BMS
ภาควิชาการบริหารอุตสาหกรรมการผลิต?
30/08/2026
อ่านคนออก ทำงานกับใครก็รอด! แบบทดสอบอ่านใจคนในออฟฟิศ ด้วย DOPE Bird Personality Test
อ่านคนออก ทำงานกับใครก็รอด มาถอดรหัสแบบทดสอบบุคลิกภาพ นก 4 ชนิด หรือ DOPE Bird Personality Test
ในโลกของการทำงานและการเจรจา สิ่งที่ทำให้เราหมดพลังงานบ่อยที่สุดมักไม่ใช่งานที่ทำ แต่คนส่วนใหญ่หมดพลังไปกับพฤติกรรมของคน หรือคนที่เราทำงานด้วย การเข้าใจความหลากหลายทางพฤติกรรมจึงเป็นทักษะสำคัญที่ช่วยเปลี่ยนความขัดแย้งให้กลายเป็นความร่วมมือ โดยหนึ่งในแบบทดสอบที่น่าสนใจอีกตัวก็คือ “DOPE Bird Personality Test” ซึ่งคิดค้นโดย Richard N. Stephenson จากแนวคิดเดิมของ Dr. Gary Couture ได้นำหลักการประเมินพฤติกรรมแบบ DISC มาเปรียบเทียบกับธรรมชาติของนก 4 ชนิด เพื่อให้คนทำงานเข้าใจง่าย จดจำได้ดี และนำไปปรับใช้ในชีวิตจริงได้ทันที
มาทำความรู้จัก DOPE Bird Personality Test กับนก 4 ชนิด คุณและเพื่อนร่วมทีมเป็นนกประเภทไหน ?
การประเมินบุคลิกภาพผ่านนก 4 ชนิด ไม่ใช่การตัดสินว่าใครดีหรือแย่กว่าใคร แต่เป็นการมองเห็นจุดแข็ง จุดบอด และวิธีปรับรูปแบบการสื่อสารให้ตรงกับคนแต่ละสไตล์
1. Dove (นกพิราบ) - นักฟังที่ดีที่สุดในห้อง สายซัพพอร์ตตัวจริง!
กลุ่มนกพิราบคือตัวแทนของความสงบ อ่อนโยน และความเห็นอกเห็นใจ พวกเขาเป็นผู้ฟังที่ดี มีทักษะในการประนีประนอม และให้ความสำคัญกับทีมเวิร์กเป็นอันดับหนึ่ง จึงมักเติบโตได้ดีในอาชีพครู, เมนเทอร์ หรือนักสังคมสงเคราะห์ อย่างไรก็ตาม จุดที่ต้องระวังของนกพิราบคือการเป็น People-pleaser ที่ปฏิเสธคนไม่เก่ง มักหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า ขี้เกรงใจ และกลัวการเปลี่ยนแปลง หากต้องทำงานหรือเจรจากับนกพิราบ ควรเริ่มต้นด้วยการสร้างความอบอุ่น ความจริงใจ ให้เวลาในการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ และค่อย ๆ ดำเนินการอย่างเป็นขั้นตอนโดยไม่กดดันหรือเร่งรัด
[สไตล์พฤติกรรม & จุดเด่น]
🟢 อ่อนโยน ประนีประนอม เห็นอกเห็นใจ
🟢 เป็นผู้ฟังที่ดี เน้นความสัมพันธ์และทีมเวิร์ก
[ข้อควรระวัง / จุดบอด]
🟢 หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า
🟢 ปฏิเสธคนไม่เก่ง กลัวการเปลี่ยนแปลง
🟢 ต้องการคำยืนยันในสิ่งที่ทำ
[เทคนิคการทำงานและการเจรจาด้วย]
🟢 สื่อสารด้วยความอบอุ่น จริงใจ
🟢 ไม่เร่งรัด ให้เวลาสร้างความเชื่อใจ
🟢 ค่อย ๆ ดำเนินการอย่างเป็นระบบ
2. Owl (นกฮูก) - คนที่ต้องการข้อมูลครบก่อนตัดสินใจ Precision และ Logic คือคำสำคัญที่สุดในชีวิต
นกฮูกคือจอมวางแผนที่ขับเคลื่อนด้วยตรรกะ ข้อมูล และความถูกต้อง มีความละเอียดรอบคอบ ทำงานเป็นระบบ และยึดถือมาตรฐานที่สูง อาชีพที่เหมาะกับนกฮูกจึงมักเป็นงานวิศวกรรม, งานบัญชี หรือสายงานวิเคราะห์ แต่ข้อเสียคือ ความที่เป็น Perfectionist อาจทำให้เกิดอาการ Over-analyze หรือคิดเยอะจนตัดสินใจช้า เกลียดความเสี่ยง และบางครั้งอาจถูกมองว่าหัวแข็งหรือชอบจับผิดความคิดผู้อื่น การดีลงานกับนกฮูกให้ราบรื่น จึงต้องเตรียมข้อมูลให้แน่น มีสถิติอ้างอิงชัดเจน คุยด้วยเหตุผลและข้อมูลจริงมากกว่าอารมณ์หรือความรู้สึกส่วนตัว
