VISUP
We are a venture builder located in Thailand. To lead the commercialization of deep technology research.
22/08/2026
Venture Builder Playbook #4
EIR คืออะไร? สำคัญกับ Deep Tech Startup แค่ไหน?
ใน 4 กลไกของ Venture Builder ที่เล่าไปตอนที่แล้ว EIR คือกลไกที่สำคัญในลำดับต้นๆ
เพราะอะไร EIR จึงมีความสำคัญกับวิสาหกิจเริ่มต้นจากเทคโนโลยีขั้นสูง (Deep Tech Startup)?
ธรรมชาติของ Deep Tech startup ที่เริ่มต้นจากงานวิจัยของนักวิจัย คือทีมผู้ก่อตั้ง (founder) มักเก่งเรื่องเทคโนโลยี แต่ยังขาดประสบการณ์ในการทำธุรกิจและการพัฒนางานวิจัยไปสู่ผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ตลาดต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการขยายกำลังการผลิต (upscaling) การควบคุมคุณภาพ กระบวนการผลิต กฎหมายต่างๆ ไปจนถึงการขายและการตลาด — เรื่องใหม่ที่ทีมยังไม่เคยมีประสบการณ์ตรง นอกจากนั้น หลายครั้งปัญหาไม่ได้อยู่ที่ความสามารถ แต่อยู่ที่ทีมนักวิจัยกับทีมธุรกิจมองกันคนละภาพ ฝั่งหนึ่งมุ่งไปที่ผลลัพธ์ ต้นทุน กำหนดส่งของ อีกฝั่งรู้สึกถูกกดดันเพราะไม่มีใครเข้าใจข้อจำกัดของงานวิจัย จนเกิดช่องว่างในการสื่อสารและทำงานร่วมกัน ทั้งที่มีเป้าหมายเดียวกัน
นี่คือจุดที่ EIR เข้ามาเปลี่ยนสถานการณ์
EIR หรือ Entrepreneur-in-Residence คือคนที่มีประสบการณ์ทำงานในวิสาหกิจเริ่มต้นหรือทำธุรกิจมาก่อน เข้ามาทำงานร่วมกับทีมนักวิจัยในลักษณะที่เป็นส่วนหนึ่งของทีม ตั้งแต่วันที่ไอเดียยังไม่เป็นรูปเป็นร่าง ลงมือทำงานจริงเคียงข้างนักวิจัย จนถึงวันที่ธุรกิจเดินได้ด้วยตัวเอง
การที่ EIR ผ่านเส้นทางการสร้างธุรกิจมาก่อน ทำให้เข้าใจว่าจุดเริ่มต้นจากงานวิจัยนั้นมีข้อจำกัดและความไม่แน่นอนแบบไหนบ้าง เข้าใจว่านักวิจัยกำลังเจอปัญหาอะไร กังวลเรื่องอะไร และทำไมบางการตัดสินใจถึงต้องใช้เวลา การที่ EIR เข้ามาร่วมลงมือทำงาน เผชิญปัญหาและข้อจำกัดร่วมกับนักวิจัยในฐานะทีมเดียวกัน จึงเป็นสิ่งที่ต่างจากที่ปรึกษาธุรกิจทั่วไปที่มองจากภายนอก EIR ไม่ได้เป็นเพียงผู้ให้คำแนะนำ แต่ช่วยทำให้เกิดขึ้นจริง (implementation) และเติมเต็มส่วนที่ขาดทั้งด้านประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญ และทรัพยากร
EIR จึงมีความสำคัญต่อความสำเร็จของวิสาหกิจเริ่มต้นจากเทคโนโลยีขั้นสูงในหลายมิติ
หนึ่ง เข้าใจมุมมองและปัญหาของนักวิจัยได้ลึกกว่าที่ปรึกษาทั่วไป ไม่ใช่เพียงผู้ให้ความเห็นจากภายนอก แต่เป็นคนที่เข้าไปร่วมฝ่าฟัน ร่วมลงมือทำให้เกิด เป็นเพื่อนคู่คิดที่ทำงานด้วยกันแบบทีมเดียว และร่วมรับผิดชอบผลลัพธ์
สอง ช่วยให้ทีมดำเนินการในทางที่ทำให้ธุรกิจไปเร็วขึ้น ลดความเสี่ยง และเพิ่มประสิทธิภาพ เพราะมีคนที่เคยผ่านเส้นทางนี้มาก่อนเดินเคียงข้าง ไม่ต้องลองผิดลองถูกคนเดียว
สาม แนะนำ ให้คำปรึกษา และเป็นพี่เลี้ยงให้กับทีมผู้ก่อตั้งแบบฝึกปฏิบัติจริง (on-the-job training)
เพราะการเปลี่ยนงานวิจัยให้เป็นธุรกิจที่ยั่งยืน ไม่ได้ต้องการแค่เทคโนโลยีที่ดี แต่ต้องการคนที่พร้อมเดินไปด้วยกันตั้งแต่ก้าวแรกจนธุรกิจยืนได้เอง
