123Microcontroller
ร่วมแบ่งปันโปรเจคและสาระความรู้ทา?
เรียนรู้สมองกลฝังตัว กับเว็บไซต์ www.123microcontroller.com
ข่าวสารเทคโนฯ http://microcontroller-electronics-update.blogspot.com
15/06/2026
ฟีเจอร์ **“Calling Link nodes from the Function node”** ที่เพิ่มเข้ามาใน Node-RED 5 เป็นการยกระดับความสามารถของ **Function node** ให้สามารถสื่อสารกับ **Link node** ได้โดยตรงครับ 🎯
---
# # 🔎 ก่อนหน้านี้ (Node-RED 4)
- **Link node** ใช้สำหรับเชื่อมโยง flow ระหว่าง tab หรือส่วนต่าง ๆ ของ workspace
- การส่งข้อความไปยัง Link node ต้องทำผ่านการเชื่อมต่อสาย (wires) เท่านั้น
- Function node ไม่สามารถเรียกใช้ Link node โดยตรงจากโค้ด
---
# # 🚀 ใน Node-RED 5
- เพิ่ม API ใหม่ใน Function node:
```js
node.linkcall("ชื่อ-link-node", msg)
```
- สามารถ **เรียกใช้ Link node โดยตรงจากโค้ด** และรอรับ response กลับมาได้
- ทำให้ Function node ทำงานเหมือนเป็น **caller** ที่ส่งข้อความไปยัง Link node และรับผลลัพธ์กลับมา
---
# # 📌 ประโยชน์ที่ได้
- **ลดการลากสาย (wiring clutter)** → flow ดูสะอาดขึ้น
- **สร้างโครงสร้าง modular** → แยก logic ออกเป็นส่วน ๆ แล้วเรียกใช้ผ่าน Link node
- **รองรับการทำงานแบบ async** → Function node สามารถรอผลลัพธ์จาก Link node ได้เหมือนการเรียกฟังก์ชัน
- **เพิ่มความยืดหยุ่น** → ใช้ Link node เป็น “service” ที่ Function node เรียกใช้เมื่อจำเป็น
---
# # 🛠️ ตัวอย่างการใช้งาน
```js
// ภายใน Function node
let result = await node.linkcall("processData", {payload: 123});
msg.payload = result;
return msg;
```
- `processData` คือชื่อของ Link node ที่ตั้งไว้
- ส่ง `{payload: 123}` ไปยัง Link node
- รอผลลัพธ์กลับมาแล้วนำไปใช้ต่อใน flow
---
สรุป: ฟีเจอร์นี้ทำให้ **Link node กลายเป็นเหมือน “microservice” ภายใน Node-RED** ที่ Function node สามารถเรียกใช้ได้โดยตรง ไม่ต้องพึ่งสายเชื่อมต่ออีกต่อไปครับ ✨
14/06/2026
การเข้าใจวิวัฒนาการและระบบนิเวศของ .NET จะช่วยให้เห็นภาพรวมที่ชัดเจนขึ้นมาก และทำให้เราเลือกเครื่องมือที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละโปรเจกต์ได้อย่างมั่นใจครับ
เรามาลองเจาะลึกเรื่องนี้กันเลยดีกว่า โดยผมจะเปรียบเทียบ 3 ยุคสมัยของ .NET ให้เห็นภาพได้ง่ายขึ้นครับ:
# # # **วิวัฒนาการของ .NET: การเดินทางจาก Windows สู่โลกกว้าง**
# # # # **1. .NET Framework (ยุคบุกเบิก):**
* **แนวคิดหลัก:** ถูกสร้างขึ้นมาโดยเน้นการทำงานบนระบบปฏิบัติการ **Windows เท่านั้น**
* **เปรียบเหมือน:** **รถถัง** ที่แข็งแกร่งและทรงพลัง มีฟังก์ชันเพียบพร้อม แต่ถูกออกแบบมาให้วิ่งได้เฉพาะบนพื้นผิวที่ราบเรียบของ "Windows" เท่านั้น ยกไปวิ่งบนภูเขา (Linux) หรือกลางทะเล (Cloud) ไม่ได้เลย
* **การใช้งาน:** เหมาะสำหรับดูแลรักษาระบบเก่าที่ถูกสร้างขึ้นมาหลายปีแล้ว และจำเป็นต้องทำงานบนเซิร์ฟเวอร์ Windows เท่านั้น
# # # # **2. .NET Core (ยุคเปลี่ยนผ่าน):**
* **แนวคิดหลัก:** คือการสร้าง .NET ขึ้นมาใหม่ทั้งหมดเพื่อให้สามารถทำงานได้แบบ **Cross-platform** (Windows, Linux, macOS) มีความเบาและรวดเร็ว
* **เปรียบเหมือน:** **รถสะเทินน้ำสะเทินบก** ที่เริ่มมีความยืดหยุ่นมากขึ้น วิ่งได้หลากหลายพื้นผิว แต่ก็อาจจะยังมีข้อจำกัดบางอย่าง หรือความรู้สึกในการขับขี่ที่แตกต่างไปจากรถถังคันเดิม
* **การใช้งาน:** เป็นช่วงที่นักพัฒนาเริ่มเปลี่ยนผ่านจากการเน้นแค่ Windows สู่การสร้างแอปพลิเคชันที่สามารถทำงานได้ทุกที่ เหมาะสำหรับโปรเจกต์ใหม่ๆ ที่ต้องการความคล่องตัว