[สไตล์พฤติกรรม & จุดเด่น]
🔵 สุขุม ละเอียดรอบคอบ คิดเป็นระบบ
🔵 ยึดถือความถูกต้อง ตรรกะ และข้อมูล
[ข้อควรระวัง / จุดบอด]
🔵 คิดเยอะจนตัดสินใจช้า (Over-analyze)
🔵 หัวแข็ง ชื่นชอบการจับผิดความคิดผู้อื่น
🔵 ชอบจะเลี่ยงความเสี่ยง
[เทคนิคการทำงานและการเจรจาด้วย]
🔵 นำเสนอด้วยข้อเท็จจริงและสถิติ
🔵 มีระเบียบและเตรียมข้อมูลให้ครบถ้วน
🔵 อย่าใช้อารมณ์หรือความรู้สึกส่วนตัว
3. Peacock (นกยูง) - คนที่ทำให้ทุกห้องมีชีวิตชีวา มีความคิดสร้างสรรค์สูง
นกยูงคือสายสร้างสีสันประจำออฟฟิศ เปี่ยมไปด้วยพลัง ความสร้างสรรค์ และมนุษยสัมพันธ์ ชอบความท้าทาย สื่อสารเก่ง โน้มน้าวใจคนได้ดี จึงมักโดดเด่นในสายงานขาย, การตลาด หรือนักสื่อสารองค์กร ทว่าจุดบอดของนกยูงคือการละเลยรายละเอียด บริหารเวลาไม่เก่ง และมักจะตกหล่นเรื่องการติดตามงานให้เสร็จสมบูรณ์ นอกจากนี้ยังต้องการคำชมและการยอมรับสูง เทคนิคการคุยกับนกยูงคือการสร้างบรรยากาศที่เป็นมิตร ชวนคุยแบบเปิดกว้าง หลีกเลี่ยงการหักหน้าหรือโต้เถียงตรง ๆ และช่วยสนับสนุนภาพใหญ่ให้ไอเดียของเขาเป็นจริง
[สไตล์พฤติกรรม & จุดเด่น]
🟡 มั่นใจ ร่าเริง มีเสน่ห์ สร้างสีสัน
🟡 สื่อสารเก่ง โน้มน้าวใจและสร้างแรงบันดาลใจ
[ข้อควรระวัง / จุดบอด]
🟡 ไม่ใส่ใจรายละเอียด บริหารเวลาไม่เก่ง
🟡 ขาดความอดทน ลืมติดตามงานให้จบ
🟡 ต้องการการยอมรับและคำชมเชย
[เทคนิคการทำงานและการเจรจาด้วย]
🟡 สื่อสารอย่างเป็นมิตร อุ่นเครื่องก่อนคุยงาน
🟡 หลีกเลี่ยงการโต้เถียงตรง ๆ
🟡 สนับสนุนไอเดียและภาพใหญ่ของเขา
4. Eagle (นกอินทรี) - ผู้นำที่เกิดมาเพื่อสั่งการ เด็ดขาดมุ่งเป้าหมาย
นกอินทรีคือผู้นำตามสัญชาตญาณ มั่นใจ เด็ดขาด และพร้อมพุ่งชนเป้าหมายเสมอ พวกเขาเน้นผลลัพธ์ (Output-oriented) และชอบโครงสร้างงานที่ชัดเจน จึงมักก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งระดับบริหารหรือผู้นำองค์กรได้อย่างรวดเร็ว จุดควรระวังคือความใจร้อน ชอบบงการ และอาจละเลยความรู้สึกของเพื่อนร่วมงาน หรือทีมงานจนดูแข็งกร้าว การเจรจากับนกอินทรีจึงต้องกระชับ ตรงประเด็น สื่อสารแบบเป็นทางการ และแสดงให้เห็นว่าแนวทางของคุณตอบโจทย์เป้าหมายหลักของเขาได้อย่างไร
[สไตล์พฤติกรรม & จุดเด่น]
🔴 เด็ดขาด มุ่งมั่นเป้าหมาย ชัดเจน
🔴 กล้าตัดสินใจ มีความเป็นผู้นำธรรมชาติ
[ข้อควรระวัง / จุดบอด]
🔴 ใจร้อน ชอบบงการ
🔴 ไม่อดทนและอาจละเลยความรู้สึกผู้อื่น
[เทคนิคการทำงานและการเจรจาด้วย]
🔴 สื่อสารแบบเป็นทางการ กระชับ ตรงประเด็น
🔴 มุ่งเน้นไปที่ผลลัพธ์และเป้าหมายหลัก
🔴 สนับสนุนเป้าหมายด้วยข้อมูลจริง
Personality กับ Behavior บุคลิกภาพเปลี่ยนได้จริงหรือ?