ด้วยบทบาทที่ต้องเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของทีมอย่างแท้จริง คนที่จะมาเป็น EIR จึงต้องมีความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ที่ตรงกับความต้องการของทีม พร้อมเรียนรู้ไปพร้อมกับทีมผู้ก่อตั้งโดยไม่ยึดติดว่าต้องรู้ทุกอย่างมาก่อน และที่สำคัญพร้อมลงมือทำงานเคียงข้างทีมในทุกขั้นตอน (get your hands dirty) และที่สำคัญที่สุด ต้องมี passion ที่อยากเห็นความสำเร็จของ Deep Tech startup ไทยอย่างแท้จริง เพราะนี่คือสิ่งที่ทำให้ EIR เดินเคียงข้างทีมได้จนสุดทาง แม้เส้นทางจะยาวและเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน
09/08/2026
Venture Builder Playbook #3
Venture Builder ทำงานอย่างไร? เมื่อคำว่า "Hands-on" ต้องมากกว่าแค่คำแนะนำ
งานวิจัยที่ดีอาจมีเทคโนโลยีที่โดดเด่น แต่การเปลี่ยนเทคโนโลยีให้กลายเป็น "ธุรกิจ" ต้องการมากกว่าความเชี่ยวชาญในห้องแล็บ
ต้องเข้าใจตลาด ต้องมีคนสร้างธุรกิจ ต้องมีเงินทุน และต้องมีคนที่พร้อมลงมือทำไปด้วยกัน
ตอนที่แล้วเราพูดถึงความแตกต่างของ Venture Builder กับ Incubator, Accelerator และ VC ว่า Venture Builder เลือกที่จะ "ลงไปวิ่งในสนามเดียวกัน" กับนักวิจัยตั้งแต่ก้าวแรก
แล้วในทางปฏิบัติ Venture Builder ทำอย่างไรบ้าง? นี่คือ 4 กลไกที่มักพบในโมเดลนี้
1. Supporting Team — เติมความสามารถที่ทีมยังขาด
นักวิจัยอาจรู้จักเทคโนโลยีดีที่สุด แต่การสร้างบริษัทต้องใช้ความสามารถอีกหลายด้าน ตั้งแต่การหา Product–Market Fit การวาง Business Model การเงิน กฎหมาย IP การพัฒนาธุรกิจ ไปจนถึงการระดมทุน Venture Builder จึงนำทีมที่มีความเชี่ยวชาญหลากหลายเข้ามาทำงานร่วมกับทีมวิจัย เพื่อเติมช่องว่างเหล่านี้
2. Pre-Seed Investment — เติมทุนในช่วงที่ความเสี่ยงยังสูง
ช่วงเริ่มต้นของ DeepTech เป็นช่วงที่เทคโนโลยียังต้องพิสูจน์อีกมาก ขณะที่ธุรกิจก็ยังไม่มีรายได้หรือข้อมูลตลาดมากพอให้นักลงทุนทั่วไปตัดสินใจ Venture Builder จึงเข้ามาสนับสนุนเงินทุนในจุดที่จำเป็น เช่น การพัฒนาต้นแบบ การทำ PoC และการทดสอบกับผู้ใช้จริง
3. Reverse Pitching — เริ่มจากโจทย์จริง ไม่ใช่เดาตลาด
แทนที่จะเริ่มจากคำถามว่า "เทคโนโลยีนี้จะขายให้ใคร?" อาจเริ่มจากคำถามว่า "อุตสาหกรรมกำลังมีปัญหาอะไร และเทคโนโลยีของเราช่วยแก้ได้หรือไม่?" กลไกนี้ทำหน้าที่ค้นหาและเชื่อมโจทย์จริงจากภาคอุตสาหกรรมกลับมาสู่นักวิจัย เปิดพื้นที่ให้ทั้งสองฝ่ายร่วมกันพัฒนาและทดสอบ solution ตั้งแต่ต้น
4. Entrepreneur-in-Residence (EIR) — เติม "คนสร้างธุรกิจ" เข้ามาในทีม
บางครั้งสิ่งที่งานวิจัยขาดไม่ใช่เงินหรือคำแนะนำ แต่คือคนที่พร้อมรับผิดชอบการสร้างธุรกิจจริง EIR คือผู้ประกอบการหรือผู้บริหารที่มีประสบการณ์ ซึ่งเข้ามาทำงานใกล้ชิดกับนักวิจัย ตั้งแต่ค้นหาโอกาสทางธุรกิจ คุยกับลูกค้า พัฒนา Business Model สร้างทีม ไปจนถึงระดมทุน และในบางกรณี EIR อาจพัฒนาไปสู่การเป็น Co-founder ของบริษัทได้ในที่สุด
ทั้ง 4 กลไกนี้ล้วนเป็นเครื่องมือที่พบได้ในโมเดล Venture Builder ทั่วไป แต่สิ่งที่มักถูกพูดถึงว่าเป็นจุดสังเกตสำคัญของโมเดลนี้ ไม่ได้อยู่ที่การมีเครื่องมือครบทั้ง 4 อย่าง
เพราะทีมสนับสนุน เงินทุน หรือ mentor ล้วนพบได้ในกลไกสนับสนุน Startup แบบอื่นเช่นกัน
สิ่งที่มักถูกอธิบายว่าเป็นแก่นของ Venture Builder คือลักษณะการทำงาน — การเข้าไป "ทำงานเป็นเหมือนผู้ร่วมก่อตั้ง (co-founder) คนหนึ่ง" ไม่ใช่แค่บอกว่าควรทำอะไร แต่เข้าไปเสริมในสิ่งที่ทีมวิจัยยังขาด ไม่ว่าจะเป็นทักษะธุรกิจ เครือข่าย หรือเงินทุน
