FlowRecap

FlowRecap

แชร์

( LOOP LOGIX )

20/04/2026

Green Logistics ไม่ใช่แค่เทรนด์ แต่เป็น 'ใบเบิกทาง' เดียวในวันที่โลกเต็มไปด้วยมลพิษ"
ทั้งทางน้ำ อากาศ และการกำจัดของเสีย จึงก่อให้เกิดเป็นมาตรฐานระดับนานาชาติ ที่เรียกว่า The international organization for standardization หรือ ISO ที่เรารู้จักในมาตรฐานสากลที่ใช้ในงานธุรกิจหรืออุตสาหกรรม สำหรับการจัดการสิ่งแวดล้อมขององค์กรให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด ก็คือ ISO 14000 สามารถสร้างความเชื่อมั่นว่าองค์กรได้ดำเนินธุรกิจที่จะไม่ทำให้สิ่งแวดล้อมเสียหาย
ISO14000 ประกอบด้วยมาตรฐานหลายเล่ม เริ่ม 14001 ถึง 14100 ทั้งหมดล้วนเป็นมาตรฐานเกี่ยวกับการจัดการสิ่งแวดล้อม
อย่างเช่น มลพิษทางอากาศ ISO 14067การรายงานและตรวจสอบ ก๊าชเรือนกระจกหรือที่เรียกว่า Greenhouse Gas หรือ GHG ซึ่งหลายบริษัททำสมุดบัญชีการปล่อยก๊าซคาร์บอนและเปลี่ยนไปใช้พลังงานสะอาดเพื่อลดการปล่อยCO2 หรือที่เรียกกันว่า NET ZERO
แล้ว ISO 14067 ทำไมถึงเป็นกุญแจสำคัญในการส่งออก เป็นเพราะมาตรการ CBAM หรือ Carbon border adjustment mechanism คือ มาตราการปรับคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน ปัจจุบันกฏหมายบังคับรายงานความยั่งยืน CSRD ต้องรายงานผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างละเอียด ต้องใช้วัตถุดิบหรือบริการที่มี ISO 14067เท่านั้น (การใช้มาตราการนี้เป็นการกระตุ้นให้มีตระหนักถึงมลพิษที่เพิ่มขึ้นให้เรารักโลกนั้นเอง )และ ISO 14067 ก็คือใบรับรองความสะอาดทางอากาศ คนส่งออกต้องรู้ถ้าไม่มีคุณจะติดอยู่ที่ CMBA นะคะ

17/01/2026

นำเข้า- ส่งออก สารเคมีต้องขออนุญาตจากใครบ้าง

กรมโรงงานอุตสาหกรรม (DIW) - "ตัวจริงเรื่องสารเคมี"
หากสินค้าคุณคือ "สารเคมี" คุณต้องรู้จัก พ.ร.บ. วัตถุอันตราย ซึ่งแบ่งสารเคมีออกเป็น 4 ชนิด

• ชนิดที่ 1: นำเข้า/ส่งออกได้เลย แต่ต้องปฏิบัติตามเกณฑ์ที่กำหนด
• ชนิดที่ 2: ต้องแจ้ง (แจ้งการประกอบธุรกิจ) ก่อนนำเข้า/ส่งออก
• ชนิดที่ 3: ต้องมีใบอนุญาต (น.จ. 4 หรือ น.จ. 5) อันนี้คือจุดที่คนติดมากที่สุด เพราะต้องยื่นเอกสาร SDS และ COA ประกอบการพิจารณา
• ชนิดที่ 4: ห้าม นำเข้า/ส่งออก/ครอบครอง เด็ดขาด (เช่น สารเคมีที่อันตรายร้ายแรงต่อสิ่งแวดล้อม)

2. กรมธุรกิจพลังงาน (DOEB) - "เจ้าพ่อสายน้ำมัน"
หากสินค้าคือ น้ำมันเชื้อเพลิง, ก๊าซหุงต้ม (LPG), หรือน้ำมันหล่อลื่นบางประเภท:
• ต้องลงทะเบียนเป็น "ผู้ค้าน้ำมัน" ตามมาตราต่าง ๆ (เช่น มาตรา 7, มาตรา 10 หรือ มาตรา 11) ขึ้นอยู่กับปริมาณการค้าต่อปี
• การนำเข้า: ต้องขอใบอนุญาตนำเข้า และต้องมีการตรวจสอบคุณภาพน้ำมันให้ตรงตามมาตรฐานของประเทศไทย
• การส่งออก: ต้องแจ้งปริมาณและรายละเอียดการส่งออกเพื่อให้สอดคล้องกับความมั่นคงทางพลังงานในประเทศ

3. กรมสรรพสามิต (Excise Department) - "กำแพงภาษีน้ำมัน"
สินค้าในกลุ่ม Class 3 (ของเหลวไวไฟ) หลายชนิด เช่น น้ำมันเชื้อเพลิง หรือสารตัวทำละลาย (Solvent) บางประเภท มีภาระภาษีสรรพสามิต:
• ต้องทำเรื่อง "ชำระภาษี" หรือ "วางประกัน" ก่อนสินค้าจะออกจากท่าเรือ
• มีเรื่องของ "พิกัดสรรพสามิต" ที่แยกต่างหากจากพิกัดศุลกากร
• หากนำเข้าสารเคมีมาเพื่อใช้ในอุตสาหกรรม (ไม่ได้ใช้เป็นเชื้อเพลิง) อาจขอ "ยกเว้นภาษีสรรพสามิต" ได้ แต่ต้องมีใบรับรองและขั้นตอนการควบคุมที่เข้มงวด

4. สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.)
สารเคมีบางตัวใน Class 3 หรือ Class 8 อาจเป็น "สารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์" ที่นำไปผลิตยาเสพติดได้ (Precursor Chemicals) เช่น อะซิโตน (Acetone) หรือ กรดซัลฟิวริก (Sulfuric Acid):
• ต้องขอใบอนุญาตจาก ป.ป.ส. ก่อนนำเข้า/ส่งออก
• มีการจำกัดปริมาณและต้องรายงาน "บัญชีรับ-จ่าย" สารเคมีเหล่านั้นต่อเจ้าหน้าที่เป็นระยะ

ปัจจุบันการขออนุญาตจากหน่วยงานเหล่านี้เชื่อมต่อกับกรมศุลกากรผ่านระบบ NSW
1. เมื่อได้ใบอนุญาตจากกรมโรงงานฯ หรือ ป.ป.ส. ข้อมูลจะถูกส่งเข้าระบบออนไลน์ทันที
2. เวลาทำใบขนสินค้าศุลกากร ระบบจะไป "ตัดยอด" หรือ "Match" กับใบอนุญาตนั้นโดยอัตโนมัติ
3. ถ้าข้อมูลไม่ Link กัน: สินค้าจะติดสถานะ "Yellow Line" หรือ "Red Line" และไม่สามารถเอาของออกจากท่าเรือได้

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ องค์กร ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร ใน Rayong?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

เว็บไซต์

ที่อยู่


61 ม. 6
Rayong
21140