หลายคนมักติดกับดักความคิดที่ว่าฉันเป็นคนแบบนี้ คงเปลี่ยนอะไรไม่ได้แล้ว จนปฏิเสธการพัฒนาทักษะใหม่ ๆ แต่ในทางพฤติกรรมศาสตร์ หากสิ่งใดถูกเรียกว่า พฤติกรรม (Behavior) นั่นแปลว่ามนุษย์เราสามารถเรียนรู้และปรับเปลี่ยนมันได้เสมอ
โครงสร้างบุคลิกภาพพื้นฐานของมนุษย์อาจถูกหล่อหลอมมาจากพันธุกรรมและประสบการณ์วัยเด็ก (ซึ่งสะท้อนผ่านคุณลักษณะ 5 ด้าน ได้แก่ Openness, Conscientiousness, Extraversion, Agreeableness และ Neuroticism) แต่พฤติกรรมและบุคลิกภาพสามารถเติบโตหรือเปลี่ยนแปลงได้ตามกาลเวลาผ่าน 3 ปัจจัยสำคัญ
👉 เหตุการณ์กระทบกระเทือนจิตใจ (Trauma)
👉 เหตุการณ์เปลี่ยนชีวิต (Life-changing events)
👉 การเติบโตตามวัยและประสบการณ์ (Growing older & Wisdom)
ความเก๋าเกมในการทำงานจะช่วยให้เราเท่าทันตัวเอง และเลือกใช้พฤติกรรมที่เหมาะสมตามสถานการณ์ ไม่ใช่ทำไปตามสัญชาตญาณเดิมเพียงอย่างเดียว
ปรับวิธีคิดจาก Golden Rule สู่การยืดหยุ่นพฤติกรรมในการเจรจา
กฎทองคำ (Golden Rule) เคยสอนให้เราปฏิบัติต่อคนอื่น เหมือนที่เราอยากให้คนอื่นทำกับเรา แต่โมเดล DOPE Bird Personality Test เสนอมุมมองที่ตอบโจทย์การทำงานยุคนี้มากกว่า นั่นคือจงปฏิบัติต่อคนอื่น ในแบบที่ พวกเขา อยากได้รับการปฏิบัติ
นักเจรจาหรือผู้นำที่ประสบความสำเร็จ ไม่ใช่คนที่บังคับให้คนอื่นเปลี่ยนมาเหมือนตัวเอง แต่คือคนที่รู้จัก Flexing Behavior หรือการยืดหยุ่นพฤติกรรมเพื่อเข้าหาคู่สอดคล้อง
👉 หากเพื่อน ๆ เป็นนกอินทรี (Eagle) ที่ใจร้อน เมื่อต้องเจรจากับนกพิราบ (Dove) เราต้องสโลว์ดาวน์ รับฟัง และเพิ่มความนุ่มนวล
👉 หากเป็นนกยูง (Peacock) ที่ชอบพูดภาพใหญ่ เมื่อต้องเสนองานให้นกฮูก (Owl) คุณต้องทำการบ้านเรื่องตัวเลขและรายละเอียดให้แม่นยำ
การทำแบบทดสอบบุคลิกภาพจึงไม่ใช่การจัดคนเข้ากล่องเพื่อตีตรา แต่มันคือเครื่องมือสร้าง Self-Awareness และ Interpersonal Skills เพื่อให้เราอ่านตัวเองออก อ่านคนอื่นได้ และเลือกวิธีสื่อสารที่ทำให้ทุกฝ่ายทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
ใครสนใจเนื้อหานี้ ลองไปทำแบบทดสอบกันได้ที่ลิ้งก์ด้านล่างนี้เลย
.