และเพราะเป็นผู้ร่วมก่อตั้งมากกว่าผู้ให้บริการ ความสัมพันธ์นี้จึงมักไม่ได้จบลงเมื่อให้คำแนะนำเสร็จ แต่เป็นการ "ร่วมเติบโตไปด้วยกัน" กับธุรกิจไปตามเส้นทางที่มีความไม่แน่นอนสูง
การเปลี่ยน DeepTech จาก Research → Product → Business เป็นเส้นทางที่มีความซับซ้อนหลายมิติ และนี่อาจเป็นเหตุผลที่โมเดล Venture Builder เริ่มถูกพูดถึงมากขึ้นในฐานะแนวทางหนึ่งที่ช่วยให้นักวิจัยไม่ต้องเดินเส้นทางนี้เพียงลำพัง
07/08/2026
🚀 ถึงเวลาของ Future Founders Bootcamp 2026 — Demo Day!
จากหลายสัปดาห์ของการเรียนรู้ ทดลอง และลงมือทำ ถึงเวลาที่ไอเดียจะออกจากห้องเรียน มาเจอกับโลกจริง
ขอเชิญทุกคนร่วมงาน Future Founders Bootcamp 2026 Demo Day วันที่น้องๆ จากสาย Technology และ Business จะรวมทีมขึ้นเวที นำเสนอไอเดียที่ร่วมกันพัฒนาตลอด Bootcamp ตั้งแต่การค้นหาคุณค่าและโอกาสทางธุรกิจ การจัดการ IP การออกแบบผลิตภัณฑ์และสร้างต้นแบบ ไปจนถึงการวางโมเดลธุรกิจและ Pitching
สิ่งสำคัญของ Bootcamp นี้จึงไม่ใช่แค่การ “เรียนรู้” แต่คือการได้ คิดข้ามศาสตร์ ทำงานกับคนที่แตกต่าง ทดลอง และเปลี่ยนไอเดียให้เข้าใกล้ธุรกิจจริงขึ้นทีละก้าว
มาร่วมพบกับทีมนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยชั้นนำ และเชื่อมต่อกับนักวิจัย ผู้ประกอบการ นักลงทุน และ Innovation Community
📅 วันจันทร์ที่ 10 สิงหาคม 2569
⏰ 12:30–16:40 น.
📍 หอสมุด สุรัตน์ โอสถานุเคราะห์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ
🔗 ลงทะเบียน: luma.com/i8qizf4v
สำหรับ VISUP ในฐานะ Venture Builder นี่คืออีกหนึ่งก้าวของ Founder Pipeline ที่เราตั้งใจสร้าง — ไม่ใช่เพียงการหาไอเดียที่ดี แต่คือการสร้างคนและทีมที่พร้อมนำเทคโนโลยีและความคิดใหม่ออกไปทดสอบกับโลกจริง
เพราะผู้ก่อตั้งแห่งอนาคต ไม่ได้เกิดจากการเรียนรู้เพียงอย่างเดียว
แต่เกิดจากวันที่กล้าลงมือทำร่วมกับคนอื่น และพาไอเดียออกไปเจอโลกจริง
แล้วพบกันที่ Demo Day! 🚀
---
🚀 The Future Founders Bootcamp 2026 Demo Day is here!
After weeks of learning, experimenting, and building, it’s time for ideas to leave the classroom and meet the real world.
Join us at Future Founders Bootcamp 2026 Demo Day, where students from Technology and Business come together to present the ideas they have built throughout the Bootcamp — from value creation and business strategy to IP, product design, rapid prototyping, business models, and pitching.
More than a learning program, the Bootcamp challenges participants to think across disciplines, work with different perspectives, experiment, and turn ideas into something closer to a real venture.
Meet student teams from leading universities and connect with researchers, entrepreneurs, investors, and the innovation community.
📅 Monday, 10 August 2026
⏰ 12:30–16:40
📍 Surat Osathanugrah Library, Bangkok University
🔗 Register: luma.com/i8qizf4v
For VISUP, as a Venture Builder, Demo Day represents another important step in the Founder Pipeline we are building — not only to discover promising ideas, but to develop people and teams who can bring technology and new ideas into the real world.
