู่พักหนึ่ง ก็อดคิดไม่ได้ว่า นอกจากลูกแก้วแล้ว ชีวิตของเด็กๆเหล่านี้จะเดินออกไปไกลจากกรอบที่ล้อมรอบพวกเขาได้มากแค่ไหน

อีกสิบหรือยี่สิบปีข้างหน้า เด็กเหล่านี้จะเติบโตเป็นใคร
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ภาพที่รับรู้มาตลอดคือ เมื่อเรียนจบการศึกษาภาคบังคับ บางคนกลับไปช่วยครอบครัวทำไร่ในแบบที่ทำสืบต่อกันมา บางคนออกจากหมู่บ้านไปขายแรงงาน หวังเก็บเงินก้อนแรกของชีวิตส่งกลับบ้าน ส่วนคนที่ได้เรียนต่อก็มี แต่คงไม่ได้มีมากนัก

คำถามนี้ติดตัวมาตลอด ก่อนจะมีโอกาสขึ้นไปที่ศูนย์การเรียนบ้านนาโต่ อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย

ศูนย์การเรียนบ้านนาโต่ อาชีวเกษตรแห่งขุนเขา แห่งนี้เกิดขึ้นจากพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เมื่อครั้งเสด็จเยี่ยมราษฎรในพื้นที่เมื่อปี 2549 และมีพระราชดำรัสสั้นๆตอนหนึ่งว่า "อย่าทิ้งพวกเด็กๆนะ" จากพระราชดำรัสเพียงประโยคนั้น ศูนย์การเรียนแห่งนี้จึงถือกำเนิดขึ้นในฐานะสถานีย่อยของวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเชียงราย เปิดสอนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพด้านการเกษตรให้กับเยาวชนในพื้นที่
ถ้ามองเผินๆ ที่นี่ก็ดูเป็นเพียงโรงเรียนเกษตรบนดอยอีกแห่งหนึ่ง แต่เมื่อใช้เวลาพูดคุยกับครูและนักเรียน จึงเริ่มเห็นว่า สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นที่นี่อาจไม่ใช่แค่การสอนให้ปลูกผัก เลี้ยงหมู หรือชิมกาแฟ
รอบศูนย์การเรียนมีหมู่บ้านของผู้คนหลายกลุ่มชาติพันธุ์ ทั้งอาข่า ลาหู่ ลีซอ ม้ง และจีนฮ่อ เด็กหลายคนเติบโตมาด้วยกันตั้งแต่ศูนย์เด็กเล็ก โรงเรียนประถม จนมาเรียนต่อที่นี่ แม้จะพูดกันคนละภาษา มีวัฒนธรรมและความเชื่อแตกต่างกัน แต่สำหรับพวกเขา ความหลากหลายไม่ใช่เรื่องที่ต้องมาเรียนรู้ หากเป็นชีวิตประจำวันที่คุ้นเคยมาตั้งแต่เด็ก
สิ่งที่น่าสนใจกว่าคือ แม้แต่ละชุมชนจะมีภาษาและวัฒนธรรมต่างกัน แต่เมื่อพูดถึงอนาคต หลายครอบครัวกลับมีภาพที่คล้ายกัน นั่นคือการส่งลูกหลานออกไปทำงานต่างประเทศ ที่นิยมไปกันก็เช่น อิสราเอล เกาหลีใต้ ไต้หวัน หรือออสเตรเลีย ซึ่งจะใช้บริการผ่านผู้จัดหางานเอกชนเพราะดำเนินการได้เร็วกว่าภาครัฐ ถ้าถามว่าปลอดภัยไหมก็คงต้องบอกว่าระดับหนึ่ง เพราะพวกเขามักติดต่อผ่านผู้จัดหาที่ได้เคยส่งญาติหรือเพื่อนไปทำงานต่างประเทศมาแล้ว แม้ค่าใช้จ่ายจะเป็นหลักแสน แต่ทุกคนก็ยอมจ่าย เพราะมองว่านั่นคือวิธีที่เร็วที่สุดในการสร้างทุนตั้งต้นให้กับชีวิต
ฟังเผินๆมันเหมือนการจากบ้าน แต่ยิ่งฟังเรื่องราวของผู้คนในพื้นที่ ก็ยิ่งรู้สึกว่าหลายคนไม่ได้ออกไปเพราะไม่รักบ้าน ตรงกันข้าม พวกเขาออกไปเพราะหวังว่าสักวันจะมีทุนมากพอที่จะกลับมาใช้ชีวิตที่บ้านได้ในแบบที่ตัวเองเลือก
วันนั้นมีโอกาสไปนั่งคุยกับ "ยุทธ" ศิษย์เก่าของศูนย์การเรียนแห่งนี้ ยุทธเองก็เคยเลือกเส้นทางเดียวกับคนหนุ่มสาวอีกหลายคนในพื้นที่ เขาเดินทางไปทำงานต่างประเทศเพื่อเก็บเงินก้อนหนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจกลับบ้าน