แอบบอกว่าอยากให้ทำตอนมีเวลาสักนิด เพราะแบบทดสอบมีให้ทำถึง 79 ข้อ แต่ก็ถือว่าเป็นการทดสอบตัวเองว่าเราเป็นคนแบบไหน แล้วทีมของเราเป็นคนแบบไหน ลองไปแชร์ต่อให้ทีมได้ทำด้วยกัน ก็จะเกิดประโยชน์สูงสุดต่อการทำงานอย่างแน่นอน
👉 https://www.themind.com.my/dope/
สำหรับใครที่ไม่ค่อยมีเวลา เว็บนี้จะให้ทำแบบทดสอบ 20 ข้อสั้น ๆ ไปทดลองทำกันดูได้นะ
👉 https://richardstep.com/dope-personality-type-quiz/dope-bird-4-personality-types-test-questions-online-version/
✍🏻 เรียบเรียง: กิตติภพ ปานล้ำเลิศ
#คนทำงาน #ผู้นำ #องค์กร
23/08/2026
กำหนดการขึ้นทะเบียนบัณฑิต สำหรับผู้สำเร็จการศึกษา ปีการศึกษา 2568
วันที่ 1 กันยายน - 2 ตุลาคม 2569
Link : https://ceremony.kmutnb.ac.th/
หมายเหตุ กำหนดการวันฝึกซ้อม วันพิธีพระราชทานปริญญาบัตร จะแจ้งให้ทราบต่อไป
17/08/2026
เมื่อแบรนด์ที่เราเคยเห็น เริ่มทยอย “หายไป” ครึ่งปี 69 เลิกกิจการพุ่ง ทุนหายเกือบ 1 แสนล้าน ไม่ใช่แค่ SMEs แต่ "ยักษ์ใหญ่" ก็ยังล้ม
ปี 2569 เป็นอีกปีที่คนไทยได้เห็น “ชื่อคุ้นเคย” หายไปจากชีวิตประจำวันมากกว่าที่คิด อย่างกรณี ล่าสุดคือ MaxValu (แม็กซ์แวลู) ภายใต้ อิออน (ไทยแลนด์) ที่กำลังปิดฉากชื่อเดิมในไทย หลังจากอยู่คู่ตลาดค้าปลีกไทยมายาวนานกว่า 42 ปี นับตั้งแต่ยุค “จัสโก้” ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็น MaxValu
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับ MaxValu ไม่ได้จบลงด้วยการ “ปิดร้าน” เพราะทั้ง 30 สาขาและศูนย์ผลิตอาหารพร้อมทาน ถูกส่งต่อให้ เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ที่จะเตรียมปรับโฉมเป็น Tops สื่อถึงภาพของการ “เปลี่ยนมือ” และ “เปลี่ยนเกม” ในธุรกิจค้าปลีกไทยไปพร้อมกัน
เบื้องหลังการตัดสินใจครั้งนี้คือผลประกอบการที่กดดันต่อเนื่อง MaxValu ขาดทุนติดต่อกัน 4 ปี ตั้งแต่ 42 ล้านบาทในปี 2566, 186 ล้านบาทในปี 2567, 207 ล้านบาทในปี 2568 และ 266 ล้านบาทในปี 2569 รวมขาดทุนสะสมกว่า 657-700 ล้านบาท
ขณะที่จำนวนสาขาซึ่งเคยมีมากกว่า 80 แห่ง ลดลงเหลือเพียง 30 แห่ง ส่งผลให้การบริหารต้นทุนและการสร้างอำนาจต่อรองทำได้ยากขึ้น
[ จากค้าปลีก สู่ห้างท้องถิ่น ]
อีกหนึ่งชื่อที่คนเพชรบุรี คุ้นเคยคือ สหไทยดีพาร์ทเม้นสโตร์ ห้างเก่าแก่ที่อยู่คู่ชุมชนมาเกือบ 33 ปี หลังจากเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ห้างแห่งนี้ประกาศยุติกิจการถาวร จากสัญญาเช่าพื้นที่กับเทศบาลเมืองเพชรบุรีสิ้นสุดลง
ข้อมูลที่น่าสนใจ คือ พบว่า นี่ไม่ใช่ธุรกิจที่ไม่มีรายได้ เพราะช่วงปี 2565-2567 ยังมีรายได้เฉลี่ยประมาณ 150-152 ล้านบาทต่อปี แต่กำไรบางลง มีหนี้สินรวมกว่า 52.5 ล้านบาท และต้องเผชิญการแข่งขันจากศูนย์การค้ายุคใหม่ สุดท้าย เมื่อไม่มีทายาทเข้ามาสานต่อ และถึงจุดต้องตัดสินใจเรื่องสัญญาเช่า ธุรกิจครอบครัวที่อยู่มานานกว่า 3 ทศวรรษจึงเลือกปิดฉากลง