Future founders are not built by learning alone.
They are built when they start working together, take action, and put their ideas to the test in the real world.
See you at Demo Day! 🚀
31/07/2026
VISUP ขอขอบคุณ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว. : TSRI) ที่ให้เกียรติเชิญร่วมถ่ายทอดประสบการณ์และแลกเปลี่ยนมุมมองในหลักสูตรอบรมเชิงปฏิบัติการหัวข้อ "รู้จัก DeepTech Ecosystem และช่องว่างเชิงระบบ" เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 ณ โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส กรุงเทพฯ โดยมีบุคลากรของ สกสว. เข้าร่วมกว่า 30 คน
การผลักดัน DeepTech Startup ให้ประสบความสำเร็จ ไม่ได้อาศัยเพียงงานวิจัยที่โดดเด่นหรือเงินทุนสนับสนุน แต่ต้องอาศัยระบบนิเวศที่เชื่อมโยงทุกภาคส่วนเข้าด้วยกัน ทั้งภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคอุตสาหกรรม ตามแนวคิด Triple Helix พร้อมเปิดพื้นที่ให้เกิด Open Innovation ที่โจทย์และความต้องการจากภาคธุรกิจสามารถเชื่อมต่อกับองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนักวิจัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ในฐานะ Venture Builder VISUP มุ่งทำหน้าที่เป็นกลไกเชื่อมโยงองค์ประกอบสำคัญของระบบนิเวศ ตั้งแต่นักวิจัย ผู้ประกอบการ ภาคอุตสาหกรรม นักลงทุน ไปจนถึงหน่วยงานภาครัฐ เพื่อเปลี่ยนผลงานวิจัยให้ก้าวสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ และสร้างธุรกิจที่สามารถเติบโตและสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมได้อย่างยั่งยืน
การอบรมครั้งนี้ครอบคลุมตั้งแต่ภาพรวมของ DeepTech Startup Ecosystem กลไกการขับเคลื่อนนวัตกรรมของประเทศ กรณีศึกษาการสร้าง DeepTech Startup จากประเทศสิงคโปร์โดย Mr. Clarence Tan (Origgin Pte Ltd) การวิเคราะห์ช่องว่างระหว่างงานวิจัยกับการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ ตลอดจน Workshop ร่วมกันออกแบบ Problem Statement และแนวทางเชิงนโยบาย เพื่อร่วมกันพัฒนากลไกที่เอื้อต่อการสร้างและเติบโตของ DeepTech Startup ในบริบทของประเทศไทย
สำหรับ VISUP การได้ร่วมแลกเปลี่ยนกับหน่วยงานผู้กำหนดนโยบายด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมของประเทศ ถือเป็นโอกาสอันมีคุณค่าในการร่วมสร้างความเข้าใจว่า การพัฒนา DeepTech Startup จำเป็นต้องอาศัยการออกแบบนโยบาย กลไกสนับสนุน และความร่วมมือข้ามภาคส่วนที่ทำงานสอดประสานกันตลอดทั้งห่วงโซ่ของนวัตกรรม
VISUP ขอขอบคุณ สกสว. สำหรับความไว้วางใจ และหวังว่าการแลกเปลี่ยนในครั้งนี้จะเป็นอีกก้าวหนึ่งของการร่วมกันพัฒนาระบบนิเวศและนโยบาย ที่ช่วยให้งานวิจัยของประเทศไทยสามารถต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ สร้างผู้ประกอบการเทคโนโลยีรุ่นใหม่ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว
DeepTech Startup ที่แข็งแกร่งไม่ได้เกิดจากองค์กรใดองค์กรหนึ่ง แต่เกิดจากระบบนิเวศที่ทุกภาคส่วนร่วมกันออกแบบ เชื่อมโยง และลงมือสร้าง
30/07/2026
Venture Builder Playbook #2
Venture Builder คืออะไร?