หลังกลับมา เขาเริ่มตั้งคำถามกับสิ่งที่ครอบครัวทำมาตลอด บ้านของเขาปลูกกาแฟมาตั้งแต่รุ่นพ่อ ผลผลิตส่วนใหญ่ถูกขายเป็นเมล็ดดิบ เน้นปริมาณ และหวังกำไรจากส่วนต่างเพียงเล็กน้อย เป็นวิถีที่เกษตรกรจำนวนมากคุ้นเคย แต่ยุทธกลับตั้งคำถามว่า หากทรัพยากรยังเป็นกาแฟเหมือนเดิม จะทำอย่างไรให้สิ่งที่ปลูกมาทั้งชีวิตมีคุณค่ามากกว่าการเป็นเพียงวัตถุดิบ

คำถามนั้นพาเขาออกไปเรียนรู้เรื่องกาแฟ การคั่ว และการแปรรูปจากหลายแห่ง ก่อนจะกลับมาทดลองกับผลผลิตของครอบครัวและกาแฟสายพันธุ์ใหม่ๆ

วันนี้บ้านหลังเดิมที่เคยเป็นเพียงที่เก็บผลผลิต วันนี้เริ่มมีเครื่องคั่วกาแฟ มีโต๊ะไม้ยาว และมุมที่เตรียมไว้สำหรับคนแปลกหน้าที่จะมาเยี่ยมหมู่บ้าน

สิ่งที่เปลี่ยนไปไม่ใช่กาแฟ แต่เป็นวิธีมองกาแฟ และระหว่างฟังเรื่องของยุทธ ก็เริ่มเข้าใจบทบาทของศูนย์การเรียนแห่งนี้มากขึ้น
ที่นี่ไม่ได้สอนให้เด็กทำเกษตรแค่ปลูกผักเลี้ยงหมู สิ่งที่ที่นี่กำลังทำ คือช่วยให้เด็กมองเห็นว่า สิ่งที่อยู่รอบตัวมาตลอด ยังสามารถสร้างคุณค่าได้มากกว่าที่เคยคิด องค์ความรู้ใหม่ไม่ได้เข้ามาแทนภูมิปัญญาของครอบครัว แต่เข้ามาช่วยให้ของเดิมเดินต่อไปได้ในโลกที่เปลี่ยนแปลง
พอรถค่อยๆลงจากดอย สิ่งที่ติดอยู่ในหัวกลับไม่ใช่อาคารเรียน ไม่ใช่แปลงเกษตร และไม่ใช่วิวภูเขาที่โอบล้อมศูนย์ฯ แต่เป็นภาพเด็กๆที่กำลังดีดลูกแก้วอยู่ในลานดินของหมู่บ้าน ภาพบ้านของยุทธ ภาพเด็กหอช่วยกันทำอาหาร ภาพของครูที่ดูแลเด็กๆเหล่านี้ และความหวังว่า วันหนึ่ง เมื่อพวกเขาเติบโตขึ้น เส้นทางชีวิตของพวกเขาอาจไม่ได้หยุดอยู่แค่ในกรอบเดิมๆที่เคยถูกขีดไว้

ภาพ: หลังคาบ้านอาข่าระหว่างทาง
ติดตามกิจกรรมของศูนย์ฯได้ที่: ศูนย์การเรียนบ้านนาโต่ วษท.เชียงราย-Official-

#บ้านนาโต่ #เชียงราย #ศูนย์การเรียนบ้านนาโต่

31/07/2026

อาข่าโฮมดินเนอร์

29/07/2026

Survey

16/07/2026

หลายครั้งเวลาพูดถึงป่า เรามักนึกถึงพื้นที่สีเขียวกว้างใหญ่ นึกถึงแผนที่ นึกถึงเส้นเขตแดน

แต่สำหรับคนที่ใช้ชีวิตกับป่า ป่าไม่ใช่พื้นที่บนกระดาษ หากเป็นที่มาของกับข้าวมื้อเย็น เป็นยารักษาไข้ เป็นที่พึ่งในวันที่เงินหมด และเป็นสถานที่ที่เลี้ยงลูกหลานให้เติบโตมาได้