[ เมื่อทีวีช้อปปิ้ง แพ้โลกโซเชียล ]
อีกชื่อที่หลายคนเคยคุ้นคือ True Shopping หลังจากดำเนินธุรกิจมานาน 14 ปี True Shopping ประกาศยุติการดำเนินงานเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2569 เหตุผลสำคัญมาจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนจากการดูรายการแล้วโทรศัพท์สั่งซื้อ ไปสู่การซื้อสินค้าบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซและโซเชียลคอมเมิร์ซแบบเรียลไทม์
วันนี้ TikTok Shop, Shopee และ Lazada ไม่ได้เป็นเพียง “ช่องทางขายใหม่” แต่กำลังแย่งบทบาทของโมเดลการขายแบบเดิมไปโดยตรงด้วย
True Shopping จึงเป็นอีกตัวอย่างของธุรกิจที่ไม่ได้แพ้เพราะสินค้าไม่ดี แต่แพ้เพราะ พฤติกรรมคนซื้อเปลี่ยนไปเร็วกว่ารูปแบบธุรกิจ
เช่นเดียวกับ สิ่งที่เกิดขึ้นกับ NocNoc แพลตฟอร์มมาร์เก็ตเพลสแต่งบ้านและสินค้า Home & Living ที่เผชิญภาวะการแข่งขันอันดุเดือดจากยักษ์ใหญ่แพลตฟอร์มข้ามชาติ จนต้องปรับกลยุทธ์และจัดสรรทรัพยากรใหม่
[ ชาบูตง ระดับแชมป์เปี้ยนยังพ่ายตลาดไทย ]
ฝั่งร้านอาหารก็เกิดภาพไม่ต่างกัน Chabuton Ramen หรือ ชาบูตง ราเมน ปิดทุกสาขาในประเทศไทยเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2569 หลังทำตลาดไทยมายาวนาน 16 ปี
ร้านราเมนจากญี่ปุ่นที่เคยมีจุดขายจากเชฟแชมป์อย่าง ยาสุจิ โมริซึมิ และวางตัวอยู่ในกลุ่มพรีเมียมแมส ราคาเฉลี่ย 250-300 บาทต่อชาม ต้องเจอกับตลาดที่มีผู้เล่นเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลในชุดวิจัยระบุว่า ตลาดราเมนมีร้านมากถึง 823 ร้านทั่วประเทศ
เมื่อผู้บริโภคหันไปหาร้านที่ “คุ้มค่า” มากขึ้น ขณะที่ร้านเฉพาะทางก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ การแข่งขันจึงไม่ได้อยู่ที่ว่าใครอร่อยกว่าเท่านั้น แต่กลายเป็นว่า ใครให้ความคุ้มค่าได้มากกว่าในราคาที่ลูกค้ารับไหว
[ คาเฟ่ดัง ก็หนีไม่พ้น “ค่าเช่า” ]
กรณีของ B-Story Café สาขาราชเทวี เป็นอีกภาพของธุรกิจหน้าร้านที่ต้องต่อสู้กับต้นทุน คาเฟ่ชื่อดังที่เปิดมานานกว่า 10 ปี และมีเอกลักษณ์จากการตกแต่งตามเทศกาล ประกาศเตรียมปิดสาขาราชเทวีในสิ้นเดือนกันยายน 2569
เหตุผลสำคัญคือค่าเช่าที่เพิ่มขึ้นประมาณ 10% ต่อปี จนทะลุ 200,000 บาทต่อเดือน ขณะที่ยอดขายไม่ได้เพิ่มขึ้นตามต้นทุน พูดง่ายๆ คือ ลูกค้าอาจยังรักร้าน แต่ถ้ายอดขายไม่มากพอที่จะจ่ายค่าเช่า ค่าแรง วัตถุดิบ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ธุรกิจก็เดินต่อไม่ได้
ขณะที่ MY PORCH restaurant and music ร้านอาหารญี่ปุ่นฟิวชันและมิวสิกบาร์ย่านสุขุมวิท ซึ่งอยู่มานานนับสิบปี ก็ประกาศปิดกิจการถาวรในวันที่ 1 กรกฎาคม 2569
อีกด้านหนึ่ง ร้านชาบูและร้านอาหารที่อยู่ตามสาขาต่างๆ ก็ทยอยหายไป ทั้ง ShabuGo สาขา MS Siam Tower พระราม 3 ที่เปิดมานาน 10 ปี, Shabu Gold, บ้านชาบูชาบู ลาดสวาย ที่อยู่มา 9 ปี และ Akiyoshi สาขาสเปลล์ แอท ฟิวเจอร์พาร์ค