ตอนที่แล้วเราพูดถึง "หุบเหวมรณะ" ที่ทำให้งานวิจัยจำนวนมากไปไม่ถึงตลาด และเหตุผลที่ Venture Builder ถือกำเนิดขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหานี้
แต่คำถามที่หลายคนสงสัยคือ Venture Builder ต่างจาก Incubator, Accelerator หรือ Venture Capital ตรงไหน? ในเมื่อทุกโมเดลก็มีส่วนในการ "ช่วยสตาร์ทอัพ" เหมือนกัน
ความจริงแล้ว ทั้ง 4 บทบาทนี้เข้ามาช่วยธุรกิจในจังหวะที่ต่างกัน
Incubator (ศูนย์บ่มเพาะ) เข้ามาในช่วงที่ยังเป็นแค่ไอเดีย ให้พื้นที่ทำงาน ที่ปรึกษา และเครือข่ายเบื้องต้น สนับสนุนได้นาน 6 เดือนถึง 5 ปี แต่โดยทั่วไปไม่ได้เข้าไปมีบทบาทในการบริหารหรือดำเนินงานประจำวัน
Accelerator (หน่วยเร่งการเติบโต) เข้ามาเมื่อธุรกิจมีต้นแบบที่ใช้งานได้จริง (MVP) และมีโมเดลธุรกิจชัดเจนแล้ว ให้คำปรึกษาเข้มข้นระยะสั้น 3-6 เดือน จบด้วย Demo Day แลกกับหุ้นส่วนหนึ่ง แต่ก็ยังไม่ได้เข้าไปบริหารงานประจำวันเช่นกัน
Venture Capital (ผู้ร่วมลงทุน) ให้เงินทุนและคำปรึกษาเชิงกลยุทธ์ อยู่ยาว 5-10 ปีจนถึงวันที่ออกจากการลงทุน แต่บทบาทหลักยังคงเป็น "การเงินและที่ปรึกษา" มากกว่าการลงมือทำจริงร่วมกัน
แล้ว "Venture Builder" ต่างออกไปอย่างไร?
Venture Builder ไม่ได้รอให้ธุรกิจพร้อมก่อนแล้วค่อยเข้ามาช่วย แต่เข้าไปตั้งแต่วันที่ยังมีแค่งานวิจัยหรือโจทย์จากอุตสาหกรรม ในฐานะ ผู้ร่วมก่อตั้ง (Co-founder) ไม่ใช่ที่ปรึกษาที่ให้คำแนะนำแล้วจากไป
นั่นหมายความว่า Venture Builder ต้องลงมือ "ทำงานเคียงข้าง" นักวิจัยจริงๆ ตั้งแต่การประเมินเทคโนโลยี สร้างต้นแบบ ทดสอบตลาด สร้างทีม ไปจนถึงการระดมทุนรอบแรกๆ ก่อนที่ Accelerator หรือ VC จะเข้ามาในจังหวะถัดไปด้วยซ้ำ
พูดง่ายๆ คือถ้าเปรียบเส้นทางจากงานวิจัยสู่ธุรกิจเป็นการวิ่งผลัด Incubator คือคนที่ยืนอยู่จุดสตาร์ทคอยให้กำลังใจ Accelerator คือโค้ชที่มาติวเข้มช่วงกลางทาง VC คือผู้สนับสนุนที่วิ่งข้างสนามพร้อมเงินรางวัล แต่ Venture Builder คือคนที่ลงไปวิ่งในสนามเดียวกับนักวิจัยตั้งแต่ก้าวแรก
นี่คือเหตุผลที่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา วงการ Deep Tech ทั่วโลกเริ่มพูดถึงโมเดล Venture Builder มากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะกับเทคโนโลยีที่มีความซับซ้อนสูง ใช้เวลาพัฒนานาน และต้องการทั้งความรู้เชิงลึกด้านเทคนิคและธุรกิจไปพร้อมกัน
ในตอนถัดไป เราจะพาไปเจาะลึกว่า Venture Builder ทำงานอย่างไรในทางปฏิบัติ ใช้เครื่องมืออะไรบ้างในการลงมือช่วยสร้างธุรกิจ และได้รับผลตอบแทนอะไรกลับมาจากการร่วมทางไปกับนักวิจัยตั้งแต่วันแรก
29/07/2026
สตาร์ทอัพที่แข็งแรง ไม่ได้เกิดจากคนเก่งเพียงคนเดียว แต่เกิดจาก ทีมที่มีความเชี่ยวชาญหลากหลาย มีความฝัน และมีเป้าหมายร่วมกัน
ด้วยแนวคิดนี้ VISUP ร่วมกับ สถาบันวิทยสิริเมธี VISTEC, BUSEM - คณะการสร้างเจ้าของธุรกิจและการบริหารกิจการ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ, Harbour.Space Institute of Technology และพันธมิตร ได้แก่ TED Fund และ Techsauce จัด Future Founders Bootcamp 2026 เพื่อเปิดพื้นที่ให้นักศึกษาจากต่างมหาวิทยาลัยและต่างสาขา ได้พบกัน ทำงานร่วมกัน และค้นหาเพื่อนร่วมทีมสำหรับการสร้าง Deep Tech Startup
ระหว่างวันที่ 20-22 กรกฎาคม 2569 นักศึกษาจาก 4 สาขา ได้แก่ Science, Business, Management และ Product Design จาก 7 สถาบัน ได้ร่วมเรียนรู้ แลกเปลี่ยนมุมมอง และสร้างทีมแบบ Trans-disciplinary
สิ่งที่น่าประทับใจที่สุด ไม่ใช่แค่ไอเดียที่เกิดขึ้น แต่คือการได้เห็นผู้เข้าร่วมค่อย ๆ สร้างความไว้วางใจ เปิดรับมุมมองที่แตกต่าง และเริ่มก่อร่างเครือข่ายผู้ก่อตั้งที่จะเติบโตไปด้วยกันในอนาคต
สำหรับ VISUP นี่ไม่ใช่เพียง Bootcamp แต่คือจุดเริ่มต้นของการสร้าง Founder Pipeline และระบบนิเวศสำหรับผู้ประกอบการ Deep Tech รุ่นใหม่
เพราะผู้ก่อตั้งแห่งอนาคต ไม่ได้เกิดจากห้องเรียนเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการได้ลงมือสร้างความฝันร่วมกับทีมที่มีเป้าหมายเดียวกัน และพร้อมเติบโตไปด้วยกัน
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
Great startups are not built by one talented person alone. They are built by teams with diverse expertise, shared dreams, and a common goal.
With this belief, VISUP, together with สถาบันวิทยสิริเมธี VISTEC, BUSEM - คณะการสร้างเจ้าของธุรกิจและการบริหารกิจการ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ, Harbour.Space Institute of Technology, and partners including TED Fund and Techsauce, organized Future Founders Bootcamp 2026 — creating a space for students from different universities and disciplines to meet, work together, and find teammates to build Deep Tech startups.
From 20-22 July 2026, students from four disciplines — Science, Business, Management, and Product Design — representing seven institutions came together to learn, exchange perspectives, and form truly trans-disciplinary teams.
What stood out most was not just the ideas that emerged, but watching participants gradually build trust, embrace different perspectives, and begin forming a network of founders who will grow together in the future.
For VISUP, this is more than a bootcamp. It is the starting point for building a Founder Pipeline and an ecosystem for the next generation of Deep Tech entrepreneurs.
Because the founders of the future are not shaped in classrooms alone. They are shaped by building their dreams alongside a team with a shared goal, ready to grow together.
27/07/2026
Venture Builder Playbook #1
ประเทศไทยไม่ได้ขาดเทคโนโลยี...แต่ยังขาดกลไกที่จะพาเทคโนโลยีไปสู่ตลาด
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมีผลงานวิจัยและเทคโนโลยีที่โดดเด่นเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นด้านชีวการแพทย์ วัสดุขั้นสูง พลังงานสะอาด หุ่นยนต์ AI หรืออิเล็กทรอนิกส์ หลายผลงานได้รับการตีพิมพ์ในวารสารชั้นนำระดับโลก ได้รับการจดสิทธิบัตร และมีศักยภาพที่จะต่อยอดเป็นนวัตกรรมที่สร้างผลกระทบในวงกว้าง
คำถามจึงไม่ใช่ว่า...
"ประเทศไทยมีเทคโนโลยีที่ดีพอหรือยัง?"
แต่คือ
"ทำไมเทคโนโลยีที่ดีจำนวนมาก จึงไม่สามารถเติบโตเป็นบริษัทที่ประสบความสำเร็จในระดับโลกได้?"
เมื่อผลงานวิจัยก้าวออกจากห้องปฏิบัติการ ความท้าทายก็เปลี่ยนไปทันที
ใครคือลูกค้าคนแรก?
ตลาดต้องการสิ่งนี้จริงหรือไม่?
จะสร้างทีมธุรกิจจากที่ไหน?
จะหาผู้ร่วมก่อตั้ง นักลงทุน หรือพันธมิตรอุตสาหกรรมได้อย่างไร?
และจะพาเทคโนโลยีไปสู่การผลิตและตลาดโลกได้อย่างไร?
ช่วงเปลี่ยนผ่านนี้มักถูกเรียกว่า Valley of Death หรือ "หุบเหวมรณะของงานวิจัย" ซึ่งเป็นช่องว่างระหว่าง เทคโนโลยีที่พิสูจน์แล้ว กับ ธุรกิจที่เติบโตได้จริง
สำหรับประเทศไทย ความท้าทายไม่ได้อยู่ที่คุณภาพของงานวิจัยเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงการขาดกลไกที่ช่วยเชื่อมโยงโลกของนักวิจัยเข้ากับโลกของธุรกิจ ตั้งแต่การประเมินศักยภาพของเทคโนโลยี การค้นหาความต้องการของตลาด การสร้างทีมผู้ก่อตั้ง การเข้าถึงภาคอุตสาหกรรม ไปจนถึงการระดมทุนและการขยายธุรกิจ
หากเราต้องการเห็นบริษัท Deep Tech สัญชาติไทยที่สามารถแข่งขันในระดับโลกได้ เราอาจต้องเริ่มต้นด้วยการตั้งคำถามใหม่ว่า
"ใครจะเป็นคนพางานวิจัยก้าวข้าม Valley of Death?"