เมื่อเดินอยู่ในป่ากับพวกพี่น้อย พวกแม่ๆแห่งบะไห หรือพวกพี่อาทิตย์แห่งคันท่าเกวียน ฟังเรื่องราวการหาอยู่หากินในอดีตและปัจจุบัน เราไม่ได้กำลังเรียนเรื่องกฎหมายหรือทำความเข้าใจนโยบายใดๆ หากแต่เป็นเห็ดซ่อนตัวอยู่ในที่แบบไหน หัวมันแบบไหนควรปล่อยไว้ก่อน ฝนแรกแบบนี้หาปลาไม่ได้นะเพราะน้ำเยอะเกิน ฯลฯ ความรู้เหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากตำรา หากค่อยๆ สั่งสมผ่านการใช้ชีวิตร่วมกับผืนป่ามาหลายชั่วอายุคน

บางทีก่อนจะตั้งคำถามว่าชุมชนควรมีสิทธิในการดูแลป่าหรือไม่ เราอาจแค่ต้องทำความเข้าใจว่าผู้คนที่นั่นใช้ชีวิตผูกพันกับผืนป่าอย่างไร เมื่อชีวิตผูกอยู่กับป่า การดูแลป่าก็ไม่ใช่หน้าที่ที่มีใครมอบให้ แต่เป็นสิ่งที่ผู้คนทำเพื่อรักษาวิถีชีวิตของตัวเอง

แนวคิดเรื่องโฉนดชุมชนคงเกิดขึ้นจากความเชื่อเช่นนี้ เป็นความพยายามที่จะส่งเสียงว่า นอกจากความรู้ของรัฐแล้ว ยังมีความรู้ของผู้คนที่อยู่กับพื้นที่จริง มีระบบดูแล มีข้อตกลงร่วม และมีวิธีรักษาทรัพยากรที่เติบโตขึ้นจากประสบการณ์ของคนในชุมชนเอง

คำตอบไม่ได้อยู่ในเอกสารเสมอไป
แต่อาจอยู่ในรอยเท้าของคนที่เดินเข้าออกผืนป่ามาตลอดชีวิต
--------------------
✉️ สามารถฝากอีเมลไว้กับเราได้ทางข้อความส่วนตัว

ในแต่ละปี Folkation เลือกเปิดการเดินทางเพียงไม่กี่ครั้ง ตามจังหวะของฤดูกาล สถานที่ และผู้คน

เมื่อมีการเดินทางครั้งใหม่ เราจะส่งรายละเอียดให้โดยตรง 🌱

#อุบล69

Photos from Folkation's post 14/07/2026

เวลามีคนอยากมาร่วมเดินป่ากับพี่น้อย ฉันจะโทรไปคุยนัดกับแกก่อน เพื่อที่แกจะได้จัดวันเข้าป่าให้ตรงกับวันที่จะมีคนไปด้วย

แกบอกว่าวันสองวันรอได้ เพราะไม่ว่าอย่างไร ช่วงหน้าฝนก็เป็นเวลาที่เข้าป่าบ่อยอยู่แล้ว ไปหาเห็ด หาผัก และของกินตามฤดูกาล

ในวันที่จะเดินป่ากัน พี่น้อยเตรียมของเหมือนทุกครั้ง ข้าว เกลือ พริก ปลาร้า มีด ไฟฉาย เครื่องมือหาปลาห้วย เสื้อผ้าสักชุดเผื่อเปียกฝน

ถ้ามีคนมาร่วมเดินด้วยก็จะเตรียมเสบียงอาหารเพิ่มขึ้น เป็นเนื้อสัตว์ อาหารแห้ง วัตถุดิบอาหารง่ายๆรสกลางๆที่ทุกคนกินได้ รวมถึงเต็นท์สำหรับคนที่ยังไม่คุ้นกับการนอนกลางแจ้ง
ลำห้วยในป่าสวยขนาดนั้น เลยเดาว่าความสุขของคนหากินกับป่าอย่างพวกพี่น้อยน่าจะเป็นการแวะลงห้วย นวดตัวด้วยน้ำตก แช่น้ำใสสะอาดคลายเหนื่อย แล้วออกเดินต่อ

แต่ถ้ามีคนมาเดินด้วย จังหวะของวันก็จะค่อยๆช้าลง จะนั่งเล่นริมลำห้วยนานขึ้น แวะแช่น้ำห้วยตรงนั้นบ้าง ตรงนี้บ้าง แวะน้ำตกนานขึ้น เปลี่ยนที่กินข้าว จากที่ปกติเป็นเพียงช่วงพักสั้นๆระหว่างการหาของป่าเป็นการใช้เวลาซึมซับบรรยากาศป่าหน้าฝน