[ โรงเรียนกำลังเจอวิกฤตที่ “ลูกค้าน้อยลง” แบบถาวร ]
กรณีที่น่าจับตาไม่แพ้ธุรกิจค้าปลีกและร้านอาหาร คือ โรงเรียนเอกชน
ในปีการศึกษา 2569 มีโรงเรียนเอกชนทั่วประเทศยื่นขอปิดกิจการประมาณ 20-30 แห่ง ขณะที่กรุงเทพฯ มี 4 แห่ง เหตุผลไม่ได้มีเพียงเศรษฐกิจซบเซา แต่มีเรื่องที่ใหญ่กว่านั้น คือ จำนวนเด็กเกิดใหม่ลดลงต่อเนื่อง
เมื่อนักเรียนในระบบลดลง โรงเรียนก็มีฐานรายได้เล็กลง ขณะที่ต้นทุนอาคาร บุคลากร และการบริหารยังคงอยู่ และสำหรับโรงเรียนที่เป็นธุรกิจครอบครัว ยังมีอีกคำถามสำคัญว่า เมื่อเจ้าของรุ่นเดิมวางมือ จะมีใครมารับช่วงต่อหรือไม่
นี่คือเหตุผลที่คำว่า “โครงสร้างประชากร” ไม่ได้เป็นเรื่องไกลตัวอีกต่อไป เพราะเด็กที่เกิดน้อยลงวันนี้ จะกลายเป็น “ลูกค้า” ที่หายไปจากธุรกิจในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า
[ ครึ่งปี 2569 ทุนจดทะเบียนเลิกกิจการ แตะ 1 แสนล้าน ]
เจาะข้อมูล กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ พบว่า แค่ครึ่งปีแรก 2569 มีนิติบุคคลจดทะเบียนเลิกกิจการแล้ว 7,024 ราย เพิ่มขึ้น 12.49% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ตัวเลขที่น่าจับตายิ่งกว่าคือ ทุนจดทะเบียนของกิจการที่เลิกไปพุ่งถึง 98,857 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 223.66% เกือบ 1 แสนล้านบาท
ตัวเลขทุนที่หายออกจากระบบเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่า สะท้อนแรงกดดันที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ธุรกิจรายเล็ก แต่กำลังแตะธุรกิจที่มีขนาดและฐานทุนใหญ่ขึ้นด้วย
สิ่งที่เกิดขึ้นกับธุรกิจไทยในปีนี้
จึงอาจมองได้ว่าเป็นการ “คัดคนออกจากสนาม” พร้อมกับการจัดระเบียบตลาดใหม่ จะเห็นได้ว่า บางรายแพ้ต้นทุน ,บางรายแพ้พฤติกรรมผู้บริโภค ,บางรายแพ้การแข่งขัน ,บางรายแพ้จำนวนประชากร และบางรายไม่ได้แพ้ธุรกิจ แต่ไม่มีคนรุ่นต่อไปมารับไม้
ภาพข้างต้นสะท้อนได้ว่า ในโลกธุรกิจไม่เคยมีคำว่า “ง่าย” เพราะแม้แต่แบรนด์ที่อยู่มานาน 10 ปี 20 ปี หรือ 40 ปี ก็อาจถึงวันที่ต้องปิดประตูลง และในยุคที่กำลังซื้อชะลอตัว ต้นทุนคงที่พุ่งสูง และพฤติกรรมผู้บริโภคหมุนไวตามโลกดิจิทัล ธุรกิจที่ยึดติดกับโมเดลเดิมจะถูกกลืนหายไปอย่างรวดเร็ว
ผู้รอดชีวิตในบทถัดไปของเศรษฐกิจไทย อาจมีเพียง 2 กลุ่มเท่านั้น คือ กลุ่มทุนขนาดใหญ่ที่มี Ecosystem ครบวงจร จนสร้างความได้เปรียบด้านต้นทุนได้อย่างแท้จริง หรือ กลุ่มธุรกิจขนาดเล็กที่มีความยืดหยุ่นสูง ปรับตัวไว และตอบโจทย์ Niche Market ได้ทันท่วงที เท่านั้น .
#การเงินดีชีวิตดี #ปิดกิจการ #แบรนด์ดัง #เลิกกิจการ #เลิกจ้าง #เศรษฐกิจ #เลิกกิจการ
07/08/2026
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.)
ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง แก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต ผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์กราดยิงภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี
และขอส่งกำลังใจไปยังครอบครัวผู้สูญเสีย คณะครู บุคลากร นักเรียน และทุกคนที่ได้รับผลกระทบ
ขอให้ผ่านพ้นช่วงเวลานี้ไปด้วยความเข้มแข็ง
ด้วยความอาลัยอย่างสุดซึ้ง
#มจพ #พระจอมเกล้าพระนครเหนือ
04/08/2026
“งานต้องเดินหน้า แต่ใจคนทำงานก็ต้องไม่ล้าลง…”
ความสำเร็จขององค์กรยุคนี้ ไม่ได้วัดกันแค่ตัวเลข KPI หรือเป้าหมายที่ทะลุเป้าเท่านั้น แต่วัดกันที่การสร้างสภาพแวดล้อมที่ทำให้ผู้คนรู้สึกว่า “งาน” มีประสิทธิภาพ และ “ใจ” ของเขายังได้รับการดูแลไปพร้อมๆ กัน
นี่คือ 6 ความย้อนแย้งในการทำงาน ที่ต้องบาลานซ์ ‘งาน’ กับ ‘คน’ ให้สมดุล เพื่อให้องค์กรเติบโตได้อย่างยั่งยืน
────
❶ เน้นสปีด ⚖️ เน้นใจ (Efficiency vs Engagement)
มุ่งแต่งานเดินหน้าไว… จนลืมหัวใจคนข้างหลัง
การเร่งสปีดโดยไร้ความผูกพัน นำไปสู่ภาวะ Burnout สุดท้ายองค์กรอาจได้งานเร็วในวันนี้ แต่เสียคนเก่งไปในวันหน้า สมดุลที่ดีคือการเดินหน้าไว โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
❷ ความตรงไปตรงมา ⚖️ ความเห็นอกเห็นใจ (Direct Feedback vs Empathy)
ฟีดแบ็กเพื่อการพัฒนา… ไม่ใช่กดทับเพื่อหาคนผิด
การสื่อสารที่ตรงไปตรงมาเป็นเรื่องดี แต่ต้องตั้งอยู่บนความจริงใจและเห็นอกเห็นใจ เพื่อชี้ทางเติบโต ไม่ใช่การเพ่งโทษจนหมดกำลังใจ
❸ เน้นตัวเลข ⚖️ เห็นคุณค่า (KPI vs Recognition)
ผลลัพธ์ตัวเลขสำคัญ… แต่ความพยายามก็ต้องมีตัวตน
ตัวเลขบอกผลลัพธ์ แต่ความพยายามคือพลังที่ขับเคลื่อนไปถึงจุดนั้น องค์กรที่ยั่งยืนจะมองเห็นความทุ่มเทระหว่างทาง ไม่ใช่แค่วัดคุณค่าคนจากตาราง Excel
❹ มาตรฐานสูง ⚖️ ความยืดหยุ่น (High Standard vs Flexibility)
ตั้งการ์ดสูงเพื่อเติบโต… ไม่ใช่บีบบังคับจนหมดไฟ
การรักษามาตรฐานช่วยยกระดับทีม แต่การยืดหยุ่นและเข้าใจชีวิตคน จะสร้างพื้นที่ปลอดภัย (Psychological Safety) ให้คนกล้าคิด กล้าทดลองสิ่งใหม่
❺ แข่งขัน ⚖️ ช่วยเหลือ (Competitive vs Supportive)
ชัยชนะของการทำงาน… ไม่จำเป็นต้องมีผู้แพ้
เปลี่ยนการแข่งขันภายในที่บั่นทอน เป็นวัฒนธรรมการซัพพอร์ต เพราะองค์กรจะไปได้ไกลที่สุด เมื่อทุกคนจับมือและชนะไปพร้อมกัน
❻ เป้าหมายองค์กร ⚖️ คุณค่าพนักงาน (Company Goal vs Inner Value)
เมื่อเป้าหมายสอดคล้อง… งานจะกลายเป็นพลังในทุกวัน
เมื่อเป้าหมายของบริษัท เชื่อมโยงกับสิ่งที่พนักงานเชื่อมั่นและให้คุณค่า งานจะไม่ใช่แค่ภาระหน้าที่ แต่คือพลังขับเคลื่อนชีวิตในทุกๆ วัน
A Cup of Culture
──────────
#ที่ปรึกษาด้านวัฒนธรรมองค์กร
───
พูดคุยกับที่ปรึกษาด้านการสร้างวัฒนธรรมองค์กร
หรือขอรายละเอียดเพิ่มเติม:
📲 โทร: 064-972-9155
📥 อีเมล: [email protected]
20/07/2026
วันจันทร์ที่ 20 กรกฎาคม 2569
ภาควิชา BMS ได้รับเกียรติจาก
ท่านคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
ทั้งในและนอกสถาบัน
ในการประเมินคุณภาพการศึกษาระดับหลักสูตร ปีการศึกษา 2568
ณ ห้อง 96-414
16/06/2026