# # # # **3. Modern .NET (ยุคปัจจุบัน):**
* **แนวคิดหลัก:** คือการนำสถาปัตยกรรมของ .NET Core มาพัฒนาต่อ แล้วตัดคำว่า "Core" ทิ้งทั้งหมด โดย Microsoft มุ่งเน้นการยุบรวมทุกอย่างให้เป็นชื่อเดียว คือ **.NET** (เริ่มตั้งแต่เวอร์ชัน .NET 5, 6, 7, 8 เป็นต้นมา)
* **เปรียบเหมือน:** **ยานอวกาศ** ที่รวดเร็ว ทรงพลัง และสามารถไปได้ทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นบนพื้นโลก (Windows) ดาวเคราะห์ต่างๆ (Linux, macOS) หรือแม้แต่ในอวกาศ (Cloud) ถือเป็นจุดสูงสุดของวิวัฒนาการที่นำเอาข้อดีของทุกยุคมาสรุปและพัฒนาต่อยอดครับ
* **การใช้งาน:** คือมาตรฐานใหม่สำหรับโปรเจกต์สมัยใหม่ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนา Web API, Microservices, Cloud-native applications, หรือแม้แต่แอปพลิเคชันบนมือถือและเดสก์ท็อป
# # # **สรุปจุดเด่นของ Modern .NET (ยุคปัจจุบัน):**
* **ประสิทธิภาพสูงและเบา:** ทำงานได้รวดเร็วและใช้ทรัพยากรน้อย เหมาะอย่างยิ่งกับระบบคลาวด์และงานสเกลใหญ่
* **Cross-platform:** เขียนโค้ดครั้งเดียว รันได้ทุกที่ (Windows, Linux, macOS, iOS, Android)
* **สนับสนุนอย่างต่อเนื่อง:** Microsoft มีการอัปเดตเวอร์ชันใหม่ๆ อยู่เสมอ พร้อมรับการสนับสนุนในระยะยาว
---
18/03/2026
ปล่อย C # Concurrent series 10 ตอน
16/03/2026
แชร์เรื่องราว ROS 2 อ่านกันสนุกๆ ครับ
https://wisit.github.io/wisit-docs/docs/02-industrial-ai-automation/ros2-series/
04/03/2026
🚀 **อัปเกรดความรู้แบบก้าวกระโดด! 123Microcontroller กลับมาพร้อมเนื้อหาใหม่ที่เข้มข้นกว่าเดิม!** 🛠️⚡
เราเพิ่งยกเครื่องเว็บไซต์ใหม่ พร้อมอัปเดตบทความเชิงลึกด้าน STM32, ESP32 และเทคนิค Web Engineering สำหรับสาย Maker และ Engineer โดยเฉพาะ!
✅ **มีอะไรใหม่บ้าง?**
* บทความเจาะลึกสถาปัตยกรรม Cortex-M4
* Guide การใช้งาน STM32CubeIDE แบบมือโปร
* เทคนิคการเขียน C สำหรับระบบ Embedded ยุคใหม่
🇹🇭 **พิเศษสำหรับแฟนเพจชาวไทย:**
บทความของเราตอนนี้เป็นแบบ Bilingual (2 ภาษา) แล้วนะครับ! ใครถนัดภาษาไหนเลือกอ่านได้เลย แต่อย่าลืมกดปุ่ม **"อ่านภาษาไทย"** ที่มุมขวาบน เพื่อรับเนื้อหาที่สรุปมาให้เข้าใจง่ายในสไตล์ภาษาช่างบ้านเราครับ!
03/02/2026
ลงทุน ERP ไปหลายล้าน ทำไมหน้างานยังวุ่นวาย?
เคยสงสัยไหมครับ? โรงงานหลายแห่งลงทุนระบบ ERP (Enterprise Resource Planning) ราคาแพงไประดับสิบล้าน แต่ทำไมผู้จัดการโรงงานยังต้องวิ่งวุ่นแก้ปัญหาหน้างาน? ทำไมยอดสต็อกในคอมพิวเตอร์กับของจริงไม่เคยตรงกัน? และทำไมฝ่ายผลิตยังต้องนั่งกรอกข้อมูลลงกระดาษทุกกะ?
https://wpsolution2017.com/th/blog/mes-vs-erp-difference/
28/01/2026
🚀 **ปลดล็อกข้อจำกัด Hardware เดิมๆ สู่ยุค "Software-Defined Automation" ด้วย CODESYS V3.5**
ในยุคที่ Smart Factory ไม่ใช่ทางเลือกแต่เป็นทางรอด... คุณยังยึดติดกับ PLC ยี่ห้อเดิมๆ ที่ผูกขาด (Vendor Lock-in) อยู่หรือเปล่า?
ขอแนะนำให้รู้จักกับ **CODESYS V3.5** แพลตฟอร์มมาตรฐานโลก (IEC 61131-3) ที่เปรียบเสมือน "Android ของวงการ PLC"
✅ **Hardware Independent:** เขียนโค้ดครั้งเดียว รันได้ตั้งแต่ Raspberry Pi ยัน Industrial IPC กว่า 500 แบรนด์
✅ **All-in-One:** รวม Logic, Motion Control, HMI และ IIoT (MQTT/OPC UA) ไว้ในที่เดียว
✅ **Modern Dev:** รองรับ OOP และภาษา Structured Text (ST) เต็มรูปแบบ
ทำไมทั่วโลกถึงยกให้ CODESYS เป็น Game Changer? และทำไมโรงงานยุคใหม่ต้องเริ่มปรับตัว?
หาคำตอบได้ในบทความฉบับเต็มจากทีม Architect ของเราครับ 👇
🔗 **อ่านต่อ:** [ https://wpsolution2017.com/th/blog/what-is-codesys-v35/ ]
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
เว็บไซต์
ที่อยู่
Nakhon Ratchasima
30000