หลายประเทศได้พัฒนากลไกใหม่ขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่นี้ และกำลังกลายเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยเร่งการสร้างบริษัท Deep Tech จากงานวิจัย
กลไกนั้นเรียกว่า Venture Builder
แล้ว Venture Builder คืออะไร? แตกต่างจาก Incubator, Accelerator หรือ Venture Capital อย่างไร? และเหตุใดโมเดลนี้จึงได้รับความสนใจจากมหาวิทยาลัยและองค์กรชั้นนำทั่วโลก
มาติดตามในตอนต่อไป
24/07/2026
Deep Tech Startup ไม่ได้เกิดจากเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากผู้ก่อตั้งที่กล้าท้าทายปัญหาที่ยากที่สุด และระบบนิเวศที่ช่วยให้พวกเขาเติบโตได้
นี่คือเหตุผลที่ VISUP ร่วมเป็น Co-host ของ TECH PLANTER in Thailand 2026 Demo Day ร่วมกับ Leave a Nest
เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2569 ผู้ประกอบการ Deep Tech ที่ผ่านการคัดเลือก 9 ทีม ได้ขึ้นนำเสนอเทคโนโลยีและวิสัยทัศน์ต่อคณะกรรมการ นักลงทุน ภาคอุตสาหกรรม และผู้เข้าร่วมงานกว่า 130 คน
สำหรับ VISUP เวทีนี้ไม่ได้เป็นเพียงการแข่งขัน แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างบริษัทแห่งอนาคต
ในฐานะ Venture Builder เราเชื่อว่าหน้าที่ของเราไม่ได้หยุดอยู่ที่การคัดเลือกทีมที่ดีที่สุด แต่คือการทำงานร่วมกับผู้ก่อตั้ง เชื่อมโยงงานวิจัยกับโจทย์ของอุตสาหกรรม สร้างทีม สร้างพันธมิตร และเปิดโอกาสให้เทคโนโลยีสามารถเติบโตสู่ธุรกิจที่สร้างผลกระทบได้จริง
ขอขอบคุณ NIA - National Innovation Agency Thailand โดย ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ที่ให้เกียรติกล่าวเปิดงานและร่วมเป็นกรรมการ รวมถึง Technology Management and Innopreneurship Program ที่เอื้อเฟื้อสถานที่จัดงาน ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เรายังรู้สึกยินดีที่ได้ต้อนรับคณะกรรมการจาก Japan To***co Inc., Soken Chemical & Engineering Co., Ltd., Ezaki Glico Co., Ltd. และ Taisei Corporation ซึ่งสะท้อนว่าความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและญี่ปุ่นในการพัฒนา Deep Tech กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง
ขอแสดงความยินดีกับทุกทีมที่ได้รับรางวัล และโดยเฉพาะผู้ก่อตั้งทุกคนที่เลือกลงมือสร้างสิ่งใหม่ เพราะการสร้างบริษัทที่ยิ่งใหญ่ ไม่ได้เริ่มต้นจากการชนะการแข่งขัน แต่เริ่มจากการไม่หยุดแก้ปัญหาที่สำคัญ
ที่ VISUP เราจะเชื่อว่า "Every great company starts with someone willing to solve a difficult problem."
_ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ __ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _
Deep tech companies are built by founders who choose to tackle the world's hardest challenges—and by ecosystems that help them succeed.
That is why VISUP proudly co-hosted TECH PLANTER in Thailand 2026 Demo Day with Leave a Nest.
On 18 July 2026, nine outstanding startup teams presented their technologies to investors, industry leaders, researchers, and an audience of more than 130 participants.
For VISUP, this is more than a pitch competition. It is where future companies begin.
As a Venture Builder, our role goes beyond identifying promising startups. We work alongside founders to transform research into scalable businesses by connecting technology with market needs, industry partners, investors, and global opportunities.
We sincerely thank NIA - National Innovation Agency Thailand, especially Dr.Krithpaka Boonfueng, for opening the event and serving on the judging panel, and Technology Management and Innopreneurship Program for hosting the Demo Day at Chulalongkorn University.
We also appreciate the participation of judges from Japan To***co Inc., Soken Chemical & Engineering Co., Ltd., Ezaki Glico Co., Ltd., and Taisei Corporation, demonstrating the growing momentum for Thailand–Japan collaboration in deep tech innovation.
Congratulations to every award recipient—and to every founder who chose to build something difficult. Great companies are not defined by winning competitions, but by relentlessly solving meaningful problems.
VISUP will continue building alongside founders, turning breakthrough research into companies that create lasting impact in Thailand and beyond.
29/06/2026
🇹🇭🤝🇯🇵 Another great opportunity from the VISUP network!
Scaling a deeptech startup doesn't stop at building great technology—it also requires world-class manufacturing.
We're pleased to support KOBASHI MONOZUKURI STANDARD 2026, bringing Japan's manufacturing expertise to Thailand. This is an excellent opportunity for deeptech startups to learn about **Design for Manufacturing, production scale-up, quality systems, and the Monozukuri mindset** directly from Japanese experts.
📅 18 July 2026
📍 Chulalongkorn University
🎟️ Free registration
If you're building a hardware, advanced materials, robotics, medtech, or industrial startup, don't miss this opportunity to connect with Japan's manufacturing ecosystem.
Leave a Nest and KOBASHI HOLDINGS Launch “KOBASHI MONOZUKURI STANDARD 2026” in Thailand and Vietnam 〜Bridging the Gap Between Prototype and Mass Production Through Japanese Manufacturing Expertise〜 | Leave a Nest JAPANNEWSBangkokHo Chi Minh City 18 May 2026 Leave a Nest and KOBASHI HOLDINGS Launch “KOBASHI MONOZUKURI STANDARD 2026” in Thailand and Vietnam 〜Bridging the Gap Between Prototype and Mass Production Through Japanese Manufacturing Expertise〜 Following successful editions in Singapore and ...
12/05/2026
[Japanese Below]
🇹🇭🇯🇵 THAI DEEPTECH MEETUP 2026
Join us for a deep dive into technical demonstrations and 1-on-1 partnership discussions with 10 selected Thai DeepTech startups across three key sectors:
• Food Technology
• Health Technology
• Sustainability
This meetup is designed to connect Japanese corporates, investors, and ecosystem partners with emerging Thai innovations through meaningful discussions around Proof-of-Concept (PoC) opportunities, technology collaboration, licensing, and future R&D partnerships.
🗓️ Date: 26 May 2026
🕐 Time: 1:00 PM – 4:30 PM (JST)
📍 Venue: ROOM, 2nd Floor, Tokyo Innovation Base (TiB), Tokyo, Japan
🌍 Language: Deep Dive Sessions & Live Demos in English (Japanese interpretation available)
Event Highlights
✨ 10 Thai DeepTech Startups Meetup
Follow up from ThaiDeepTech Showcase 2026 to build trust, deepen relationships, and lay the foundation for long-term partnership.
✨ 1-on-1 Deep Dive Sessions
Engage in focused, private sessions with startup founders to advance business discussions and co-create pathways toward collaboration.
✨ Live Tech Demonstrations
Hands-on exploration of Thai DeepTech innovations through live demonstrations and real-time technical deep-dives.
Following registration, participants will receive a confirmation email containing access to the booking page for reserving preferred 1-on-1 discussion and demo sessions in advance.
We look forward to welcoming innovators, corporates, investors, and ecosystem leaders interested in shaping future Thailand–Japan DeepTech collaboration.
👉 Startup Portfolio Preview:
https://heyzine.com/flip-book/187934d1cd.html
👉 Register Here:
https://luma.com/8l7fedq8
----------------------------------------------------------------------
🇹🇭🇯🇵 THAI DEEPTECH MEETUP 2026
タイの注目ディープテック・スタートアップ10社による技術デモンストレーションと1対1のパートナーシップ商談にご参加ください。今回は以下の3つの重点分野を中心にお届けします:
フードテクノロジー(Food Technology)
ヘルステクノロジー(Health Technology)
サステナビリティ(Sustainability)
本イベントは、日本の企業・投資家・エコシステム関係者と、タイの革新的なスタートアップとを結びつけることを目的としています。PoC(概念実証)、技術連携、ライセンシング、共同R&Dなど、具体的な協業の可能性について深く議論できる場を提供します。
🗓️ 日程:2026年5月26日(火)
🕐 時間:13:00 – 16:30(JST)
📍 会場:東京イノベーションベース(TiB)2階 ROOM、東京、日本
🌍 言語:英語(ディープダイブセッション・ライブデモ時に日本語通訳サポートあり)
イベントハイライト
✨ タイ ディープテック スタートアップ 10社 ミートアップ
ThaiDeepTech Showcase 2026を踏まえたフォローアップの場として、信頼関係を深め、長期的なパートナーシップの基盤を築くことを目指します。
✨ 1対1 ディープダイブ セッション
スタートアップのファウンダーとの少人数・非公開セッションを通じて、ビジネス上の議論を前進させ、具体的な協業へのパスウェイを共に描きます。
✨ ライブ テクノロジー デモンストレーション
タイのディープテック・イノベーションをライブデモおよびリアルタイムの技術解説を通じて、実際に体験していただけます。
参加登録後、確認メールにて1対1セッション・デモのご予約ページへのアクセス情報をお送りします。事前にご希望の時間帯をご予約ください。
タイと日本のディープテック協業の未来を共に形成することに関心をお持ちのイノベーター、企業関係者、投資家、エコシステムリーダーの皆様のご参加を心よりお待ちしております。
👉 スタートアップ ポートフォリオはこちら:
https://heyzine.com/flip-book/187934d1cd.html
👉 参加登録はこちら:
https://luma.com/8l7fedq8
THAI DEEPTECH MEETUP 2026 · Luma You’re invited to the THAI DEEPTECH MEETUP 2026! Join us for a deep dive into technical demos and 1-on-1 partnership discussions with 10 Thai deep tech…
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ประเภท
เว็บไซต์
ที่อยู่
Wangchan Valley
Rayong
21210