นอกเหนือจากนั้น ทุกอย่างยังเป็นเหมือนเดิม เส้นทางเดิม ป่าเดิม และวิถีชีวิตเดิม

เพียงแต่ในวันนั้น นักเดินทางจากเมืองไกลได้มีโอกาสเดินเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในวันธรรมดาของพวกพี่น้อยและผู้คนขอบป่า

--------------------
✉️ สามารถฝากอีเมลไว้กับเราได้ทางข้อความส่วนตัว

ในแต่ละปี Folkation เลือกเปิดการเดินทางเพียงไม่กี่ครั้ง ตามจังหวะของฤดูกาล สถานที่ และผู้คน

เมื่อมีการเดินทางครั้งใหม่ เราจะส่งรายละเอียดให้โดยตรง 🌱

#อุบล69

Photos from Folkation's post 12/07/2026

ปีนี้ป่าของแม่ๆรับฝนชุกตั้งแต่ต้นฤดู
คือข่าวพี่น้อยส่งมาเป็นระยะ
ช่วงนี้ฝนลงหนักทุกวัน
หนักถึงขนาด
ทำให้หมวกเห็ดช้ำแตก
ช่วงนี้เห็ดเยอะซะด้วยสิ

ตอนนี้น้ำตกแต่ละแห่งมีน้ำเยอะมาก
ลำห้วยต่างๆก็น้ำเต็ม
แต่น้ำยังขุ่นนะพี่
รออีกแป๊บ
อีกไม่นานน้ำก็ใส
แล้วก็ไม่ใช่แค่ที่นี่นะ
อีกตำบลก็เหมือนกัน

--------------------

✉️ สามารถฝากอีเมลไว้กับเราได้ทางข้อความส่วนตัว

ในแต่ละปี Folkation เลือกเปิดการเดินทางเพียงไม่กี่ครั้ง ตามจังหวะของฤดูกาล สถานที่ และผู้คน

เมื่อมีการเดินทางครั้งใหม่ เราจะส่งรายละเอียดให้โดยตรง 🌱

#อุบล69

29/06/2026

มีคนจำนวนไม่น้อยที่ย้ายมาอยู่หนองคาย แต่มีไม่กี่คนที่เลือกใช้เวลาหลายปีเล่าเรื่องเมืองนี้ให้คนอื่นฟัง

ตอนแรกดูเหมือนว่าคุณเมนี่จากเพจ Nongkhai & Friends ทำเพจท่องเที่ยว แต่ดูไปเรื่อยๆก็เริ่มไม่แน่ใจ เพราะสิ่งที่ถูกหยิบมาเล่าอยู่เสมอแทบไม่มีสถานที่สำคัญของจังหวัด ไม่มีร้านดังที่ต้องไปเช็กอิน ไม่มีลิสต์สถานที่ลับ ไม่มีโปรแกรมเที่ยวหนึ่งวัน หากเป็นเรื่องราวต่างๆของสิ่งเล็กๆและผู้คนที่กำลังลงมือทำอะไรบางอย่างอยู่ในเมืองแห่งนี้
เรื่องที่เพจเล่าก็เช่นเรื่องของ...

คนที่มองเห็นศักยภาพของทรัพยากรในพื้นที่ และเสียดายที่เด็กๆไม่มีพื้นที่ทำกิจกรรม จึงเริ่มชวนเยาวชนมาทำกิจกรรม โดยใช้คาเฟ่เล็กๆของตัวเองเป็นพื้นที่ปลอดภัย

คนที่อยู่กับแม่น้ำโขงมานาน จนเห็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับสายน้ำ และวันหนึ่งก็ตัดสินใจออกมาส่งเสียงแทนแม่น้ำ

คนที่อยากให้ผ้าโบราณยังคงส่งต่อเรื่องราวของท้องถิ่น จึงออกตามเก็บสะสมผืนผ้าที่คนเฒ่าคนแก่เคยใช้ หลายครั้งพบมันอยู่ในมุมที่คาดไม่ถึง หรืออยู่ในสภาพที่ถูกกาลเวลากัดกินมาเป็นสิบๆปี เพียงเพื่อจะถูกพบเจอ

คนที่อยากให้หนองคายมีพื้นที่อ่านหนังสือ จึงเริ่มต้นจากห้องสมุดเล็กๆ ที่ค่อยๆพยายามสร้างวัฒนธรรมการอ่าน จนต่อยอดเป็น Nongkhai Reading Week เป็น Book Club และวงเสวนาที่ทำให้ผู้คนได้มาพบกัน

ครูคนหนึ่งที่ตั้งคำถามว่า ทำไมเด็กในโรงเรียนเล็กๆ จะพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ จึงค่อยๆนำภาษาอังกฤษเข้าไปอยู่ในบทสนทนาของชีวิตประจำวันของเด็กๆ... และอื่นๆ

สิ่งที่แต่ละคนเริ่มต้นอาจดูเล็กมาก และดูเหมือนเป็นเรื่องเฉพาะของตัวเอง แต่เมื่อเวลาผ่านไป เรื่องเล็กๆ เหล่านี้กลับค่อยๆแตะถึงผู้คนรอบข้างโดยไม่รู้ตัว
ชัดแล้วว่าสิ่งที่เพจนี้กำลังรวบรวมอาจไม่ใช่สถานที่ หากคือผู้คนที่เลือกลงมือทำในสิ่งที่ตัวเองรู้สึกผูกพัน

เมื่อมองแยกกัน เรื่องเหล่านี้ดูเหมือนจะเป็นคนละเรื่อง คนละวงการ และแทบไม่เกี่ยวข้องกันเลย แต่เมื่อมองนานพอ กลับเห็นว่ามันกำลังเชื่อมถึงกันอย่างเป็นธรรมชาติ ผู้คนค่อยๆมองเห็นกันและกัน เริ่มร่วมมือกัน และทำให้เรื่องเล็กๆ ที่เคยกระจัดกระจายค่อยๆมีทิศทางร่วมกันโดยไม่จำเป็นต้องมีใครเป็นศูนย์กลาง
คงมีหลายเมืองที่กำลังพยายามสร้างสิ่งใหม่เพื่อดึงดูดผู้มาเยือน เราพูดถึงแลนด์มาร์กแห่งใหม่ พื้นที่แห่งใหม่ หรือกิจกรรมใหม่ๆ ที่จบลงเมื่อเทศกาลสิ้นสุดอยู่เสมอ

แต่สิ่งที่ผู้คนกลุ่มเล็กๆในหนองคายกำลังทำกลับต่างออกไป ดูเหมือนว่าพวกเขาไม่ได้พยายามทำให้เมืองดูยิ่งใหญ่กว่าที่เป็น หากแต่ให้เวลากับสิ่งที่มีอยู่แล้ว ค่อยๆเชื่อมโยงผู้คน เปิดพื้นที่ให้คนได้มาพบกัน และทำให้เรื่องเล็กๆที่ดูแยกจากกันค่อยๆก่อร่างเป็นระบบนิเวศของผู้คนที่ช่วยกันสร้างเอกลักษณ์ให้กับเมือง

บางทีเมืองหนึ่งอาจไม่ได้น่าจดจำเพราะมีสิ่งปลูกสร้างโดดเด่นหรือมีสถานที่ท่องเที่ยวมากที่สุด แต่อาจน่าจดจำเพราะมีผู้คนที่ยังเชื่อว่าสิ่งเล็กๆ รอบตัวมีคุณค่าพอที่จะดูแล เล่าเรื่อง และชวนให้คนอื่นมองเห็น

และบางที นั่นอาจเป็นรูปแบบของการท่องเที่ยวอีกแบบหนึ่ง ที่ไม่ได้เริ่มจากการสร้างสิ่งใหม่ แต่เริ่มจากการทำให้ผู้คนมองเห็นคุณค่าของสิ่งที่มีอยู่แล้ว

ในอนาคต หนองคายอาจยังเป็นเมืองเล็กริมโขงเหมือนเดิม แต่ก็อาจค่อยๆเติบโตเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ชูรากเหง้าของตัวเองอย่างเข้มข้น จากผู้คนที่ลุกขึ้นมาทำในสิ่งที่เชื่อ และช่วยกันสร้างการท่องเที่ยวที่เติบโตไปพร้อมกับเมือง มากกว่าจะเติบโตกลายเป็นเมืองที่ชาวเมืองไม่รู้จัก

ขอชวนทุกคนไปร่วมให้กำลังใจผู้คนกลุ่มเล็กๆ เหล่านี้ ผ่านเพจ Nongkhai & Friends หรือใครสนใจเรื่องใดในหนองคายเป็นพิเศษก็ทักสอบถามไปได้เลย

#หนองคาย

Photos from โรงพยาบาลช้าง ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย Elephant Hospital, TECC's post 31/05/2026

มาทำความรู้จัก EEHV และขั้นตอนการทำงานของทีมสัตวแพทย์กันครับ การดูแลช้างไม่ง่ายเลย

Address


Chiang Rai
57100

Alerts

Be the first to know and let us send you an email when Folkation posts news and promotions. Your email address will not be used for any other purpose, and you can unsubscribe at any time.