งานประกวดโครงงานพิเศษ CWIE BID DAY 2026 นักศึกษาภาควิชา BMS กวาดรางวัลการนำเสนออันดับ 1 รองอันดับ 2 และรางวัลชมเชย ส่วนโปสเตอร์กวาดรางวัลครบถ้วนทั้ง 3 อันดับ นอกจากนี้
รองศาสตราจารย์ ดร.กุลทรัพย์ ทองประสิทธิ์อาจารย์ BMS ยังได้รับรางวัลคณาจารย์นิเทศดีเด่นประจำคณะ
ขอแสดงความยินดีกับนักศึกษาและอาจารย์ด้วยนะคะ
credit ผศ.ดร. ชิตษณุ ภักดีวานิช
13/06/2026
AI ในงานวิจัยไปไกลกว่าที่คิด ✨📚
ปัจจุบันไม่ได้มีแค่ ChatGPT แต่มี AI เฉพาะทางที่ช่วยได้แทบทุกขั้นตอนของการทำวิจัย ไม่ว่าจะเป็น
🔎 หา Literature Review
📄 อ่านและสรุป Paper
✍️ ช่วยเขียนเชิงวิชาการ
📊 วิเคราะห์ข้อมูล SPSS / Regression
🎤 วิเคราะห์งานสัมภาษณ์
📚 จัดการอ้างอิง APA7
สิ่งสำคัญคือ “AI เป็นผู้ช่วย” ไม่ใช่ “ผู้ทำวิจัยแทนทั้งหมด”
นักวิจัยยังต้องเป็นคนคิด วิเคราะห์ และตรวจสอบความถูกต้องด้วยตนเอง 🧠
ใช้ AI ให้ถูกทาง = งานเร็วขึ้น คุณภาพดีขึ้น และทำวิจัยสนุกขึ้นแน่นอน 💡
ิจัย #วิจัย #วิทยานิพนธ์ #นักศึกษา ื่อการศึกษา
⭐️✨. New Line ไลน์ใหม่ ⭐️✨
✅ ไลน์ร้าน weareyouthesis ✅
https://line.me/ti/p/ptAM5wBvkt
🌻 Weareyou thesis🌻ヅ
📍รับทำวิทยานิพนธ์ ป.ตรี ป.โท ป.เอก
📍รับทำวิจัย ป.ตรี ป.โท ป.เอก
📍รับทำธีสิส ป.ตรี ป.โท ป.เอก
📍รับทำบทความวิจัย ป .ตรี ป.โท ป.เอก
📍รับทำบทความวิชาการ ป.ตรี ป.โท ป.เอก
📍รับจัดรูปเล่ม ป.ตรี ป.โท ป.เอก
📍รับวิเคราะห์spss
📍รับทำวิจัยด่วน
📍รับรันสถิติที่ใช้ในการวิจัย
📍รับแก้เล่มวิจัย ป.ตรี โท เอก
📍รับหาค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถาม📍ค่า t-test Anova regression CORRELATION CHI-SQUARE FACTOR ANALYSIS และสถิติอื่น ๆ
📍ดุษฎีนิพนธ์ เค้าโครงดุษฎีนิพนธ์ ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต วิทยานิพนธ์ปริญญาเอก Ph.D Doctoral Dissertation วิจัยปริญญาเอก
👩🏻💻การบริหารการศึกษา
👩🏻💻บัญชีบริหาร
👩🏻💻ครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต
👩🏻💻จิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์การ
👩🏻💻จิตวิทยาองค์การ
👩🏻💻รัฐประศาสนศาสตรดุษฎีบัณฑิต
👩🏻💻รัฐศาสตร์ รัฐศาสตรมหาบัณฑิต รัฐศาสตรดุษฎีบัณฑิต
👩🏻💻ปริญญาเอกบริหารธุรกิจ
👩🏻💻หลักสูตรบริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิต
👩🏻💻วิทยานิพนธ์ปริญญาเอก
👩🏻💻ศิลปกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิต
👩🏻💻และ สาขาอื่น ๆ
🌻🌻🌻🌻🌻🌻🌻🌻🌻🌻🌻🌻
#รับทำวิทยานิพนธ์ #รับทำวิจัย #รับทำธีสิส #รับทำThesis #วิจัย #รับจัดรูปเล่ม #รับทำบทความ #รับวิเคราะห์spss #รับคีย์ข้อมูล #รับแปลผล #รับทำวิจัยราคาถูก #วิจัยปโท #รับทำไอเอส #รับทำวิจัยปตรี #รับทำis #รับทำไอเอสปโท #รับทำisปโท #ดุษฎีนิพนธ์ #เค้าโครงดุษฎีนิพนธ์ #ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต #วิทยานิพนธ์ปริญญาเอก #วิจัยปริญญาเอก #วิจัยปริญญาตรี #วิจัยปตรี #รับทำpowerpoint #รับทำสารนิพนธ์ #รับทำดุษฎีนิพนธ์
12/06/2026
04/06/2026
👏👏👏
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ประเภท
เบอร์โทรศัพท์
เว็บไซต์
ที่อยู่
Nonthaburi
10800
แจ้งเตือน
รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ BMSผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา